รวมปัญหาและข้อผิดพลาดของนักเขียนนิยายมือใหม่ พร้อมวิธีรับมือฉบับโปร!
สำหรับนักเขียนมือใหม่ที่กำลังรู้สึกหลงทาง หมดไฟ หรือเจอปัญหาหลายๆ อย่างจนท้อแท้ในการเขียนนิยาย และไม่รู้จะเดินหน้าต่อยังไง วันนี้เราได้รวบรวมปัญหาและข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย เพื่อที่จะบอกถึงเคล็ดลับหรือวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นฉบับมืออาชีพ รับรองว่าถ้าได้ลองทำแล้วจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจ และข้อแนะนำที่ดีสำหรับทุกคนให้นำไปปรับใช้ได้แน่นอน จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย
1. การวางโครงเรื่องที่ยังไม่ชัดเจนตั้งแต่แรก แก้ได้ด้วยการให้เวลากับการวางโครง
โครงเรื่อง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเขียนนิยาย เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางให้เราสามารถรู้ว่าจะต้องเขียนเนื้อหาอะไรไว้ตรงไหนยังไง การวางโครงเรื่องนั้นจริงๆ แล้วก็สามารถมีโครงเรื่องหลากหลายแบบเพื่อทำการพลิกแพลงเมื่อเราลงมือเขียนเนื้อหาได้ อาจมีปรับเปลี่ยนนิดหน่อย เพื่อดูว่าเนื้อหาจะสอดคล้องไปกับโครงเรื่องอย่างไรเพื่อให้สมบูรณ์มากที่สุด แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องวางโครงให้ชัดเจนทุกอัน เพื่อที่จะทำให้การเขียนนิยายไม่ออกทะเล และกลับมาโยงสู่โครงเรื่องแบบที่เราต้องการ สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้งานของเราอ่านง่าย มีระบบการคิดที่เป็นเหตุและผล ไม่สับสนทั้งนักเขียนและนักอ่าน
2. ทำยังไงดีเขียนจบแล้วยังคิดชื่อเรื่องไม่ออก อยากให้ลองอ่านทบทวนที่ตัวบท
ถือว่าเป็นข้อที่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย หากเรายังไม่ส่งเนื้อหาสู่สำนักพิมพ์ หรืออัปโหลดลงทางเว็บไซต์ เราอาจลองนั่งพิจารณาและอ่านตัวบทอีกครั้ง ว่าส่วนไหนเป็นสิ่งสำคัญในตัวเรื่องของเรา สิ่งเหล่านี้อาจจะมาจากแก่นเรื่อง เนื้อเรื่องหลัก ตัวละครสำคัญ สถานที่สำคัญของเรื่อง หรือองค์ประกอบอื่นๆ เป็นต้น เมื่อเราพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆ อาจช่วยให้เราเห็นว่าชื่อเรื่องเราควรเป็นอะไรดี เพื่อสอดคล้องกับสิ่งที่เราได้สื่อไป
3. เลิกใช้อีโมติคอน ให้ความสำคัญกับโครงเรื่องและเน้นเนื้อหาให้ปัง!
เป็นเทรนด์ที่มาแรงเลยสำหรับเมื่อก่อนที่นักเขียนนิยายส่วนใหญ่ใช้รูปอีโมติคอนเพื่อประกอบการเล่าเรื่อง แต่ปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเรายังติดการใช้อีโมติคอนแบบเดิมๆ อาจทำให้งานของเราไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง เราจึงอาจต้องลดการใช้อีโมติคอน หรืออาจจะยกเลิกการใช้ไปเลย เพื่อให้สอดคล้องกับความนิยมของผู้อ่านในยุคปัจจุบัน แล้วหันไปให้ความสำคัญกับโครงเรื่องและเนื้อหาที่เราต้องการจะสื่อออกไป เพื่อสร้างความสนุกและน่าติดตามให้ครองใจผู้อ่านแทน
4. เปลี่ยนจากการเล่าหลายมุมมอง มาเป็นแบบมุมมองเดียวเพื่อให้อ่านง่ายไม่สับสน
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มุมมองการเขียน (Point of View) ที่นิยมใช้ในนิยายทั่วไปจะแบ่งเป็น 2 มุมมองหลักๆ คือ มุมมองแบบสรรพนามบุรุษที่ 1 และสรรพนามบุรุษที่ 3 มีหลายคนอาจยังใช้การเล่าเรื่อง ในรูปแบบของ การใช้มุมมองการเขียนที่สลับกันไปมาอาจจะเป็นระหว่างสรรพนามบุรุษที่ 1 และ3 อาจจะทำให้ผู้อ่านสับสนและมึนงงได้ ไม่เข้าใจว่าใครเป็นคนพูดกันแน่ จึงอาจจะทำให้ผู้อ่านหมดสนุก และทำให้เรื่องของเราไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แม้ว่าจะสนุกแค่ไหนก็ตาม การเลือกมุมมองการเขียนนิยายให้ชัดเจน และเป็นแบบเดียวกันตลอดทั้งเรื่อง จะช่วยทำให้เราสามารถเล่าเรื่องได้เข้าใจง่าย สื่อสารได้ตรงจุด และผู้อ่านสามารถปะติดปะต่อเรื่องของเราได้อย่างง่ายดาย
5. อยากเขียนนิยายให้จบ แต่บางครั้งเริ่มรู้สึกหมดไฟกลางทาง
หากเรารู้สึกเดินมาถึงทางตัน และหมดไฟ ไม่รู้จะไปต่ออย่างไร เราอยากแนะนำให้สูดหายใจเข้าลึกๆ ใจเย็นๆ และตั้งสติ อาจหาอะไรทำเพลินๆ อย่างการออกไปทานของอร่อย โทรหาเพื่อนสนิทเพื่อพูดคุยเรื่องราวสนุกๆ พาตัวเองไปรีแลกซ์ ทำกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบ อาจหาไอเดียใหม่ๆ จากการอ่านนิยายประเภทต่างๆ ที่เราสนใจ เพื่อให้เราเห็นเทรนด์การเขียนนิยายประเภทอื่น เมื่อรู้สึกพร้อมก็ค่อยกลับมาให้เวลากับการเขียนนิยายของตนเองอีกครั้ง
การพักผ่อนในลักษณะนี้อาจช่วยทำให้เรามีไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น มากกว่าการนั่งหน้าจอทั้งวัน เรารู้ดีว่าการเขียนนั้นต้องใช้เวลา ในการตกผลึกคำ และเรื่องราวต่างๆ ไม่มีนักเขียนคนใดที่ประสบความสำเร็จโดยที่ไม่เคยท้อแท้มาก่อน ลองหาเวลาให้ตัวเองได้พัก และกลับมาเขียนใหม่เมื่อใจสบายและสมองปลอดโปร่ง เราเชื่อว่าการรู้จักถอยออกมาพักบ้างจะช่วยให้เราเห็นอะไรได้ชัดเจนมากขึ้น งานเขียนที่ดี จึงต้องรู้จักบาลานซ์ระหว่างเวลาที่ควรทำและเวลาที่ควรพัก เมื่อเราบาลานซ์ได้ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
ปัญหาดังกล่าวพร้อมคำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่นำมาฝากในวันนี้ หวังว่าจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจและคำแนะนำที่ดีให้กับนักเขียนทุกคน ไม่ว่ากำลังกังวลกับเรื่องใดก็ตาม ขอให้ทุกคนฮึดสู้ และพยายามแก้ไขปัญหาไปทีละจุด ไม่มีนักเขียนคนไหนที่ไม่เคยเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ส่วนทางเราขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนที่กำลังหมดไฟทุกคนเลยนะ! เชื่อว่ามีคนรออ่านผลงานของคุณเสมอ ใครพร้อมแล้วก็เริ่มลงมือเขียนนิยายกันต่อได้เลย