เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ดูทั้งหมด

จับตาสหรัฐตะลุย ‘ทวิภาคี’ หลังตกขบวน ‘RCEP’

21 พ.ย. 2563 | 13:14น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

หนึ่งในความเคลื่อนไหวใหญ่ด้านเศรษฐกิจการค้าที่เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ก็คือการที่จีนกับอีก 14 ชาติในเอเชีย-แปซิฟิก ลงนาม “ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค” หรือ RCEP อันถือเป็นเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่สุดในโลกไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา และได้รับการจับตาจากสื่อต่างประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจาก RCEP เกิดขึ้นจากความริเริ่มของจีน

สื่อตะวันตกบางรายถึงกับเรียกขานการลงนามการค้าเสรีใหญ่สุดในครั้งนี้ว่า “การรัฐประหารโดยจีน” เพราะว่าสร้างความได้เปรียบให้กับจีนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยที่สหรัฐอเมริกาเป็นยักษ์ใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่ไม่ได้เข้าร่วมขบวน RCEP และพลาดโอกาสในการเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก อันเนื่องมาจากนโยบายประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ก่อนหน้านี้ที่สั่งให้สหรัฐถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ที่รัฐบาลยุค บารัก โอบามา เคยผลักดันเอาไว้เพื่อหวังคานอำนาจการค้าของจีนในเอเชีย-แปซิฟิก

บรรดานักวิเคราะห์ อาทิ เฟรเดอริก นูแมนน์ กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจเอเชียของเอชเอสบีซี ระบุว่าในเมื่อพันธมิตรสหรัฐในเอเชีย-แปซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ต่างเข้าร่วมใน RCEP หมด ก็เชื่อว่าสหรัฐจะหาทางชดเชยด้วยการเร่งเจรจาทำความตกลงแบบทวิภาคีกับประเทศที่เป็นสมาชิก RCEP เพื่อเป็นการ “เปิดประตู” เชิญชวนและต้อนรับเอาไว้นั่นเอง เพราะที่ผ่านมาสหรัฐมีความตกลงการค้าทวิภาคีกับ 3 ประเทศใน RCEP เท่านั้นคือ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย

ฝ่ายวิจัยซิตี้แบงก์ระบุว่า RCEP เป็นทั้งการส่งสารทางการทูตและเศรษฐกิจ และอธิบายหลายสิ่งหลายอย่างท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา และความกังวลว่าโลกจะไม่โลกาภิวัตน์อีกต่อไป แต่ความสำเร็จของ RCEP ที่เกิดขึ้นช่วยอธิบายอย่างน้อย 3 ประการ 1.แสดงให้เห็นว่าเอเชียตะวันออกยังคงเปิดกว้างอย่างมากสำหรับธุรกิจ และเห็นความสำคัญของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการเกี่ยวพันทางการค้าอย่างลึกซึ้ง

2.ลดการรับรู้ที่ว่าจีนกำลังมุ่งสู่ภายในมากขึ้นด้วยการเน้นตลาดหรือการบริโภคภายในประเทศ 3.เป็นการส่งสัญญาณว่า เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจ บรรดาประเทศเอเชีย-แปซิฟิกไม่ต้องการเลือกข้างระหว่างสหรัฐกับจีน เห็นได้จากกรณีของ “ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้” แม้จะเป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของสหรัฐก็ยังเข้าร่วม RCEP

ความตกลง RCEP ประกอบด้วยสมาชิก 15 ประเทศ แบ่งเป็นสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ บวกประเทศคู่ค้าหลักอีก 5 ประเทศคือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ครอบคลุมประชากร 2,200 ล้านคน หรือคิดเป็น 30% ของประชากรทั้งโลก มีขนาดจีดีพี 26.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 30% ของจีดีพีโลก มูลค่าการค้ารวมกว่า 10.4 ล้านล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าผลประโยชน์โดยตรงทางเศรษฐกิจของ RCEP ยังค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับ CPTPP ที่ดัดแปลงมาจาก TPP เพราะปัจจุบันอัตราภาษีระหว่างสมาชิก RCEP หลายประเทศต่ำอยู่แล้ว เช่นกว่า 70% ของการค้าในกลุ่มอาเซียนมีอัตราภาษี 0% การลดภาษีเพิ่มเติมภายใต้ RCEP จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและใช้เวลาหลายปีกว่าจะดำเนินการได้เต็มรูปแบบ

แต่ความตกลงขนาดใหญ่เช่นนี้ ได้วางรากฐานสำหรับการร่วมมือกันลึกซึ้งขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะระหว่างประเทศสมาชิกที่ยังไม่เคยทำข้อตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างกันมาก่อน โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการจับคู่ทวิภาคีระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของโลกตามลำดับ หรืออาจเป็นการจับคู่ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันกำลังชำระสะสางข้อพิพาททางการค้า

สำหรับอินเดีย ที่เคยเข้าร่วมเจรจา RCEP แต่ถอนตัวไปเมื่อปีที่แล้ว เพราะเกรงว่าสินค้าราคาถูกจากจีนจะเข้าไปตีตลาดอินเดีย แต่หากดูจากข้อตกลงที่ลงนามกันไปนั้น จะเห็นว่า RCEP เปิดประตูสำหรับอินเดีย จึงมีโอกาสที่อินเดียจะกลับมา เพราะหากไม่เข้าร่วมอินเดียจะเป็นผู้สูญเสียที่สุด ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมิน ว่าหากอินเดียเข้าร่วมจะช่วยเพิ่มจีดีพีประมาณ 1.1% ภายในปี 2030

แท็กที่เกี่ยวข้อง

RCEP สหรัฐ สหรัฐอเมริกา