เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จาก ร.9 ถึง ร.10 สถาปัตยกรรม ระบบรางรถไฟฟ้ามหานครสาย “เฉลิมรัชมงคล”

15 พ.ย. 2563 | 17:55น.

เปิดบริการประชาชาชนร่วม 16 ปีสำหรับรถไฟฟ้ามหานครสาย”เฉลิมรัชมงคล”หรือสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทย 

มี “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” เป็นผู้รับผิดชอบ และมี “BEM-บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ” เป็นผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้า 

ซึ่งรฟม.เริ่มสร้างช่วงแรกจาก “หัวลำโพง-บางซื่อ” ระยะทาง 20 กม. จำนวน 18 สถานี ซึ่งในปี 2542 หลังสร้างเสร็จ ได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้วันที่ 13 เม.ย. 2547 ก่อนจะเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 3 ก.ค.2547 

โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง ทรงเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน โดยทรงประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่งขบวนเลขที่ 1014  ไปยังสถานีปลายทางที่ศูนย์ซ่อมบำรุงสถานีพระราม 9 เพื่อกดปุ่มระบบคอมพิวเตอร์เปิดการเดินรถอย่างเป็นทางการ

และเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2542 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานนามให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินว่า “เฉลิมรัชมงคล” อันมีความหมายว่า “งานเฉลิมฉลองความเป็นมงคลแห่งความเป็นพระราชา

พร้อมทรงรับสั่งให้รัฐบาลในขณะนั้นเร่งรัดการก่อสร้างส่วนต่อขยายของโครงการรถไฟฟ้ามหานครให้มีโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดให้กับประชาชนในอนาคต

ปัจจุบัน “รฟม.” ได้สร้างสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วง “หัวลำโพง-บางแค” และ “บางซื่อ-ท่าพระ” แล้วเสร็จเปิดให้บริการครบโครงข่ายเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2563 ต่อเชื่อมกับสายสีน้ำเงินเดิมที่ “สถานีหัวลำโพง” และ “สถานีบางซื่อ” วิ่งเป็นวงกลม รวมระยะทาง 48 กม. จำนวน 38 สถานี  เชื่อมการเดินทางสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ศูนย์กลางกรุงเทพฯ

โดยเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2562  พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่  10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อ “เฉลิมรัชมงคล” มีความหมายว่า ”งานเฉลิมความเป็นมงคลแห่งความเป็นพระราชา” 

สำหรับเส้นทางส่วนต่อขยายนี้ เพื่อเป็นการรวมโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงินทั้งสายเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ 

และเมื่อวันที่ 14 พ.ย.2563 เวลา 17.35 น.ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ    พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรถไฟฟ้ามหานครสาย “เฉลิมรัชมงคล” ส่วนต่อขยาย ณ สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย  เพื่อทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลส่วนต่อขยาย 

ในวาระอันพิเศษนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จลงสู่ชั้นชานชาลา และเสด็จเข้าประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เพื่อเสด็จฯ จากสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย ไปยังสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง เขตบางแค ระยะทาง 11 กม.

โดยเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าช่วงนี้จะลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างสถานีรถไฟฟ้าสนามไชยไปยังสถานีรถไฟฟ้าอิสรภาพ และเปลี่ยนเป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับที่สถานีท่าพระจนถึงสถานีหลักสอง ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 12 นาที เพื่อทรงพระดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ บริเวณลานห้างเดอะมอลล์ บางแค 

สำหรับ “สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย” รฟม.ได้เริ่มก่อสร้างในปี 2554 เป็นโครงสร้างทางวิ่งแบบยกระดับผสมแบบใต้ดิน ระยะทาง 28 กม. แบ่งออกเป็น 2 ช่วง 

“ช่วงหัวลำโพง – บางแค” มีระยะทาง 16 กม.รวม 11 สถานี ประกอบด้วย ทางวิ่งแบบใต้ดินอุโมงค์คู่รางเดี่ยว ในช่วงหัวลำโพง – ท่าพระ ระยะทาง 5 กม. มีสถานีใต้ดิน  4 สถานี และทางวิ่งยกระดับรางคู่บนเสาตอม่อบริเวณเกาะกลางถนน ในช่วงท่าพระ – บางแค ระยะทางประมาณ 11 กม.มีสถานียกระดับ  7 สถานี 

แนวเส้นทางเริ่มต้นต่อจากสถานีหัวลำโพงของรถไฟฟ้ามหานครสาย “เฉลิมรัชมงคล” สายสีน้ำเงินเดิม เป็นเส้นทางใต้ดินลอดตามแนวถนนพระรามที่ 4 เข้าสู่ถนนเจริญกรุง ผ่านวัดมังกรกมลาวาส ผ่านวังบูรพา 

เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสนามไชย ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาด ลอดใต้คลองบางกอกใหญ่ เข้าสู่ถนนอิสรภาพ แล้วเปลี่ยนเป็นเส้นทางยกระดับเข้าสู่สี่แยก ท่าพระ ซึ่งเป็นสถานีร่วมกับส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ – ท่าพระ แล้ววิ่งไปตามแนวถนนเพชรเกษม สิ้นสุดปลายทางที่ถนนกาญจนาภิเษก 

ส่วน “ช่วงบางซื่อ – ท่าพระ” ระยะทาง 12 กม. มี 9 สถานี เป็นทางวิ่งยกระดับรางคู่บนเสาตอม่อบริเวณเกาะกลางถนนทั้งหมด  แนวเส้นทางต่อจากสถานีบางซื่อ ของรถไฟฟ้ามหานครสาย “เฉลิมรัชมงคล” ผ่านแยกเตาปูน สถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานครสาย “ฉลองรัชธรรม” หรือสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ – บางซื่อ เข้าสู่ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผ่านแยกบางพลัด แยกบรมราชชนนี แยกไฟฉาย และสิ้นสุดที่แยกท่าพระ โดยเชื่อมต่อกับส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค

ขณะที่รูปแบบสถานี มีโครงสร้าง 3 ชั้น ชั้นระดับถนน  เป็นทางเข้า – ออก  ชั้นออกบัตรโดยสาร  ภายในประกอบด้วยห้องออกบัตรโดยสาร เครื่องออกเหรียญโดยสารอัตโนมัติ และสามารถใช้เป็นทางเดินเชื่อมต่อไปยังอาคารข้างเคียงและอาคารจอดแล้วจรของโครงการได้ และชั้นชานชาลา สำหรับขบวนรถไฟฟ้าจอดรับ – ส่งผู้โดยสาร 

โดยทุกสถานีจะติดตั้งประตูกระจกอัตโนมัติกั้นที่ชานชาลาป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารพลัดตกรางในระหว่างรอรถไฟฟ้า ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสถานีรถไฟฟ้าครบครัน เช่น บันไดเลื่อน ลิฟต์โดยสาร ทางลาด ห้องน้ำ และยังมีอาคารจอดแล้วจรให้บริการบริเวณสถานีหลักสอง จำนวน 2 อาคาร และมีศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า 1 แห่ง ใกล้กับสถานีเพชรเกษม 48

ในส่วนของการก่อสร้าง  รฟม. นำองค์ความรู้ทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์ และธรณีวิทยา รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากล เข้ามาประยุกต์ใช้ในการก่อสร้าง อาทิ ใช้เทคโนโลยีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาใช้ในการขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา มีระยะทาง 200 เมตร ลึกจากระดับผิวน้ำ 30 เมตร (ลึกจากใต้ท้องแม่น้ำ 7 เมตร) และถือเป็นอุโมงค์รถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกของประเทศไทย 

ยังใช้โครงสร้างอุโมงค์แบบ Pipe Roof แทนการใช้วิธี ขุดเจาะแบบเปิดผิวถนน เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจรในระหว่างก่อสร้าง และเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมของพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากแนวเส้นทางและตำแหน่งที่ตั้งสถานีของโครงการอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ 

นอกจากนี้ยังได้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินให้กลมกลืนกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ สถานีวัดมังกร สถานีสามยอด สถานีสนามไชย และสถานีอิสรภาพ เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าไว้ จนได้รับการชื่นชมว่า เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน