เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
Business ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
Tech ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
Finance กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
Economic OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
Economic เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Finance หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
Biz Movement Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
Economic ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
Politics ‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า กังวล “โควิด” ระบาดในประเทศ

21 ส.ค. 2563 | 19:37น.
เงินบาท-ดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม 2563 ค่าเงินลาทเปิดตลาดวันจันทร์ (17/8) ที่ระดับ 31.08/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (14/8) ที่ระดับ 31.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันจากดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ซึ่งเป็นดัชนีวัดการเติบโตของกิจกรรมทางธุรกิจในรัฐนิวยอร์ก ร่วงลงสู่ระดับ 3.7 ในเดือนสิงหาคม จากระดับ 17.2 ในเดือนกรกฎาคม

ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี Empire State Index จะอยู่ที่ระดับ 17 ในเดือนสิงหาคม ถึงแม้ว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เผยว่าการเริ่มสร้างบ้าน เพิ่มขึ้น 22.6% สู่ 1.496 ล้านหลังในเดือนกรกฎาคม โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.27 ล้านหลังในเดือนมิถุนายน จากที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.24 ล้านหลัง

ทั้งนี้การสร้างบ้านในสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้วในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่า ภาคการก่อสร้างบ้านกำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวรุนแรงเป็นประวัติการณ์จากผลกระทบของโรคโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 28-29 กรกฎาคม โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนที่สูงมาก และคาดว่าทิศทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกทั้งขึ้นอยู่กับว่าการกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งนั้น จะสามารถทำได้เป็นวงกว้างและมีเสถียรภาพมากเพียงใด

“แนวโน้มเศรษฐกิจกำลังเผชิญกับความเสี่ยงมากมาย ซึ่งรวมถึงความป็นไปได้ที่จะเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 โดยสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทรุดตัวลงอีก และจะนำไปสู่ภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ”

กรรมการแเฟดส่วนใหญ่มองว่า ในระยะใกล้นี้ วิกฤตด้านสาธารณสุขจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน แลอัตราเงินเฟ้อ และวิกฤตดังกล่าวเป็นความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะกลาง”

นอกจากนี้รายงานการประชุมเฟดยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการเยียวยาด้านการคลังรอบใหม่ โดยระบุว่า “มาตรการเยียวยาด้านการคลังรอบใหม่มีความจำเป็นต่อการให้ความช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน และมีความจำเป็นต่อการสนับสนุนเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง”

ประเด็นสำคัญที่น่าติดตามคือ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแคนซัส ซิตี้เตรียมจัดการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็คสัน โฮล ในวันที่ 27-28 สิงหาคม ในหัวข้อ “Navigating the Decade Ahead : Implications for Monetary Policy” เฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ระบุว่า การประชุมดังกล่าวจะยังคงมีการเชิญผู้ว่าการธนาคารกลาง และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลกเข้าร่วมการเสวนา และจะมีการถ่ายทอดสดแก่สาธารณชน

ทั้งนี้เฟดได้ปรับรูปแบบการประชุมที่เมืองแจ็คสัน โฮล เป็นแบบออนไลน์ในปีนี้ เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดประชุมดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 40 ปี หลังจากที่มีการจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2525 ที่ผ่านมา การประชุมที่เมืองแจ็คสัน โฮล ถือเป็นการประชุมที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก ขณะที่ไฮไลท์จะอยู่ที่การกล่าวปาฐกถาของประธานเฟดในขณะนั้น เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงิน และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศไทย ค่าเงินบาทในช่วงปลายสัปดาห์ถูกกดดันจากสถานการณ์การเมืองและความกังวลในการควบคุมโรคระบาดของรัฐบาล หลังจากที่มีข่าวพบผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศหลังพ้นการกักตัว 14 วัน ผนวกกับปัจจัยถ่วงจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดเล็ก มีมติให้ขยายระยะเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศไทยต่อไปอีก 1 เดือน คือตลอดทั้งเดือนกันยายน 63

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.09-31.55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตาดในวันศุกร์ (21/8) ที่ระดับ 31.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (17/8) ที่ระดับ 1.1844/46 ดอลลารสหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/8) ที่ระดับ 1.1792/94  ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ว่าจะมีรายงานว่าการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อช่วยเหลือระบบการเงินจากวิฤต COVID-19 ผ่านการขยายมาตรการ Asset Purchase Programme (APP) และปรับเงื่อนไขของมาตรการแหล่งเงินทุนต่ำสำหรับธนาคารพาณิชย์ภายใต้ targeted longer-term refinancing operations III (TLTRO III)

ส่งผลให้มีสภาพคล่องเกินความต้องการของตลาดการเงินระยะสั้นและระบบธนาคารพาณิชย์ยุโรป และยังสะท้อนว่าธนาคารไม่ต้องการสภาพคล่องเพิ่มเติมอีกแล้ว ในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากที่สำนักงานสถิติอังกฤษ (ONS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.0% ในเดือนกรกฎาคม จากระดับ 0.6% ในเดือนมิถุนายน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 0.6%

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างมากหลังจากที่รายงานการประชุมเฟดครั้งที่ผ่านมาแสดงถึงความต้องการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในสหรัฐ ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1798-1.1965 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/8) ที่ระดับ 1.1814/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (17/8) ที่ระดับ 106.50/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/8) ที่ระดับ 106.73/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากที่การทบทวนข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ถึงแม้ว่าทางสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผย ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2563 หดตัวลง 27.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส GDP ไตรมาส 2 ของญี่ปุ่นหดตัวลง 7.8%

ส่วนการส่งออกสินค้าและการบริการในไตรมาส 2 หดตัวลง 18.5% ในไตรมาส 2 ขณะที่การนำเข้าปรับตัวลง 0.5% สำหรับการใช้จ่ายด้านทุนของภาคเอกชน ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดปริมาณความต้องการบริโภคสินค้าของคนภายในประเทศนั้น ลดลง 1.5% ขณะที่การลงทุนด้านที่อยู่อาศัยของภาคเอกชน ลดลง 0.2% เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้แนวโน้มทางธุรกิจเผชิญกับความไม่แน่นอน

โดยในช่วงท้ายสัปดาห์กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้าในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 1.16 หมื่นล้านคน หรือประมาณ 109 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนยอดส่งออกในเดือนกรกฎาคมลดลง 19.2% เมื่อเทียบรายปี และยอดนำเข้าร่วงลง 22.3%

นอกจากนี้ทางสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภคปรับตัวลง 7.6% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบเป็นรายเดือนแตะที่ระดับ 7.066 แสนล้านเยน หรือประมาณ 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่กระทรวงฝ่ายกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานที่ไม่นับรวมราคาอาหารสดซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อของญี่ปุ่นนั้น ยังคงอยู่ห่างไกลจากเป้าหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งกำหนดไว้ที่ระดับ 2% โดยตัวเลขดังกล่าวทรงตัวในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยทรงตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก่อนที่ค่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงอีกครั้งและผันผวนในกรอบ

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.09-106.65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/8) ที่ระดับ 105.60/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท