‘เอเชียทีค’ ประกาศกลับมาเปิด 15 ต.ค.นี้ พร้อมนำ 3 ปรากฎการณ์ใหม่ดึงคนไทยท่องเที่ยว
“เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” ประกาศดีเดย์กลับมาเปิดอย่างเป็นทางการ 15 ตุลาคม นี้ พร้อม 3 ปรากฏการณ์ภายใต้แนวคิด “Heritage Alive” ปลุกชีวิตชีวาริมน้ำด้วยแลนด์มาร์คใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา ด้วยการเปิดตัว “เรือสิริมหรรณพ”ย้อนประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของสยาม ใน “Living Museum & Art Festival” พิพิธภัณฑ์มีชีวิต และปักหมุด “New Mega Riverside F&B Destination” ศูนย์กลางอาหารการกินแสนหลากหลายที่ได้ “ครัวคุณต๋อย” มาเสริมทัพความอร่อย
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ภายใต้ปรัชญาสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าของ AWC และเพื่อเป็นหนึ่งในการส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งการกินดื่ม การชอปปิ้ง การท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ บริษัทฯ จึงเดินหน้ายกระดับเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในหลากหลายมิติของลูกค้าทุกกลุ่ม ภายใต้แนวคิด “Heritage Alive” โดยการสะท้อนเรื่องราวของพื้นที่เจริญกรุง ถนนสายแรกของกรุงเทพฯ เป็นเสมือนชีพจรทางเศรษฐกิจที่เป็นแหล่งรวมวิถีดำเนินธุรกิจและวิถีชีวิตแบบผสมผสานของโลกตะวันออกกับตะวันตกตั้งแต่ในช่วงรัชกาลที่ 5 สืบเนื่องมาถึงปัจจุบันซึ่งถนนสายนี้เป็นที่ตั้งของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AWC กล่าวอีกว่า ไฮไลท์ 3 ปรากฏการณ์ที่จะได้เห็นในการกลับมาของ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เริ่มจากปรากฎการณ์ที่หนึ่งคือ “เรือสิริมหรรณพ” แลนด์มาร์คใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้ถอดแบบมาจากเรือต้นแบบเรือใบสามเสาในยุคการค้าสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งใช้นำขบวนเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการเจริญสัมพันธไมตรีกับยุโรป จึงนับว่าเป็นเรือแห่งประวัติศาสตร์ที่นำพาความรุ่งเรืองมาสู่ผืนดินสยาม
“เรือสิริมหรรณพออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ทั้งการกินดื่มและพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยห้องอาหาร และบาร์ภายใต้การบริหารของโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยจะเทียบท่าถาวร ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เพื่อให้ชาวไทยและชาวโลกได้สัมผัสกับลักษณะของเรือแห่งตำนานลำนี้”

สำหรับปรากฏการณ์ที่สอง คือ พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต (Living Museum) และอาร์ต เฟสติวัล (Art Festival) ที่มอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ในการสัมผัสและเรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีอินเตอร์แอคทีฟเพื่อสร้างบรรยากาศด้วยภาพเสมือนจริงแบบ Augmented Reality ในการนำเสนอผ่านเส้นทาง The Memory Lanes สำคัญทั้ง 36 จุดของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางแห่งการค้านานาชาติในอดีต ที่ให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลินกับเส้นทางแห่งความทรงจำ โดยแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนสายน้ำแห่งการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ โซนจากผืนน้ำสู่ผืนดินแห่งความเจริญรุ่งเรือง และโซนมรดกทางวัฒนธรรม ส่วนโซน Art Festival สอดแทรกเรื่องราวทางศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต ลงไปในผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ในพื้นที่ต่างๆ ของโครงการ ทั้งภาพวาด สตรีทอาร์ท ประติมากรรม ซึ่งนอกจะเป็นการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ทางศิลปะวัฒนธรรมยังเป็น Photo Spot ที่ดึงดูดให้คนเข้ามาถ่ายภาพและเช็คอินอีกด้วย

ปรากฏการณ์ที่สาม New Mega Riverside F&B Destination ศูนย์กลางแห่งการกินดื่ม ด้วยตัวเลือกอันหลากหลายกว่า 40 ภัตตาคาร ร้านอาหารนานาชาติ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น อิตาเลียน คาเฟ่ บาร์แอนด์บิสโทร บาร์บีคิว เบียร์การ์เดนท์ พร้อมการแสดงดนตรีสด เสริมทัพด้วยการจับมือกับ “ครัวคุณต๋อย” ในการสร้างพื้นที่ศูนย์กลางอาหารอร่อยแห่งใหม่ ซึ่งจะมีร้านอาหารชื่อดังกว่า 70 ร้านมาเสริมทัพ เพิ่มความหลากหลายสำหรับตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้น โดยทั้งหมดจะกลับมาเปิดให้บริการพร้อมกันในวันที่ 15 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีลูกค้ากลับมาใช้บริการในเบื้องต้นเป็นคนไทยสูงสุด 30,000 คนต่อวันในช่วงสุดสัปดาห์ จากเดิม 50,000 คนต่อวัน และคาดว่ากว่าที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเริ่มกลับมาในต้นปี 2564 และกว่าจะกลับมาปกติเหมือนก่อนโควิด-19 คาดว่าไตรมาส 3-4 ของปี 2564