เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
15 ปี “IKEA” กางแผนรุกสโตร์ไซส์เล็ก ชู “ชุดครัว-จัดระเบียบบ้าน” 
Business 15 ปี “IKEA” กางแผนรุกสโตร์ไซส์เล็ก ชู “ชุดครัว-จัดระเบียบบ้าน” 
‘คีชา แลนซ์ บอตทอมส์’ หญิงผิวดำคนแรก ชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสหรัฐ
World ‘คีชา แลนซ์ บอตทอมส์’ หญิงผิวดำคนแรก ชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสหรัฐ
บุญรอด สปีดตลาดนอนแอลเกาหลีโค้งท้ายปี ’69 อัดอีเวนต์-โฆษณา ดันโซดาสิงห์
Business บุญรอด สปีดตลาดนอนแอลเกาหลีโค้งท้ายปี ’69 อัดอีเวนต์-โฆษณา ดันโซดาสิงห์
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงสืบสาน-ต่อยอด ‘ประกวดผ้าลายพระราชทาน’
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงสืบสาน-ต่อยอด ‘ประกวดผ้าลายพระราชทาน’
หลบความผันผวนโลก ตั้งรับด้วยธีม Laggard & Earnings Play
Finance หลบความผันผวนโลก ตั้งรับด้วยธีม Laggard & Earnings Play
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.เดโมแครตพาเหรดพลิกขั้วเก่า-โค่นแชมป์ “เท็กซัส” รอบ 30 ปี
World เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.เดโมแครตพาเหรดพลิกขั้วเก่า-โค่นแชมป์ “เท็กซัส” รอบ 30 ปี
เอกนิติ ชี้ต้องเปลี่ยน K-Shape เป็น V-Shape จ่อประกาศรีฟอร์มคลังด้วย ‘STI DEE’ 11 พ.ย.นี้
Finance เอกนิติ ชี้ต้องเปลี่ยน K-Shape เป็น V-Shape จ่อประกาศรีฟอร์มคลังด้วย ‘STI DEE’ 11 พ.ย.นี้
“ศุภจี” ถกรัฐมนตรีเอเปค ดัน FTA-DEFA ปูทางการค้าใหม่ ก่อนผู้นำถกที่จีน
Economic “ศุภจี” ถกรัฐมนตรีเอเปค ดัน FTA-DEFA ปูทางการค้าใหม่ ก่อนผู้นำถกที่จีน
ดูทั้งหมด

รู้จักจีนในมุมใหม่หลังเกิดโควิด-19

27 พ.ย. 2563 | 08:32น.
คอลัมน์ Smart SMEs
สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์
ธนาคารกสิกรไทย

ในขณะที่ทั่วโลกยังไม่สามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 ได้ จีนคือประเทศแรก ๆ ที่สามารถฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดได้ค่อนข้างชัดเจน โดยตัวเลขเศรษฐกิจจีนในไตรมาส 3/2563 ขยายตัวร้อยละ 4.9 (YOY) ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ไตรมาส สืบเนื่องจากการกลับมาดำเนินสายการผลิตได้อีกครั้ง

โดยเฉพาะกิจกรรมการผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์คำสั่งซื้อที่สูงขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด ประกอบกับการทยอยฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนของจีน ซึ่งส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนตลอดทั้งปี 2563 จะอยู่ในช่วงร้อยละ 1.0-3.0 ต่อปี หากไม่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างระลอกสอง แต่ก็ยังไม่กลับไปสู่ระดับของการขยายตัวในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาด

หากพิจารณาเรื่องกำลังซื้อและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนของจีน คาดว่ายังสามารถขยายตัวในอัตราที่สูง ท่ามกลางความพยายามของทางการจีนที่ต้องการเน้นการบริโภคภายในประเทศให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ 1) อัตราการเติบโตของชนชั้นกลางในจีน โดยสัดส่วนของจำนวนชนชั้นกลางที่มีรายได้ค่อนข้างดีถึงดีมากของจีน เพิ่มขึ้นจากเพียงราว 50 ล้านคนในปี 2553 ขึ้นมาเป็นราว 400 ล้านคนในปี 2561

โดยเฉพาะในหัวเมืองรองในแต่ละมณฑล เช่น เมืองเหมียนหยางและเมืองจื้อก้ง มณฑลเสฉวน 2) อัตราการเป็นเมือง (urbanization rate) สูงขึ้นทั่วประเทศ ผ่านการปฏิรูประบบทะเบียนบ้าน

รวมถึงความพยายามของทางการจีนในการพัฒนาหัวเมืองตอนกลางและทางตะวันตกของประเทศผ่านนโยบาย go west policy ซึ่งทำให้ระดับรายได้ต่อหัวของประชากร (GDP per capita) ในมณฑลตอนใน เช่น กุ้ยโจว หูเป่ย์ ยูนนาน เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ 3) การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สะดวกขึ้น มีส่วนช่วยการบริโภคสินค้าคงทน และ 4) ภาวะการแข่งขันในตลาดค้าปลีกและค้าส่งที่เข้มข้นขึ้น มีส่วนช่วยให้ราคาสินค้าอยู่ในระดับที่จับต้องได้มากขึ้น

จะเห็นว่าโอกาสในการทำตลาดผู้บริโภคในจีนของ SMEs ไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตามหัวเมืองหลักริมทะเลอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างกันระหว่างผู้บริโภคในหัวเมืองหลักและเมืองรอง อาจส่งผลต่อการเข้าไปทำตลาดของ SMEs ไทย เช่น สินค้าที่เจาะหัวเมืองรองอาจเน้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวมากกว่าหัวเมืองหลัก ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กที่เน้นออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน หรืออุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เนื่องจากสภาพแวดล้อมของครอบครัวในหัวเมืองรองส่วนมากยังเป็นลักษณะครอบครัวขยาย

โดยหัวเมืองรองสำคัญ ๆ ของจีน เช่น ฉางชา คุนหมิง อู่ฮั่น ค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์หรือตราสินค้าของไทย จากการที่นักท่องเที่ยวจากเมืองเหล่านี้นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองไทยมากขึ้น ด้วยอานิสงส์จากเที่ยวบินตรงระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ช่องทางการทำตลาดในเมืองจีนก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเข้าไปทำตลาดของ SMEs ประสบความสำเร็จ โดยช่องทางค้าปลีกแบบดั้งเดิมอาจจะเหมาะสมสำหรับตราสินค้าไทยที่อาจจะพอเป็นที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่เคยมาเยือนประเทศไทย แต่ช่องทางค้าปลีกบน online platform คือช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นมากของชาวจีนภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยเฉพาะสินค้าประเภทเสื้อผ้าและรองเท้า เครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นผ่าน online platform ยอดนิยมในจีนอย่าง Tmall, JD.com หรือหากต้องการเจาะตลาดหัวเมืองรอง ผู้ประกอบการไทยอาจรวมกลุ่มกันหาพันธมิตรที่มีการทำตลาดใน online platform เฉพาะกลุ่มอย่าง Juhuasuan.com ซึ่งเป็นของ Alibaba ที่เน้นโมเดลธุรกิจของการรวมกลุ่มของผู้ซื้อ (group buying) และเน้นทำการตลาดด้วยกลยุทธ์ flash sale ที่อาจเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในหัวเมืองรองที่อาจมีความอ่อนไหวทางด้านราคามากกว่าผู้บริโภคในหัวเมืองหลัก

ผมมีคำแนะนำสำหรับ SMEs ไทยที่สนใจนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในจีน โดยเฉพาะในกรณีที่ตราสินค้ายังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักหรือยังไม่มีประสบการณ์ในการทำการตลาดในจีน ควรเริ่มต้นจากการหาพันธมิตรตัวแทนจำหน่ายในจีนที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการเข้าสู่ตลาด การชำระเงิน การจัดส่งสินค้า รวมถึงการให้บริการหลังการขาย รวมถึงมีความสัมพันธ์ (Guanxi) ทางธุรกิจกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ในจีนที่แนบแน่น และมีเครือข่ายกระจายสินค้าในเมืองหรือมณฑลที่ SMEs ไทยต้องการเจาะตลาด

สุดท้ายนี้ ผมต้องย้ำอีกครั้งให้ SMEs ไทยที่มีตราสินค้าเป็นของตนเองต้องทำการจดทะเบียนตราสินค้า (trademark) ในจีนด้วยนะครับ เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบตราสินค้าซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของการทำตลาดในประเทศจีน