New Normal ยุโรป อากาศร้อนทุบสถิติ อาจยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐาน โอกาสใหม่บริษัทพลังงาน-นักลงทุน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายประเทศในยุโรปตะวันตกต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนสูงทำลายสถิติ โดยมีการประกาศเตือนภัยระดับสีแดง ‘มีความเสี่ยงต่อชีวิตแม้ในประชากรที่มีสุขภาพดี’ ทั้งในอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี
องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า ยุโรปกำลังกลายเป็นทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยมีอุณหภูมิพุ่งสูงเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงสองเท่า และเท็ดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส หัวหน้า WHO กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2026 เป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดในยุโรปแล้ว มากกว่า 1,300 ราย
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เยอรมนีมีอุณหภูมิ 41.7 องศาเซลเซียส ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่สามนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล ทุบสถิติเดิมที่ 41.2 องศาเซลเซียส เมื่อเดือน ก.ค. 2019 ขณะที่หลายเมืองและเขตทั่วทั้งยุโรป มีอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส โดยที่อาคารและโครงสร้างพื้นฐานเก่า การติดตั้งเครื่องปรับอากาศน้อย และร่างกายที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนจัดได้น้อย ทำให้ประชากรในยุโรปมีความพร้อมรับมือกับอุณหภูมิสูงได้น้อยกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของโลก
ท่ามกลางคำเตือนว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะกลายเป็น ‘เรื่องปกติใหม่’ (New Normal) นักลงทุนบางส่วนกำลังทบทวนพอร์ตการลงทุนใหม่อีกครั้ง เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้
กองทุนที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ
สเตฟานี นิเวน ผู้จัดการกองทุนร่วมสำหรับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นยั่งยืนระดับโลก ของบริษัทจัดการการลงทุน Ninety One กล่าวเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ว่า ทีมของเธอเห็นว่า สภาพอากาศที่ร้อนรุนแรงขึ้นในยุโรป กำลังสร้างโอกาสการเติบโตเชิงโครงสร้างสำหรับการลงทุน
นิเวนกล่าวว่า ฝ่ายบริหารของกองทุนหุ้นยั่งยืนระดับโลก กำลังมองหาบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ช่วยเหลือและสร้างความยืดหยุ่นในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ โดยที่การลงทุนของกองทุน มุ่งเน้นไปที่การลดการปล่อยคาร์บอน การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ การจัดการน้ำและมลพิษ การเข้าถึงบริการทางการเงิน และผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพ
“ทีมของ Ninety One สนใจเป็นพิเศษ ในบริษัทที่มีนโยบายช่วยเหลือรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและช่วยให้โลกตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น” นิเวนกล่าว โดยยกตัวอย่างบริษัทประกันภัยที่สร้างแบบจำลองสภาพอากาศที่ทันสมัยมากขึ้นในระบบบริหารความเสี่ยง
นิเวนยังระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ อาจทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และจะเขย่าอุตสาหกรรมประกันภัยในแบบที่นักลงทุนควรจับตามอง โดยยกตัวอย่างว่า หากเอลนีโญทำให้จำนวนครั้งที่เกิดพายุเฮอริเคนลดน้อยลง แต่มีความรุนแรงมากขึ้นและมีโอกาสเกิดความเสียหายครั้งใหญ่ จะสร้างแรงกระแทกต่อวัฏจักรประกันภัยอย่างมาก
บริษัทพลังงานได้ประโยชน์
ไมเคิล ฟิลด์ หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านหุ้นของบริษัทให้บริการข้อมูลการลงทุน มอร์นิงสตาร์ เห็นด้วยว่า มีบริษัทหลายแห่งที่จะได้รับผลประโยชน์จากฤดูร้อนที่ร้อนหนักขึ้นในยุโรป โดยกล่าวว่า บริษัทอุตสาหกรรมอย่าง จอห์นสัน คอนโทรลส์ (Johnson Controls) ซึ่งดูแลจัดการอาคารอัจฉริยะแบบครบวงจร และซีเมนส์ (Siemens) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีและวิศวกรรม จะได้ประโยชน์อย่างมาก
“ทั้งสองบริษัทดำเนินงานในด้านระบบปรับอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตฮีทปั๊มเชิงพาณิชย์ ซึ่งปั๊มรุ่นใหม่จะสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ทำความเย็นได้ และอาจเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน” ฟิลด์กล่าว
นอกจากนี้ ฟิลด์ยังกล่าวว่า สภาพอากาศที่ร้อนรุนแรงขึ้นและผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ อาจทำให้การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด ส่งผลดีต่อบริษัทสาธารณูปโภค โดยบริษัทผู้ผลิตกังหันลมอย่างเวสทาส (Vestas) และบริษัทพลังงานไฟฟ้าอย่างไอเบอร์โดรลา (Iberdrola) ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด อาจได้รับประโยชน์โดยตรง
แมทธิว โดเนน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหุ้นของมอร์นิงสตาร์ กล่าวเสริมว่า คลื่นความร้อนในปัจจุบัน ยังสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อโครงข่ายไฟฟ้ายุโรป ทำให้ราคาค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางดีมานด์การใช้เครื่องปรับอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น
“โครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าที่เก่าแก่ไม่สามารถรับมือได้ ทำให้โรงไฟฟ้าหลายแห่งต้องลดกำลังการผลิตลงเนื่องจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น เน้นย้ำถึงความจำเป็นระยะยาวต่อการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย” โดเนนกล่าว พร้อมระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า เอบีบี (ABB), บริษัทจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ชไนเดอร์ อิเล็กทริค (Schneider Electric), และซีเมนส์ จะได้รับผลประโยชน์จากแนวคิดการลงทุนเชิงโครงสร้างดังกล่าว ผ่านการจัดหาอุปกรณ์สวิตช์เกียร์ หม้อแปลงไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติโครงข่าย และอุปกรณ์จัดการพลังงานที่บริษัทสาธารณูปโภคต้องการ เพื่อสร้างและขยายโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้า
เร่งปรับโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ นักกลยุทธ์ของธนาคารยูบีเอส (UBS) ยังกล่าวว่า คลื่นความร้อนที่ผลักให้อุณหภูมิสูงขึ้นมากถึง 18 องศาเซลเซียสเหนือระดับปกติ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง เป็นโอกาสในการลงทุน จากการที่ประชาชนและภาครัฐต่างเร่งปรับตัวกับสภาพอากาศ
“ยุโรปตะวันตกกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า ต้องปิดโรงเรียน และส่งผลกระทบต่อการขนส่ง รวมถึงสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม” นักกลยุทธ์ของธนาคารยูบีเอสกล่าว พร้อมยกตัวอย่างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฝรั่งเศส ซึ่งลดกำลังการผลิตลงประมาณ 7% ของความต้องการทั้งหมด เนื่องจากอุณหภูมิสูงจำกัดการเข้าถึงน้ำหล่อเย็น ขณะที่ในหลายประเทศ เครือข่ายรถไฟต้องหยุดชะงักลง
“เหตุการณ์เหล่านี้ อาจเพิ่มแรงผลักดันทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลังนโยบายลดการปล่อยคาร์บอน การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ การใช้ไฟฟ้า และการลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงาน” นักกลยุทธ์ของธนาคารยูบีเอสกล่าว โดยเสริมว่า แม้ธนาคารจะมีมุมมองที่เป็นกลางต่อหุ้นยูโรโซนโดยรวม แต่ก็เชื่อว่า การลดการปล่อยคาร์บอนเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ แนวโน้มระยะยาวที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ
ที่มา : CNBC, BBC