Skip to content

สมาคมตราสารหนี้ฯ ยอมรับยอดระดมทุนหุ้นกู้ดิ่ง ทั้งปีหลุดเป้า 8 แสนล้าน

03 ธ.ค. 2563 | 16:17น.
สมาคมตราสารหนี้ฯ ยอมรับยอดระดมทุนหุ้นกู้ดิ่ง ทั้งปีหลุดเป้า 8 แสนล้าน

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เผยยอดออกหุ้นกู้ล่าสุดอยู่ที่ 6.7 แสนล้านบาท หวั่นทั้งปีชวดเป้า 8 แสนล้านบาท เหตุนักลงทุนระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์แข่งกดดอกเบี้ยต่ำ

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชน (Credit Spread) ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งต่ำกว่าระดับการลงทุน หรือต่ำกว่าระดับ BBB ลงไป สะท้อนถึงความเสี่ยงที่มากขึ้นของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ อย่างไรก็ดี ในเดือนล่าสุด (พ.ย.63) พบว่าหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งค่อนข้างดี Credit Spread เริ่มปรับลดลง

ทั้งนี้ มูลค่าการออกตราสารหนี้ของภาคเอกชน ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 6.7 แสนล้านบาท ปรับลดลงกว่า 40% จาก ณ สิ้นปี 2562 ที่มียอดออกหุ้นกู้กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นยอดออกหุ้นกู้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่บริษัทใหญ่หันไปใช้เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เนื่องจากธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพื่อดึงดูดลูกค้ารายใหญ่ ทดแทนลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก (SME) ที่มีความเสี่ยงมากกว่า

“สำหรับเป้าหมายการออกหุ้นกู้ปีนี้ เราคาดว่าทั้งปีจะสามารถปรับขึ้นทะลุระดับ 7 แสนล้านบาทได้ อย่างไรก็ดี ยังต่ำกว่าระดับ 8 แสนล้านบาท ที่เคยคาดหวังเอาไว้ โดยคาดว่าในปีหน้ายอดระดมทุนของเอกชนด้วยตลาดตราสารหนี้จะกลับมาเพิ่มขึ้น แต่คาดว่ายังยากที่ยอดออกหุ้นกู้จะกลับไปทะลุ 1 ล้านล้านบาท อย่างช่วงก่อนเกิดโควิด-19” นางสาวอริยา กล่าว

ทั้งนี้ สมาคมฯ เปิดเผยข้อมูล ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนธันวาคม 2563 ว่า ผลจากดัชนีสะท้อนการคาดการณ์ของตลาดที่คงมุมมองเช่นเดียวกับครั้งที่แล้วว่า กนง. จะรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และอายุ 10 ปี ณ สิ้นไตรมาส 4 มีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากการสำรวจเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 63

อย่างไรก็ตาม มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากขึ้นที่คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และ 10 ปีอาจปรับตัวลดลงเนื่องจากในช่วงปลายปีจะมีเม็ดเงินจากการซื้อกองทุนเข้ามาในตลาดตราสารหนี้เพิ่มขึ้นและอาจมีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยมากขึ้นจากปัจจัยด้านการเมืองสหรัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้นและนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีไบเดนที่มีแนวโน้มประนีประนอมมากกว่าทำให้เงินลงทุนจากสหรัฐไหลเข้า Emerging Markets มากขึ้น

รายละเอียดดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนธันวาคม 2563

  • ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. รอบเดือนธันวาคมนี้อยู่ที่ระดับ 46 ลดลงเล็กน้อยจากครั้งที่แล้วและยังอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” สะท้อนมุมมองของตลาดที่คาดว่าการประชุม กนง. ในเดือนธันวาคมนี้ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.5 เนื่องจาก อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำแล้ว และ กนง. อาจต้องการเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็น ถ้าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มอ่อนแอ และมาตรการดูแลค่าเงินบาทไม่ส่งผลอาจทำให้ ธปท. ตัดสินใจลดดอกเบี้ย
  • ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีและ 10 ปี ณ สิ้นไตรมาส 4 ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” โดยปรับตัวลดลงจากครั้งก่อน สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปีน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 0.84% และ 1.41% ตามลำดับ ณ วันที่ทำการสำรวจ (23 พ.ย. 63)  โดยปัจจัยที่มีผลต่อการคาดการณ์ ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในประเทศ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก และ Fund Flow ต่างชาติ