ยุโรป ร้อนถนนละลาย พรรคการเมืองคิดนโยบาย เงินกู้ให้คน “ซื้อแอร์”
ก่อนเคยเป็น ‘สินค้าฟุ่มเฟือย’ มาวันนี้กลายเป็นของ ‘จำเป็น’ เมื่อหน้าร้อนในยุโรป อุณหภูมิสูงเกินขีดจำกัด ผลักดันให้พรรคการเมืองฝรั่งเศสเร่งนำเสนอนโยบายเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยวงเงิน 20,000 ล้านยูโร (ราว 7.57 แสนล้านบาท) เพื่อสนับสนุนครัวเรือนกว่า 30-40 ล้านหลังคาเรือนให้เข้าถึงการติดตั้งแอร์
CNN ตลาดเครื่องปรับอากาศในยุโรปเป็นที่ต้องการขึ้นมาก ในอดีตชาวยุโรปมองว่า ‘แอร์’ เป็นสิ่ง ‘สิ้นเปลือง’ ที่มีราคาแพงและก่อมลพิษ
สถิติระบุว่า ขณะที่บ้านเรือนในสหรัฐอเมริกากว่า 90% ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แต่ในยุโรปกลับมีสัดส่วนเพียงประมาณ 20% และในสหราชอาณาจักรมีเพียง 5% เท่านั้น
มาวันนี้ ยุโรปเผชิญกับจุดความร้อนในทวีปที่เร็วกว่าภูมิภาคอื่นของโลกถึง 2 เท่า ความต้องการเครื่องปรับอากาศในภาคที่อยู่อาศัยจึง พุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่า จำนวนเครื่องปรับอากาศในสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า แตะระดับ 275 ล้านเครื่อง ภายในปี 2050
แม้คาดการณ์ในอนาคต ตลาดเครื่องปรับอากาศในยุโรปจะมีแนวโน้มขายดีขึ้น แต่ปัจจุบันพลเมืองยังลังเลว่าจะซื้อเครื่องปรับอากาศดีหรือไม่ เรื่องนี้มีเหตุผลสนับสนุนความลังเลอยู่หลายข้อ
ภาระค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดของอาคารเก่า
แม้ความต้องการจะสูง แต่การติดตั้งระบบทำความเย็นในอาคารเก่าหรือสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของยุโรป มีต้นทุนการดัดแปลงและติดตั้งที่สูงมาก
ในประวัติศาสตร์ ประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะทางตอนเหนือและตอนกลาง มีสภาพอากาศที่เย็นสบายมาตลอด
ต่อให้มีช่วงที่ร้อนจัดบ้างก็เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน ไม่ได้ลากยาวเป็นสัปดาห์เหมือนในปัจจุบัน
ไบรอัน มาเธอร์เวย์ หัวหน้าสำนักงานด้านประสิทธิภาพพลังงานของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ยุโรปไม่มี วัฒนธรรมการใช้เครื่องปรับอากาศ มาก่อน เพราะมันไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันเหมือนกับฮีตเตอร์ทำความร้อน
แอร์จึงถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นเพียง ‘สินค้าฟุ่มเฟือย’
นอกจากนี้ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจก็เป็นกำแพง ค่าไฟฟ้าในยุโรปแพงกว่าสหรัฐมาก ในขณะที่รายได้เฉลี่ยของประชากรกลับต่ำกว่า ต้นทุนค่าติดตั้งและการเปิดใช้งานแอร์ในระยะยาวจึงกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เกินเอื้อมสำหรับครัวเรือนทั่วไป
ความมั่นคงทางพลังงานและภาระค่าไฟ
เครื่องปรับอากาศเป็นอุปกรณ์ที่กินไฟมหาศาล การเพิ่มขึ้นของแอร์นับร้อยล้านเครื่องหมายถึง กำลังไฟมากขึ้น อาจส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดสูงขึ้น และสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อโครงข่ายไฟฟ้า ของประเทศ
นโยบายเพื่อลดต้นทุน
เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายด้านพลังงานระดับชาติ รัฐบาลหลายแห่งต้องออกกฎระเบียบควบคุม อย่างในปี 2022 ประเทศสเปนออกกฎหมายบังคับให้พื้นที่สาธารณะและเชิงพาณิชย์ ต้องตั้งอุณหภูมิแอร์ห้ามต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส เพื่อประหยัดงบประมาณด้านพลังงาน
ลูปร้อน วงจรอุบาทว์ Net Zero
ยุโรปวางเป้าหมายเป็นประเทศ ‘ปลอดคาร์บอน’ (Climate Neutral) ภายในปี 2050 แต่การใช้ไฟฟ้าจากแอร์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความร้อนที่คอมเพรสเซอร์ปล่อยออกมานอกอาคาร อาจทำให้ต้นทุนในการบรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจสีเขียวนี้แพงขึ้นและยากขึ้นไปอีก
แม้ว่าการติดตั้งแอร์จะมีต้นทุนสูง แต่ความร้อนที่รุนแรงก็สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจเช่นกัน
ทั้งจากปัญหาสุขภาพ ผลผลิตมวลรวมที่ลดลง และประสิทธิภาพการเรียนรู้ในโรงเรียนที่แย่ลง ทำให้รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินมารองรับ เช่น รัฐบาลฝรั่งเศส ที่ให้คำมั่นว่าจะทุ่มงบถึง 80 ล้านยูโร เพื่อติดตั้งเครื่องปรับอากาศในโรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็ก
ขณะที่ กรุงเบอร์ลิน ก็ต้องอนุมัติงบผ่าน “แผนปฏิบัติการรับมือความร้อน” เป็นครั้งแรก
หายนะทางเศรษฐกิจจากความร้อน
The Independent รายงานว่า นอกจากประเด็นเรื่องแอร์ วิกฤตความร้อนยังทำลายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่
รางรถไฟเกิดบิดเบี้ยว ทางวิ่งของสนามบินพังเสียหาย และถนนสายหลักปูดบวมทรุดตัว (เช่น ทางหลวงสาย A14 ในเคมบริดจ์ ที่ถูกสั่งปิดกะทันหัน
ถนนหนทางและระบบขนส่งต้องหยุดชะงัก สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่น้อย
การศึกษาในปี 2017 ประเมินว่า ภายในปี 2080 คลื่นความร้อนจะเป็นสาเหตุของความเสียหายถึง 92% ของภัยพิบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับภาคการขนส่งของยุโรป
ความเสียหายไม่ได้จำกัดแค่ในยุโรป แต่ออสเตรเลีย แคนาดา และแอฟริกา ต่างก็ต้องเผชิญกับต้นทุนการซ่อมแซมถนนที่พุ่งหลักพันล้านถึงแสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากวัสดุที่ใช้ก่อสร้างกว่า 35% ไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นอีกต่อไป
การปิดซ่อมบำรุงเส้นทางสำคัญส่งผลทางเศรษฐกิจมหาศาล เช่น การปิดสะพานเลเวอร์คูเซ่นในเยอรมนี สร้างความเสียหายถึง 80 ล้านยูโร
นวัตกรรมและการลงทุนเพื่ออนาคต
โจทย์ครั้งนี้ของวิศวกรและรัฐบาล คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานในต้นทุนที่ต่ำที่สุด และป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมได้กว่า 90%
ปัจจุบันจึงมีการนำนวัตกรรมมาใช้ในทางเศรษฐศาสตร์การก่อสร้างมากขึ้น เช่น
โพลิเมอร์ทนความร้อนสูง: นครดูไบยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพื่อผสมโพลิเมอร์สูตรพิเศษลงในยางมะตอย ทำให้ถนนทนความร้อนได้กว่า 60°C โดยไม่เสียรูป
การลงทุนระยะยาว: ประเทศเบลเยียมเลือกใช้คอนกรีตเสริมเหล็กในการทำถนน แม้ต้นทุนเริ่มต้นจะแพงกว่า แต่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในแง่ของอายุการใช้งานที่ยาวนาน
วัสดุทางเลือกที่ประหยัดและรักษ์โลก: แอฟริกาใต้ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร หันมาใช้วัสดุเหลือทิ้งอย่าง เศษยางรถยนต์ หรือ พลาสติกรีไซเคิล มาผสมในยางมะตอย ซึ่งผลการทดสอบพบว่าทนความร้อนได้ดีเยี่ยม ยืดอายุการใช้งาน และมีต้นทุนที่ถูกกว่าการใช้วัสดุเคมีแบบเดิมมาก