dtac Business เปิดบริการใหม่ ‘OneCall’ ช่วยธุรกิจก้าวกระโดดสู่โลกดิจิทัล
หลังจากดีแทค เปิดตัว dtac Business ซึ่งเป็นเสมือนหน่วยช่วยเหลือองค์กรธุรกิจ และ SME ไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตและความท้าทายทุกสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดถึงในอนาคต ในขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่นๆ อาจนำเสนอเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน สำหรับดีแทคยังคงแนวคิด ‘Simple’ ดูแลลูกค้าแบบไร้ข้อจำกัดด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ลูกค้าในรูปแบบที่เข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด มีเวลาไปทุ่มเทกับเรื่องการทำธุรกิจและพัฒนาศักยภาพของผลิตผล เสริมประสิทธิภาพในการทำงาน และการแข่งขันได้ในระยะยาว

เมื่อมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับ ‘ธนัท มนัญญภัทร์’ ผู้อำนวยการสายงานการขายและบริหารช่องทางจำหน่าย ลูกค้าองค์กรธุรกิจ บริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือดีแทค ถึงเหตุผลของการขยับจาก dtac SME ที่มุ่งเจาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก มาสู่ dtac Business ด้วยพันธกิจการออกแบบโซลูชั่นใหม่ๆ เป็นช่วยให้ธุรกิจของกลุ่มลูกค้าองค์กรตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่น มาพร้อม 5 กลุ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาช่วยตอบโจทย์ธุรกิจไทย อันประกอบด้วย Mobility solutions, IoT Solution, SmartConnect, Messaging และ Connectivity ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ภายใต้คีย์คอนเซ็ปต์ Worry Free
“เรารู้ว่าผู้ประกอบการมีข้อกังวลค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ก็ปรับให้การโทรไม่จำกัดและไม่มีเงื่อนไข ตัดบริการที่สร้างข้อกังวลหรือสร้างการใช้จ่ายที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้การทำธุรกิจราบรื่น ออกแบบผลิตภัณฑ์มาให้ผู้ประกอบการใช้งานง่าย เน้นความ simple แม้ dtac Business จะเพิ่งเปิดตัว แต่คอนเซ็ปต์ Worry Free ถูกนำมาใช้กับดีแทค เอสเอ็มอี มาสองปีแล้ว ซึ่งทำให้ฐานลูกค้าเราเติบโตขึ้นประมาณ 60% จากฐานะลูกค้าที่มีอยู่เดิม 100,000 ราย ปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ 160,000 ราย จำนวนลูกค้าบริษัทประมาณ 30,000 ราย ขยับเป็น 50,000 ราย เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทุกเดือนจะมีลูกค้ารายใหม่มาขอใช้บริการเพิ่ม มากกว่าที่ออกไปประมาณ 3-4 เท่า และเมื่อเราเปลี่ยนเป็น dtac business ลูกค้ากลุ่มที่เป็น SME ก็ตอบรับดีมาก”
Worry Free ย้ำคีย์หลักของ dtac Business
ธนัท อธิบายถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของ dtac Business ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Worry Free ว่า Mobility solutions ยังเป็นพระเอกชูโรง ที่นำซิมการ์ดที่เคยออกแบบให้บุคคลมาปรับให้เข้ากับธุรกิจ โดยออกแบบโปรโมชั่นร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อให้ตรงกับความต้องการ หนึ่งข้อที่ตอบโจทย์ปัญหาใหญ่ที่ลูกค้าปัจจุบันที่ต้องพบเจอตลอดคือการอัพเกรดโปรโมชั่น Mobility solutions จะถูกออกแบบให้แพ็กเกจอัพเกรดตัวเองได้ทันทีที่ดีแทคออกผลิตภัณฑ์ใหม่โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องต่อสัญญา และไม่มีข้อผูกมัด
สำหรับ IoT Solution ที่ดีแทคมีความได้เปรียบจาก Telenor Connection ที่พัฒนาเทคโนโลยีนี้มานานนับ 10 ปี บริการนี้จะมีระบบแพลตฟอร์มบนคลาวด์ ทำให้ผู้ประกอบการที่มาใช้บริการ ไม่ต้องติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ แค่เพียงเขียนแอปพลิเคชันมา และมาเชื่อมกับแพลตฟอร์มนี้ก็สามารถใช้งานได้เลย
และอีกหนึ่งส่วนสำคัญคือ Cloud Solution ด้วยระบบที่เรียกว่าสมาร์ทคอนเน็ค (SmartConnect) ของดีแทคจะเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานและความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล เราสามารถออกแบบ VPN ผ่านระบบคลาวด์ การเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายของสมาร์ทคอนเน็คมีความปลอดภัยสูง มีประสิทธิภาพ และช่วยลูกค้าองค์กรลดค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์และระบบเครือข่าย อีกทั้งยังสร้างความแตกต่างที่โดดเด่น บริการคลาวด์ของดีแทค เหมาะสมอย่างยิ่งกับการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี ทั้ง ธนาคาร บริษัทประกัน และร้านอาหาร เนื่องจากคลาวด์มีความยืดหยุ่นจึงทำให้องค์กรคล่องตัวและรวดเร็ว
ขณะที่ Messaging และConnectivity จะเป็นการสื่อสารที่สามารถถึงได้ทุกคน และยังจำเป็นสำหรับองค์กรขนาดเล็ก โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาที่ SMS เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ใช้สื่อสารและสามารถเข้าถึงได้ทุกคน ดีแทคจึงออกแบบเว็บเบส (web-based) เพื่อให้รองรับกับการใช้งานของ SME และยังใช้เครื่องมือนี้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าของผู้ประกอบการได้ ทำให้เขาเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ และกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

dtac OneCall โซลูชั่นของอนาคต
ธนัท กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งบริการน้องใหม่ในกลุ่ม Mobility solutions คือ dtac OneCall ที่จะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถติดต่องานได้ทุกที่ด้วยโทรศัพท์มือถือได้เสมือนหนึ่งว่าอยู่ในสำนักงาน ด้วยระบบโครงข่ายบนคลาวน์ ทำให้การสื่อสารไม่สะดุด สร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ และแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของเจ้าของกิจการ ลดการสูญเสียโอกาส
“ในสถานการณ์ที่พนักงานไม่ได้ทำงานในบริษัทก็สามารถ Work from anywhere ได้ สามารถเชื่อมต่อกันได้ ประชุมหากันได้ มีเบอร์กลาง ลูกค้าสามารถโอนไปยังแผนกต่างๆ ได้ เสมือนเป็นโทรศัพท์ในสำนักงาน มีฟังก์ชันการโทรเข้า รับสายและโอนสายอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเดินสาย ซึ่งก่อนหน้านี้มีบริการที่ใกล้เคียงกัน คือ VOIP Clound PBX ซึ่งมีในทุกเครือข่ายบริการแต่ยังไม่แพร่หลายเพราะคุณภาพการสื่อสารยังไม่เสถียร
ดีแทคมีบริการ VOIP Clound PBX มา 5 ปีแล้ว ขณะเดียวกันก็เรียนรู้จุดอ่อนและนำมาปรับปรุงจากความต้องการของผู้ประกอบการ ออกมา VOIP เวอร์ชั่นที่ 2 หรือที่เราเรียกว่า dtac OneCall ที่แก้ไขจุดบกพร่องเรื่องคุณภาพการสื่อสารให้เสถียร โดยนำมาบูรณาการ (Intergrade) กับโครงข่ายของดีแทค ดังนั้นประสบการณ์ของลูกค้าที่โทรเข้ามาก็จะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และที่สำคัญบริการนี้จะมีค่าใช้จ่ายจะตกเฉลี่ยประมาณ หมายเลขละ 149 บาท/เดือน โดยไม่ต้องกังวลค่าเสื่อมของเครื่องมือ และไม่มีอายุสัญญา” ธนัท กล่าว
เมื่อถามว่าบริการ OneCall เหมาะกับธุรกิจแบบไหน ผู้อำนวยการสายงานการขายและบริหารช่องทางจำหน่าย ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ดีแทค บอกว่า “ผลิตภัณฑ์นี้ ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ต้องใช้ทีมพนักงานขายเป็นหลัก เพราะบริการวันคอล จะทำให้คุณไม่พลาดสายสำคัญของลูกค้า สามารถบริหารจัดการสายโทรเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ อีกกลุ่มหนึ่งคือคอลเซ็นเตอร์ บริการวันคอลจะช่วยบริหารจัดการสายโทรเข้าลดปัญหาการรอสายนาน และสร้างมาตรฐานการโทรออก
“กลุ่มสตาร์ทอัพ หรือกิจการที่ออกแบบให้เป็น Mobile Office ไม่มีโต๊ะประจำ ไม่มีการเดินสาย การใช้ระบบนี้จะทำให้พนักงานสามารถทำงานได้เสมือนอยู่ในสำนักงาน มีเบอร์ต่อของตัวเอง มีข้อความต้อนรับ และโอนสายอัตโนมัติ และไม่เพียงแต่กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น เพราะกิจการที่มีสาขาจำนวนมาก หากนำระบบ dtac OneCall สามารถบริหารจัดการเบอร์โทรของแต่ละสาขาได้ด้วยเบอร์กลางเบอร์เดียว ลดความยุ่งยากสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และสำหรับบริษัทที่มีโครงสร้างอาคารหลายตึก หลายแผนก แต่ไม่อยากเดินสายให้ยุ่งยากก็ใช้บริการนี้ได้
“ข้อดีของกลุ่มธุรกิจที่นำบริการนี้ไปใช้ ที่แน่ๆ คือประสบการณ์ลูกค้า หรือผู้ใช้บริการจะรู้สึกดี มีประสบการณ์ที่ดี เราจะไม่พลาดสายสำคัญในโอกาสธุรกิจเลย ไม่ว่าจะสายไหนก็จะมีคนดูแลแน่นอน เซลส์ลาออกไป ก็ไม่สามารถเอาลูกค้าไปได้ เพราะลูกค้ายังอยู่ในกลุ่มเดิม ไม่สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ เราคาดหวังว่าจะมีกลุ่มธุรกิจจะให้ความสนใจบริการนี้ และเห็นประโยชน์ของมัน เพราะดีแทคกำลังจะพาทุกคนไปอยู่บนโลกดิจิทัล โลกบนคลาวด์ โลกของเทคโนโลยีที่ไม่มีข้อจำกัด” ธนัท ย้ำ
ในยุคที่ธุรกิจน้อยใหญ่ต้องเจอสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงแบบ New Normal เพราะฉะนั้นองค์กรต่างๆ จะต้องพร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลา และมีบริการใหม่ๆ เกิดขึ้นระหว่างทางอีกมากมายเพื่อตอบโจทย์การทำธุรกิจและตอบโจทย์อนาคต ดังนั้น เป้าหมายของ dtac business คือการเป็น One stop shop สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจทุกขนาด เป็นพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจลูกค้า ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ร่วมกัน