ภาคธุรกิจไทยกับสิ่งที่ต้องทำเพื่อเร่งการปฏิรูปด้านดิจิทัล
ภาคธุรกิจไทยกับสิ่งที่ต้องทำเพื่อเร่งการปฏิรูปด้านดิจิทัล
การปฏิรูปด้านดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วน ด้วยเหตุผลอันสมควร
การปฏิรูปด้านดิจิทัล (Digital transformation) เป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วนสำหรับผู้บริหารในองค์กรธุรกิจและภาครัฐทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกโดยมีเหตุผลอันสมควร เมื่อไม่นานมานี้ในการศึกษาวุฒิภาวะด้านดิจิทัลระดับโลกโดย บอสตัน คอสซัลติ้ง กรุ๊ป (BCG) ที่ใช้เครื่องมือ Digital Acceleration Index(DAI) ซึ่ง BCG ออกแบบมาเพื่อประเมินวุฒิภาวะด้านดิจิทัล (Digital Maturity) ของภาคธุรกิจ ได้มีบริษัทจากทุกอุตสาหกรรมและทุกภูมิภาคของโลกเข้าร่วมการสำรวจกว่า 8,500 บริษัท ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มผู้นำด้านดิจิทัล (Digital Champion) ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่แนวหน้าในด้านการปฏิรูปด้านดิจิทัล มีผลประกอบการประจำปีเติบโตขึ้น 1.8 เท่า และมูลค่าสุทธิของกิจการเพิ่มขึ้น 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับบริษัทอื่น ๆ ที่เป็นผู้ตามหลังในด้านการปฏิรูปด้านดิจิทัล
ประเทศไทยอยู่จุดไหนบนเส้นทางการปฏิรูปด้านดิจิทัล
การปฏิรูปด้านดิจิทัลไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ มาใช้งาน แต่ยังครอบคลุมถึงกระบวนการใหม่ วิธีการในการทำงานใหม่ โครงสร้างองค์กรและขีดความสามารถแบบใหม่ รวมถึงองค์ประกอบวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐานในโมเดลธุรกิจเดิมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย กระบวนการนี้ต้องอาศัยเวลา ความทุ่มเทและทรัพยากรมากมาย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (Thailand Management Association : TMA) จึงได้ร่วมกับบริษัท บอสตัน คอสซัลติ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (BCG) เพื่อทำการศึกษาว่าองค์กรในประเทศไทยอยู่ในจุดใดของกระบวนการนี้ และอะไรคือปัจจัยที่ช่วยเร่งให้การปฏิรูปด้านดิจิทัลในภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยเกิดขึ้น
ข้อค้นพบสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์การปฏิรูปด้านดิจิทัลในประเทศไทย
ด้วยเครื่องมือ DAI ของ BCG ได้มีการสำรวจวุฒิภาวะทางดิจิทัลของบริษัทในประเทศไทยกว่า 60 แห่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมหลักต่าง ๆ ตั้งแต่ธุรกิจการธนาคารไปจนถึงอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบผลที่ได้กับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผลการศึกษาพบว่า 42% ของบริษัทในประเทศไทยยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิรูปด้านดิจิทัล โดยมีการดำเนินการด้านดิจิทัลแบบแยกส่วนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การศึกษาพบว่า บริษัทต่าง ๆ กำลังก้าวไปสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ เห็นได้จากบริษัทในประเทศไทยส่วนใหญ่ได้คะแนนค่อนข้างสูงในมิติของกลยุทธ์ด้านดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันในต่างประเทศที่ไม่แค่มองว่าดิจิทัลเป็นเพียง ”การทดลอง” ที่แยกออกมาจากตัวธุรกิจ หากได้นำดิจิทัลมาผนวกไว้เพื่อขับเคลื่อนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลยุทธ์ธุรกิจโดยรวม กล่าวอีกนัยหนึ่ง แม้ว่าบริษัทในประเทศไทยโดยทั่วไปอาจเป็นเพียง “ผู้เริ่มต้นด้านดิจิทัล (Digital Starters)” แต่บริษัทเหล่านี้มีกลยุทธ์ดิจิทัลที่เหมาะสม และมีแผนการดำเนินการเพื่อเริ่มปลดล็อคมูลค่าที่จะเกิดขึ้นมหาศาลจากดิจิทัล เมื่อการดำเนินการกลยุทธ์เหล่านี้ถึงจุดที่จะขยายผลสู่วงกว้างได้
และพบว่ามีตัวอย่างของบริษัทไทยที่ก้าวไปถึงขั้นดังกล่าวแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินและเฮลธ์แคร์ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้พบว่าเป็นกลุ่มผู้นำ ที่มีขีดความสามารถเทียบเคียงกับผู้เล่นในอุตสาหกรรมเดียวกันในระดับภูมิภาคและระดับโลก ในงานอันทรงเกียรติซึ่งจัดโดย TMA เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีสี่บริษัทที่ได้รับรางวัล Thailand Digital Excellence Awards ได้แก่ บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Digital Business Model Innovation ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลDigital Technology & Artificial Intelligence ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Digital Culture & Talent และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้รับรางวัล Digitally Optimized Operations
ปัจจัยเร่งรัดการปฏิรูปด้านดิจิทัลของประเทศไทยคืออะไร
แม้จะมีตัวอย่างที่โดดเด่นให้เห็น แต่ปัจจัยเร่งรัดการปฏิรูปด้านดิจิทัลของภาคธุรกิจในประเทศไทยยังมีสิ่งอื่นที่มากกว่านั้นอีกหรือไม่ ผลการศึกษาได้เผยให้เห็นสิ่งที่ยังพร่องไปในหลายมิติซึ่งมีความสำคัญต่อการบรรลุวุฒิภาวะทางดิจิทัลดังนี้
ผลการศึกษาพบว่ามีบริษัทในประเทศไทยน้อยกว่าหนึ่งในสาม(32%) ที่มีการจัดสรรอย่างน้อย 10% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับเรื่องดิจิทัล เมื่อเทียบกับ 75% ที่เป็นค่าเฉลี่ยของบริษัททั่วโลก และ 86% ในกลุ่มผู้นำด้านดิจิทัล นอกจากนี้ยังพบว่ามีบริษัทไทยเพียง 23% เท่านั้นที่มอบหมายให้พนักงานอย่างน้อย 10% ขององค์กรทำงานด้านดิจิทัลโดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับ 65% และ 79% ของค่าเฉลี่ยทั่วโลกและกลุ่มผู้นำด้านดิจิทัลตามลำดับ การดำเนินการด้านนี้จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากพนักงานที่มีศักยภาพสูงเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในการดำเนินการกลยุทธ์ดิจิทัลทั้งหมดขององค์กร รวมทั้งยังพบว่าการบูรณาการข้อมูลเข้าเป็นหนึ่งเดียว (Unified data models) และการแปลงขั้นตอนการทำงานให้เป็นดิจิทัลยังไม่ได้รับงบประมาณอย่างเพียงพอ อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ยังไม่ได้รับความใส่ใจและงบประมาณสนับสนุนเท่าที่ควรคือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล ทั้งที่สิ่งนี้จะช่วยให้บริษัทมีโอกาสในการหาพันธมิตรเพื่อการสร้างตลาดที่ใหญ่พอและเอื้อต่อการต่อยอดนวัตกรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดการดำเนินการแบบ win-win-win ให้แก่บริษัทและลูกค้า
การก้าวผ่านจุดเปลี่ยน
บริษัทในประเทศไทยอยู่ในจุดที่ใกล้จะสามารถใช้ประโยชน์จากการปฏิรูปด้านดิจิทัลได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ดี การตัดสินใจลงทุนด้านดิจิทัลอย่างจริงจังคือสิ่งจำเป็นในการก้าวผ่านจุดเปลี่ยนที่สำคัญนี้ การที่ผู้บริหารราว 80% มองว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 จะนำไปสู่ความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปด้านดิจิทัล ทำให้ BCG หวังจะได้เห็นบริษัทต่าง ๆ ดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อเร่งรัดการดำเนินการด้านดิจิทัลของตน ทั้งนี้ องค์กรต่าง ๆ เช่น TMA และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ล้วนมีความกระตือรือร้นที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากท้ายที่สุดแล้วการปฏิรูปด้านดิจิทัลอย่างรวดเร็วจะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก
