เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
15 ปี “IKEA” กางแผนรุกสโตร์ไซส์เล็ก ชู “ชุดครัว-จัดระเบียบบ้าน” 
Business 15 ปี “IKEA” กางแผนรุกสโตร์ไซส์เล็ก ชู “ชุดครัว-จัดระเบียบบ้าน” 
‘คีชา แลนซ์ บอตทอมส์’ หญิงผิวดำคนแรก ชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสหรัฐ
World ‘คีชา แลนซ์ บอตทอมส์’ หญิงผิวดำคนแรก ชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสหรัฐ
บุญรอด สปีดตลาดนอนแอลเกาหลีโค้งท้ายปี ’69 อัดอีเวนต์-โฆษณา ดันโซดาสิงห์
Business บุญรอด สปีดตลาดนอนแอลเกาหลีโค้งท้ายปี ’69 อัดอีเวนต์-โฆษณา ดันโซดาสิงห์
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงสืบสาน-ต่อยอด ‘ประกวดผ้าลายพระราชทาน’
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงสืบสาน-ต่อยอด ‘ประกวดผ้าลายพระราชทาน’
หลบความผันผวนโลก ตั้งรับด้วยธีม Laggard & Earnings Play
Finance หลบความผันผวนโลก ตั้งรับด้วยธีม Laggard & Earnings Play
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.เดโมแครตพาเหรดพลิกขั้วเก่า-โค่นแชมป์ “เท็กซัส” รอบ 30 ปี
World เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.เดโมแครตพาเหรดพลิกขั้วเก่า-โค่นแชมป์ “เท็กซัส” รอบ 30 ปี
เอกนิติ ชี้ต้องเปลี่ยน K-Shape เป็น V-Shape จ่อประกาศรีฟอร์มคลังด้วย ‘STI DEE’ 11 พ.ย.นี้
Finance เอกนิติ ชี้ต้องเปลี่ยน K-Shape เป็น V-Shape จ่อประกาศรีฟอร์มคลังด้วย ‘STI DEE’ 11 พ.ย.นี้
“ศุภจี” ถกรัฐมนตรีเอเปค ดัน FTA-DEFA ปูทางการค้าใหม่ ก่อนผู้นำถกที่จีน
Economic “ศุภจี” ถกรัฐมนตรีเอเปค ดัน FTA-DEFA ปูทางการค้าใหม่ ก่อนผู้นำถกที่จีน
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าในช่วงท้าย ตลาดจับตาสถานการณ์การชุมนุม

15 ต.ค. 2563 | 18:46น.
ดอกเบี้ย-เงินบาท

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/10) ที่ระดับ 31.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดวันพุธ (14/10) ที่ระดับ 31.21/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้ออกมายอมรับว่าการบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก

โดยพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันยังคงมีความขัดแย้งกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงประเด็นวงเงินของมาตรการดังกล่าว หลังจากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ของทำเนียบขาว โดยนางแนนซี เพโลซี ได้ระบุว่าวงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบของโควิด-19 และจะไม่มีการอนุมัติข้อตกลงดังกล่าวหากรัฐบาลไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับรวมที่มีวงเงินสูงสุดขึ้นและครอบคลุมถึงการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจอื่น ๆ

ทั้งนี้สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนที่ผ่านมา (14/10) กระทรวงแรงงานสหรัฐได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนกันยายน ได้ปรับตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือนหลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนสิงหาคม และสูงขึ้นกว่า ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.2%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศค่าเงินบาทยังคงถูกกดดันจากความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การชุมนุมการเมืองหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผลตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันพฤหัสบดี ผ15/10) เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นของกลุ่มคณะราษฎรนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะในกรุงเทพฯ โดยใช้วิธีการและช่องทางต่าง ๆ ก่อให้เกิดความปั่นป่วน, วุ่นวาย มีการกระทำที่กระทบต่อขบวนเสด็จพระราชดำเนิน

อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทำที่มีความรุนแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และกระทบโดยตรงต่อมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้นักลงทุนยังคงจับตาดูสถานการณ์การชุมนุมอย่างต่อเนื่อง หลังจากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ออกแถลงการณ์ถึงจุดยืนต่อการสลายการชุมนุมในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแกนนำและผู้ปราศรัยรวม 4 คน เป็นการกระทำที่ไม่มีความชอบธรรม เพราะการชุมนุมเป็นสิ่งที่สามารถกรทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ และการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังเป็นการบั่นทอนประชาธิปไตย รักษาอำนาจของตนและพวกพ้อง ซึ่งทางกลุ่มได้แสดงจุดยืนด้วยการนัดชุมนุมต่อไปในวันพฤหัสบดีนี้ เวลา 16.00 น. ที่แยกราชประสงค์

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.12-31.26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/10) ที่ระดับ 1.1746/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/10) ที่ระดับ 1.1728/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรยังคงถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายพื้นที่ในยุโรป

อีกทั้งปัจจัยของการเจรจาในข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ของสหราชอาณาจักรร่วมกับสหภาพยุโรป (EU) ที่ยังคงไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้ หลังจากในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงการค้าให้ได้ภายในกลางเดือนตุลาคม เพื่ออนุมัติข้อตกลงดังกล่าวให้ได้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2564

ขณะที่นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนเจรจาการค้าฝ่าย EU เปิดเผยว่า ควรบรรลุข้อตกลงดังกล่าวก่อนสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มเจรจาข้อตกลงการค้ามาตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังอังกฤษได้ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก EU เมื่อวันที่ 31 มกราคม โดยหวังที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าให้ได้ก่อนที่ช่วงเปลี่ยนผ่านตามสนธิสัญญาการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) จะสิ้นสุดลงในปลายปี 2563 นี้ ซึ่งหากไม่มีข้อตกลง อังกฤษจะต้องทำการค้ากับ EU ตามเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (WTO) ในปี 2564

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1702-1.1758 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ  1.1703/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/10) ที่ระดับ 105.12/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/10) ที่ระดับ 105.44/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบจากปัจจัยการเลือกตั้งของประธานาธิบดีของสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ และจากปัจจัยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.07-105.31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.31/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ (15/10), ดัชนีการผลิตเดือนตุลาคมจากเฟดฟิลาเดลเฟีย (15/10), ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนกันยายนของสหรัฐ (16/10), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ (16/10), ยอดค้าปลีกสหรัฐ (16/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +4.40/+0.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +3.50/+4.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท