เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
Automotive ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
Finance คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
ดูทั้งหมด

เช็กทุกข้อเสนอเอกชน ครม. สัญจร ภูเก็ต ซอฟต์โลนใหม่ 5 หมื่นล้าน

03 พ.ย. 2563 | 11:30น.
ครม.สัญจร ภูเก็ต

ครม.สัญจร  ภูเก็ต รับลูก 13 ข้อเสนอเอกชน ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้อันดามัน ไฟเขียวทางหลวงบ้านใหม่-บ้านเกาะแก้ว 3 หมื่นล้าน ซอฟโลน 5 หมื่นล้านชุบชีวิตธุรกิจท่องเที่ยว ก็อปโมเดลวิกฤต 40 ตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์พยุงโรงแรม-สปา-บริษัทนำเที่ยว ตั้้ง “ทศพร” ปั๊มชีพจรท่องเที่ยวภูเก็ต

รับ 13 ข้อเสนอภาคเอกชนฟื้น ศก.อันดามัน

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 3/2563 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ตรัง และระนอง ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2563 ที่จังหวัดภูเก็ต ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเป็นประธาน รับข้อเสนอของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ตภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นอย่างมาก

โดยในที่ประชุมหารือแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน ได้หารือกับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ 6 ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มอันดามัน ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

และนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต นายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน และได้พิจารณามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดภูเก็ต จำนวน 13 ข้อเสนอ

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ อาทิ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จ.ภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ขณะที่มาตรการที่จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบศ.) พิจารณาอีกครั้ง อาทิ โครงการพัฒนาคุณภาพการคัดกรองด่านตรวจภูเก็ต

โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ ระยะทาง 22.4 กิโลเมตร การปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน มาตรการการเงิน มาตรการภาษี มาตรการแรงงาน สำหรับมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที อาทิ การจัดการอบรม สัมมนาของหน่วงานราชการ รัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

สำหรับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของ จ.ภูเก็ต ที่เป็นข้อเสนอภาคเอกชน 13 ข้อ ได้แก่ 1. โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก 2. โครงการพัฒนาคุณภาพการคัดกรองด่านตรวจภูเก็ต 3.โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ (สาย บ.เมืองใหม่ – บ .เกาะแก้ว) ระยะทาง 22.4 กิโลเมตร

4.การปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของโครงการเราเที่ยวด้วยกันเพิ่มแรงงจูงใจในการเดินทางวันธรรมดา โดยได้รับสิทธิ์ส่วนลดค่าทีพักเพิ่มเป็น 50 % ในการเข้าพักช่วงระหว่างวันจันทร์-พฤหัสบดี ขยายประเภทธุรกิจในสิทธิประโยชน์คูปองให้ครอบคลุมกิจการสปา บริษัทนำเที่ยว และรถเช่า การขยายสิทธิประโยชน์เงินคืนค่าเครื่องบินให้กับนักท่องเที่ยวที่ขับรถยนต์ โดยได้รับเงินคืนค่าน้ำมัน 40 % สูงสุด 2,000 บาท ลดระยะจำนวนวันในการสำรองที่พักล่วงหน้าจาก 3 วัน เหลือ 1 วัน และเปิดให้ทำการจองได้ 24 ชั่วโมง การขยายระยะเวลาในโครงการให้สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2564

5.การให้กระทรวง ทบวง กรม องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดประชุม สัมมนา ในกลุ่มจังหวัดอันดามันเป็นเวลา 12 เดือน ขอขยายเพดานค่าใช้จ่ายของการประชุมสัมมนาของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ อีก 1.5 เท่าของอัตราปกติในพื้นที่จ.ภูเก็ต จนถึง 31 ธ.ค.64

6. การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพมหานคร – ภูเก็ต ในช่วงสุดสัปดาห์ (ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์) จากสายการบินไทยสไมล์ วันละ 3 เที่ยวบินในเวลาเช้า บ่าย ค่ำ ในอัตราค่าโดยสารคงที่ในราคา 1,250 บาทต่อเที่ยวบิน ระยะเวลา 1 ธ.ค.63 – 31 ธ.ค.64

7. การสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับกีฬา อาหาร และสันทนาการทุกสุดสัปดาห์ 12 เดือน รวม 52 ครั้ง

8. การให้สิทธิประโยชน์ให้กับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทเอกชนอื่น ๆ ให้ดำเนินการจัดตั้งพื้นที่สำนักงานในหน่วยงานด้านเทคโนโลยี หรือดิจิทัลที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีพื้นที่ขั้นต่ำในการจัดตั้งสำนักงาน 50 ตร.ม. และมีพนักงานประจำอย่างน้อย 5 คน และสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง

9. มาตรการทางการเงิน ประกอบด้วย การขยายเวลาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ออกไปจนถึง ธ.ค. 64 พร้อมลดดอกเบี้ย 2% ตลอดการพักหนี้ โดยเน้นไปที่ธุรกิจโรงแรม สปา บริษัทนำเที่ยว รวมถึงบุคคลธรรมดาที่มีสินเชื่อเช่าซื้อเพื่อการประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การจัดตั้งวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอการท่องเที่ยวในจังหวัดอันดามันเป็นการเฉพาะในวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2 % ระยะเวลา 24 เดือน (1 ธ.ค. 63 – 30 พ.ย. 65)

ทั้งนี้ให้ บสย.เป็นผู้ค้ำประกัน โดยยกเว้นค่าจัดการการค้ำประกัน และการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในการซื้อหุ้นบุริมสิทธิจากธุรกิจท่องเที่ยว เน้นไปที่ธุรกิจโรงแรม สปา บริษัทนำเที่ยว เพื่อใช้เสริมสภาพคล่องในธุรกิจ โดยมีอัตราเพดานการเข้าถือหุ้นไม่เกิน 30 % หรือ ไม่เกิน 300 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขให้ธุรกิจมีสิทธิซื้อคืนในระยะเวลา 5 ปี ด้วยต้นทุนบวกค่าธรรมเนียมในการจัดการ 1 % ต่อปี

10. มาตรการด้านแรงงาน ประกอบด้วย การรักษาการจ้างานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เน้นธุรกิจโรงแรม สปา และบริษัทนำเที่ยว ด้วยมาตรการร่วมจ่าย (Co-Pay) โดยรัฐอุดหนุนเงินเดือนไม่เกิน 7,500 บาทต่อคน 12 เดือน และการปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมเป็น 1% (มาตรา 33 และมาตรา 39/40) จนถึงเดือนธ.ค. 64  11. มาตรการด้านภาษี พิจารณาปรับลดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลงร้อยละ 90 ตลอดปี 2564

12. แนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามแนวทาง 5T (Targeting/Testing on Arrival/Tracing Application / Treating Capacity / Trusting Funds) มอบกระทรวงการคลังศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนเยียวยยาผู้ป่วยจากการระบาดโควิด-19 และผู้ได้รับผลกระทบ โดยร่วมกับภาครัฐและประชาชน และ

13. การนำรายงานผลการศึกษาวิเคราะห์ทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกระบวนงานทีเกี่ยวข้องกับการอนุญาต เพื่อปรับปรุง แก้ไข กระบวนงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตในประเทศไทย (PHUKET SANDBOX) และการส่งเสริมนวัตกรรมและธุรกิจมาทดลองใช้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เป็นระยะเวลา 24 เดือน การจัดตั้งคณะกรรมการศึกษารูปแบบการบริหารและการจัดการรายได้และภาษีอากร

ผุดทางหลวงแนวใหม่ 3 หมื่นล้าน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงว่า ที่ประชุมพิจารณามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตเพื่อวางรากฐานการพัฒนาในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดีขึ้น ได้แก่ โครงการพัฒนาคุณภาพการคัดกรองด่านตรวจภูเก็ต อาทิ ระบบเอ็กเรย์ ระบบ CCTV โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ (สาย บ.เมืองใหม่ – บ.เกาะแก้ว)

ระยะทางรวม 22.4 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 30,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ค่าก่อสร้าง 12,000 ล้านบาท และ ค่าเวนคืนที่ดิน 18,000 ล้านบาท โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ ฯ เนื่องจากเป็นโครงการระยะยาว จึงได้มอบหมายให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ไปบรรจุไว้ในงบประมาณแผ่นดินแหล่งที่เหมาะสมต่อไป ส่วนโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ฯ มอบหมายกระทรวงการคลัง และ สศช.พิจารณาช่องทางการร่วมลงทุนระหว่างเอกชนกับรัฐ (PPP) ต่อไป

จัดสัมมนาภายในประเทศ-แพ็กเกจดึงนทท.ต่างชาติเที่ยวทั่วไทย

มาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามันในระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย การปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน อาทิ เพิ่มแรงจูงใจในการเดินทางในวันธรรมดาให้ได้รับส่วนลด 50 %  ขยายประเภทธุรกิจที่ได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น การลดตั๋วเครื่องบิน หรือ รถยนต์ส่วนบุคคล โดยมอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำรายละเอียดและเสนอศบศ.ต่อไปเพื่อให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศได้รับสิทธิประโยชน์

การส่งเสริมให้มีการจัดประชุม สัมมนาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามันของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งมอบหมายให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาไปจัดทำรายละเอียดให้ครอบคลุมถึงจังหวัดอื่นทั่วประเทศ โดยใช้งบประมาณเดิม และนำเข้าศบศ.ต่อไป

นายดนุชากล่าวว่า มาตรการส่งเสริมการจัดแพ็คเกจท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เสนอโดยททท.ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสมาคมโรงแรมไทย ในรูปแบบของ Amazing Thailand plus Package เพื่อตอบสนองความต้องการและดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติและนำเสนอศบศ.ต่อไปเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ไม่ใช่เฉพาะ จ.ภูเก็ต

“มาตรการที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ จ.ภูเก็ตได้ทันทีต้องผ่านขั้นตอนและที่ประชุมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากการประชุมในวันนี้ไม่ใช่เป็นทางการและมีอำนาจอนุมัติได้ นอกจากนี้มาตรการรัฐที่ออกไปทุกพื้นที่ต้องได้รับเหมือนกัน อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ได้เห็นชอบในหลักการและรับไว้พิจารณา และนำไปพิจารณาในที่ประชุม ศบศ.และ ครม. ต่อไป และเรื่องใดที่สามารถจะทำได้ทันทีก็จะทำให้”

รับลูกตั้งกองทุนอสังหา-Soft loan 5 หมื่นล้าน

มาตรการด้านการเงิน ได้แก่ การขยายเวลาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในสินเชื่อเพื่อธุรกิจ รวมถึงวงเงินสินเชื่อเช่าซื้อที่มีอยู่ปัจจุบันออกไปจนถึงธันวาคม 2564 การจัดตั้งวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดอันดามันเป็นการเฉพาะ การจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม สปา และบริษัทนำเที่ยว การรักษาระดับการจ้างงานธุรกิจท่องเที่ยว การปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง รวมถึงมาตรการภาษี

ตั้ง “ทศพร” ฟื้นภูเก็ตทั้งระบบ

นายดนุชากล่าวว่า การจัดตั้งคณะทำงาน Phuket Sandbox เพื่อปรับปรุง แก้ไข กระบวนงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตในประเทศไทยในส่วนของภาคการท่องเที่ยวและจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของภาคธุรกิจที่เกิดจากผลกระทบของโควิด-19 ของจังหวัดภูเก็ต หากเป็นมาตรการด้านการเงินกระทรวงการคลังจะรับไปดำเนินการต่อ

“นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมว่า จ.ภูเก็ตเป็นจังหวัดสำคัญและได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งข้อเสนอเอกชนทั้งหมดได้สั่งให้คณะกรรมการที่ปรึกษา ซึ่งมี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธานที่ปรึกษารับไปเพื่อพัฒนาข้อเสนอให้ออกมาเป็นแนวทางการฟื้นฟู จ.ภูเก็ตในภาพใหญ่ทั้งหมดทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึง Phuket Sandbox และนำเสนอ ศบศ. เพื่อพิจารณาต่อไป”

ชง ศบค.ลดกักตัว 7+7 วัน

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า ข้อเสนอของเอกชนนายกรัฐมนตรีรับไว้พิจารณาทั้งหมด สำหรับข้อเสนอกักตัวนักท่องเที่ยวลดลงจาก 14 วัน กระทรวงฯจะเสนอ 7+7 หรือ ให้กักตัวในห้องพัก 7 วัน และกักบริเวณโรงแรม 7 วัน โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กลางเดือน พ.ย. 63 และเข้าครม.ต่อไป ซึ่งต้องดูผลจากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนในวันที่ 3 พ.ย.นี้ก่อน หากไม่มีอะไรกระเพื่อม

อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขเสนอกักตัวเป็นขั้นบันได 10-7-5-3-0 วันลดหลั่นลงไป นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีอยากเที่ยวบินตรงมายังจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการจะเข้ามาเที่ยวได้ทันที ไม่ต้องไปสุวรรณภูมิ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน

จ้างงาน 6 จว.อันดามัน 1,500 ล้าน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมการประชุมหารือแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมถึงสถานการณ์แรงงานขณะนี้ว่า ในจังหวัดภูเก็ตมีคนตกงานประมาณ 80,000 คน จากแรงงานว่างงานทั้งหมด 1.7-1.8 แสนคน

ซึ่งรัฐบาลที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและดำเนินการแก้ปัญหาตามมาตรการจ้างงานที่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว อาทิ มาตรการรัฐและเอกชนร่วมจ่าย (Co-pay) โดยให้นายจ้างที่จ้างงานแบบพาร์ทไทม์ให้เข้าระบบแรงงานมากขึ้น ทั้งนี้ในจังหวัดภูเก็ตมีผู้ประกอบการเข้าร่วมมาตรการ Co-pay จำนวน 30-40 บริษัท ซึ่งมีการจ้างงานไปแล้วหลักพันคน

“เศรษฐกิจไทยกำลังจะฟื้น ยกเว้นธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งท่านนายกฯพยายามแก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถ เช่น การเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบพิเศษ (STV) เพื่อให้เกิดการพำนักภายในประเทศระยะยาว (ลองสเตย์) ขณะที่กระทรวงแรงงานได้ทำงานเชิงรุกเข้าถึงคนว่างงานถึงบ้านเพื่อลดค่าใช้จ่าย”

นายสุชาติกล่าวว่า หลังโควิด-19 ประเทศไทยจะฟื้นก่อน วิกฤตถือเป็นโอกาส และเมื่อมีวัคซีนภาคท่องเที่ยวจะรับนักท่องเที่ยวกันไม่หวาดไม่ไหว

“การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 3 /2563 กลุ่มจังหวัดภาคใต้อันดามัน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.สตูล จ.ตรัง จ.กระบี่ และ จ.ระนอง ในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.63) กระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจะของบประมาณ จำนวน 1,500 ล้านบาท ภายใต้งบพ.ร.ก.กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท เพื่อจ้างงาน 18,000 อัตรา ครอบคลุม 6 จังหวัดภาคใต้อันดามัน แบ่งออกเป็น จ.ภูเก็ต 8 พันอัตรา วงเงิน 500 ล้านบาท จ.พังงา จ.สตูล จ.ตรัง จ.กระบี่ และ จ.ระนอง จังหวัดละ 2 พันอัตรา จังหวัดละ 200 ล้านบาท”

ทั้งนี้ เป็นการจ้างงานสำหรับคนในพื้นที่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ทำงานอาสาและสาธารณะ ค่าตอบแทน 330-340 บาทต่อวัน ระยะเวลา 10 เดือน

ลุ้น บอร์ดประกันสังคมลดส่งเงินเข้ากองทุนอีก 3 เดือน

นายสุชาติกล่าวว่า สำหรับข้อเสนอผู้ประกอบการขอขยายลดการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม หรือ นายจ้าง 2 % และ ลูกจ้าง 2% จากเดิมฝ่ายละ 5 % เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ (ธ.ค. 63 – ก.พ. 64) จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือน พ.ย. 63 ซึ่งจะทำให้กระทบเงินกองทุนฯ 24,000 ล้านบาท ต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ที่มีนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน