เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
ดูทั้งหมด

ย้อนแย้ง

24 ต.ค. 2563 | 10:45น.
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
กษมา ประชาชาติ

หลายคนคงเคยได้ยินเพลงของวงดนตรีหนึ่งที่ชื่อ “เก็ตสึโนวา” เป็นวงดังในหมู่วัยรุ่น (อย่างเรา)พอสมควร ความโดดเด่นของวงนี้มีความเป็นเอกลักษณ์การทีมนักร้องที่เปิดตัวการใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดคาดหน้า (มองไกลก่อนจะเกิดโควิด-19) ทำให้คนฟังงง ๆ ว่าจะปิดเพื่อแก้เคล็ดเหรอ แต่เพลงเขาก็เพราะ แถมดังเกือบทุกเพลง

ที่โดดเด่นเลย คือ วงนี้มักจะตั้งชื่อเพลงด้วยคำย้อนแย้ง เช่น ไกลแค่ไหนคือใกล้ เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึก ความเงียบที่ดังที่สุด ดวงจันทร์ กลางวัน..เข้าใจเลือกใช้คำจริงๆ

ที่เริ่มต้นบทความว่าด้วยเรื่องย้อนแย้ง เพราะช่วงนี้มองไปทางไหนก็เจอเรื่องที่พาให้อารมณ์รู้สึกย้อนแย้งไปหมด โดยเฉพาะอารมณ์การทำข่าวในช่วงที่ผ่านมา พายุเข้าหลายลูก ทั้งโนอึลเมื่อเดือนกันยายน ฮีโกส ปลายเดือนสิงหาคม ซินลากู เดือนสิงหาคมหลิ่นฟา ล่าสุดต้นเดือนตุลาคม “ฝนตก” กระหน่่ำ มีน้ำล้นใน 3 เขื่อน แต่ยังมีอีก 6 เขื่อนหลักที่น้ำแห้งไม่พอปลูกข้าว “แล้งในฝน”

การแก้ไขปัญหา ‘ยากมาก’ เพราะการจะไปบังคับฝนให้ตกในจุดที่ต้องการน้ำก็ทำไม่ได้ แต่การ “บริหารจัดการน้ำ”ทำได้ยากยิ่งกว่า จนอยากจะร้องเพลง “ดวงจันทร์กลางวัน” ออกมาเลยทีเดียว

ถัดมาถึงข่าวการค้าระหว่างประเทศ ที่ไทยมุ่งใช้ความตกลงเปิดการค้าเสรี เป็นเครื่องมือให้เอกชนมีแต้มต่อ ไปขยายการค้าการลงทุน

ซึ่งแม้ว่าปีนี้ติดวิกฤตโควิด แต่ไทยก็มีกำหนดจะลงนามความตกลง 1 ฉบับในเดือนพฤศจิกายนนี้ คือ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP ที่อาเซียนและพันธมิตรอีก 5 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่นเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จะลงนามกัน โดยยกเว้น อินเดีย ที่เจรจาแต่ขอไม่ลงนาม

ขณะที่ความตกลงอีกฉบับ “CPTPP” (ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก) ซึ่งไทยจะกระโดดเกาะขบวนเจรจากับอีก 7 ประเทศ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เวียดนาม แคนาดา และเม็กซิโก ที่ลงนามให้สัตยาบันไปก่อนแล้ว แต่ดันมีความขัดแย้งจนต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาข้อสรุปว่าควรจะร่วมหรือไม่ ผลสุดท้ายดูแล้ว คง “ไม่น่าจะได้ร่วม”

หากบอกว่าไทยมีการเจรจาแบบทวิภาคีไปแล้วกับ 5 ใน 7 ประเทศใน CPTPP คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เวียดนาม แล้วจะเปิดเสรีเพิ่มอีกทำไมอีก หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคส่วนต่าง ๆ ในอนาคตก็ดูยุ่งยากเยอะแยะไปหมดทั้ง UPOV สิทธิบัตร แต่ RCEP สามารถเจรจาได้ทั้งที่กลุ่มประเทศคล้ายกันแถมมีเอฟทีเออาเซียน+1 กับสมาชิกอีก เข้าทำนองอยากเปิดเสรีแต่ไม่เปิดเสรีดีกว่า “เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล”

หรือการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องเอสเอ็มอี ที่ยิ่งฟังก็ยิ่งนึกถึงเพลงความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึก เพราะรัฐก็รู้ว่าเอกชนเดือนร้อน ไฟเขียวงบประมาณกองทุนซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท แต่ปล่อยไปได้แค่ 1 แสนล้านบาท ที่เหลือ 4 แสนล้านบาทปล่อยไม่ได้

ซึ่งพอสอบถามไปที่เอสเอ็มอีก็บอกว่า ปัญหาจากกฎระเบียบที่แบงก์ชาติเลยกู้ไม่ได้ หากจะให้ใช้หลักเกณฑ์ปกติ ในห้วงเวลาที่ไม่ปกติก็จะไม่สามารถปล่อยกู้ได้ รัฐต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ซึ่งฟังดูแล้วเหตุผลก็ไม่น่ามีอะไรยาก แต่ไม่มีใครทำ เถียงกันมาเป็นเดือนด้วยประเด็นเดียว คือ “ต้องแก้แต่ไม่แก้”

หรือ “การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่จะให้ซื้อสินค้าจากเอสเอ็มอี 30% ของมูลค่าโครงการ” แต่เอาเข้าจริง ๆ ไม่ง่าย เพราะสอบถามเอสเอ็มอี ก็ยังไม่ได้ประโยชน์ เพราะเข้าไม่ถึง บ้างก็ว่าต้องรอการตั้งหลักเกณฑ์เงื่อนไขการประมูลจากหน่วยงานตั้งสังกัดว่าจะออกมาอย่างไร แล้วถึงจะเข้าไปแข่งเสนอราคา โดยรัฐจะยอมซื้อของราคาแพงจากปกติ 10% หากเป็นสินค้าที่ผลิตโดยเอสเอ็มอี

แต่ถ้าบริษัทใหญ่ส่งนอมินีที่เป็นบริษัทลูก ไซซ์เอสเอ็มอีไปร่วมชิงประมูลก็มีสิทธิ์เฉือนชนะได้ ฉะนั้น จะทำอย่างไรที่จะสกรีนให้เอสเอ็มอีได้ใช้ประโยชน์จริง ๆ ผลักดันสินค้าเมดอินไทยแลนด์เข้าไปให้ได้ และอีก 3 เดือนจะสิ้นปีแล้ว ตอนนี้ คนที่เป็นเอสเอ็มอี คงต้องร้องเพลงว่า ไกลแค่ไหนคือใกล้?

พอมาถึงประเด็นการเมือง หลายฝ่ายบอกว่าการชุมนุมโดยสันติวิธีเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น ที่ทำได้ พยายามไม่ใช้ความรุนแรง แต่ถามจริงวันนี้การจับตัวกุมตัวแกนนำ 21 คน ด้วย 8 ข้อกล่าวหาคืออะไร ก็ย้อนแย้งไปอีก

เผอิญที่ความรู้สึกนี้ไปสะกิดภาพจำเก่า ๆ…เลือกตั้งที่เหมือนไม่ได้เลือกเท่ากับเลือกไม่ได้ จะว่าไป เรื่องนี้พูดไม่ได้แต่ร้องฮัมเพลงได้ว่า “เป็นความเงียบที่ดังที่สุดในใจฉัน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ