“ประยุทธ์” ถก ครม.สัญจรภูเก็ต ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว เน้นพระราโชบาย ขยายซอฟต์โลนถึงกลางปีหน้า ลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน 5 เดือน หอบวาระประกันราคาข้าว-ยาง อนุมัติเฉียดแสนล้าน รับทราบกรอบลงทุนรถไฟฟ้ารางเบาเปิดใช้ปี’69 ทางหลวงพิเศษอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง 1.4 หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 โรงแรมสแปลช บีช รีสอร์ท ไม้ขาว จ.ภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ครั้งที่ 3/2563 ว่า เพื่อต้องการสร้างการรับรู้ให้คนทั้งประเทศได้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาสุขภาพและเศรษฐกิจที่เผชิญอยู่ในเวลานี้
“สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำแนวพระบรมราโชบายเรื่องสืบสาน รักษาต่อยอด ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”
ขยายซอฟต์โลนถึง มิ.ย. 64
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมว่า ครม.สัญจรมีมติเห็นชอบทบทวนมติ ครม.มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) 4 มาตรการ 1.ปรับปรุงมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่องให้ครอบคลุมผู้ประกอบการทั่วไป (รายย่อย) และขยายวงเงินสินเชื่อจาก 20 ล้านบาทต่อราย เป็นไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย นอกจากนี้ยังขยายระยะเวลารับคำขอจากเดิม 30 ธันวาคม 2563 เป็น 30 มิถุนายน 2564
2.ปรับปรุงการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. หรือซอฟต์โลนพลัส วงเงิน 57,000 ล้านบาท ให้ครอบคลุมคุณสมบัติ โดยให้ บสย.ค้ำประกันเข้าถึงสินเชื่อได้
3.ซอฟต์โลนออมสินฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย 5,000 ล้านบาท เช่น ร้านอาหาร สปา ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่อง วงเงินต่อรายไม่เกิน 5 แสนบาท ดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี ระยะเวลากู้ 5 ปี ผ่อนชำระเงินต้น 1 ปี และให้
4.ขยายเวลาขอสินเชื่อผู้ประกอบการสปา บริษัทนำเที่ยว วงเงิน 9,600 ล้านบาท ของ ธพว. หรือไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย จาก 30 ธันวาคม 2563 เป็น 30 มิถุนายน 2564
นอกจากนี้ยังเห็นชอบลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินไอพ่นที่สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 จาก 4.725 ต่อลิตร เป็น 0.20 บาทต่อลิตร ระยะเวลา 5 เดือน หรือพฤศจิกายน 2563-เมษายน 2564 คาดว่าจะสูญเสียรายได้ภาษีสรรพสามิต 700 ล้านบาท
ประกันราคายาง 1 หมื่นล้าน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ครม.เห็นชอบประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพาราระยะที่ 2 วงเงิน 10,042 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกรชาวสวนยางพารา 1.8 ล้านครัวเรือน เนื้อที่ 18 ล้านไร่ กำหนดราคาประกันรายได้ยางแผ่นดิบกิโลกรัม (กก.) ละ 60 บาท น้ำยางสด กก.ละ 57บาท ยางก้อนถ้วย กก.ละ 23 บาท รายละไม่เกิน 25ไร่ ให้คนกรีด 40% เจ้าของสวน 60% ดำเนินการเดือนตุลาคม 2563-มีนาคม 2564
1.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ รัฐบาลเป็นผู้ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี แต่ไม่เกิน 600 ล้านบาท ค่าบริหารจัดการโครงการ 4 ล้านบาท เป้าหมายผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ร้อยละ 80 กระตุ้นการโค่นยาง 400,000 ไร่ และดูดซับไม้ยางจากการโค่น 12 ล้านตัน ราคาไม้ยางที่คาดหวังเฉลี่ย 1,300 บาทต่อตัน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563-กันยายน 2565
2.โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ขยายเวลาชำระคืนเงินกู้ทั้งสองโครงการให้กับ ธ.ก.ส. เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2566 จากเดิมวันที่ 31 พฤษภาคม 2563
3.โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง (วงเงินเดิม) วงเงินรวม 25,000 ล้านบาท ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการโดยธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารของรัฐ (สถาบันการเงินเฉพาะกิจ) ได้ทุกธนาคาร จากเดิมเฉพาะธนาคารพาณิชย์ ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับสินเชื่อทุก 1 ล้านบาท ต้องเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศเป็น 2 ตันต่อปี ในปีการผลิต 2563 ส่วนปีที่ 3 เป็น 4 ตันต่อปี
4.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงิน 20,000 ล้านบาท รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563-ธันวาคม 2564อุ้มราคาข้าว 82,141 ล้าน
นอกจากนี้ยังเห็นชอบประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 วงเงิน 18,096 ล้านบาท กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกร ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาประกันตันละ 15,000 บาท ไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 10,000 บาท ไม่เกิน 3 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานีตันละ 11,000 บาท ไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเหนียวตันละ 12,000 บาท
ไม่เกิน 16 ตัน ตั้งแต่เดือน ต.ค.2563- พ.ค. 2564 กำหนดจ่ายเงินรอบที่ 1 ไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่/ครัวเรือน หรือไม่เกิน 20,000 บาทต่อครัวเรือน
รวมถึงมาตรการคู่ขนาน วงเงิน 35,999 ล้านบาท 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 19,826 ล้านบาท 1 พ.ย. 2563-28 ก.พ. 2564 โดยนอกจากเกษตรกรจะได้รับสินเชื่อและไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแล้ว เกษตรกรที่มียุ้งฉางจะได้รับค่าฝากเก็บตันละ 500 บาท กรณีสหกรณ์จะได้รับตันละ 1,000 บาท และสมาชิกจะได้รับตันละ 500 บาท
2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงิน 15,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 1 ต.ค. 2563-30 ก.ย. 2564 โดยสหกรณ์เสียดอกเบี้ย 1%
3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก เป้าหมายดูดซับผลผลิต 4 ล้านตันข้าวเปลือก ระยะเวลาดำเนินการ 1 พ.ย. 2563-31 มี.ค. 2564 ให้ผู้ประกอบการ
เก็บข้าวไว้ 2-6 เดือน และจะได้รับชดเชยดอกเบี้ย 3%
4.สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 28,046 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ ส.ค. 2563-พ.ค. 2564 เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ช่วยให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว โดยในช่วงแรกจะจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว ปีการผลิตในรอบแรกเบื้องต้น อัตราไร่ละ 500 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ หรือครัวเรือนไม่เกิน 10,000 บาท
ทั้งนี้ เป้าหมายเกษตรกร 2.9 ล้านครัวเรือน แบ่งออกเป็น ยางพารา 1.8 ล้านครัวเรือน ข้าว 1.1 ล้านครัวเรือน
รถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ตเปิดปี’69
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ครม.รับทราบผลการดำเนินงานโครงการระบบขนส่งมวลชน จ.ภูเก็ต ระยะที่ 1 เริ่มจากสถานีท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตและสิ้นสุดบริเวณห้าแยกฉลอง ระยะทางรวม 42 กิโลเมตร มีทั้งสิ้น 21 สถานี
กรอบวงเงินลงทุนโครงการเบื้องต้น 35,201 ล้านบาท คาดว่า ครม.จะอนุมัติรูปแบบการลงทุนโครงการได้ในเดือน ต.ค. 2564 คัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการในเดือน มี.ค. 2565-มี.ค. 2566 เริ่มก่อสร้างเดือน เม.ย. 2566 และเปิดให้บริการในเดือน ก.ค. 2569
ครม.ยังได้รับทราบผลการดำเนินโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต มูลค่าลงทุน 14,177 ล้านบาท เป็นโครงการก่อสร้างทางยกระดับมีอุโมงค์อยู่ในช่วงกลางของแนวสายทางระยะทางรวม 3.98 กิโลเมตร