เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ดูทั้งหมด

‘เนสท์เล่’ ทุ่ม 4 หมื่นล้านบาท พัฒนาซัพพลายเชนทำเกษตรแบบฟื้นฟู

04 ธ.ค. 2563 | 21:18น.

เนสท์เล่ทั่วโลกประกาศเดินหน้าพัฒนาการเกษตรแบบฟื้นฟู พร้อมมุ่งสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน ทุ่มความพยายามในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เนสท์เล่เป็นบริษัทร่วมลงนามในปฏิญาณ ‘Business Ambition for 1.5°C’ ของสหประชาชาติ โดยบริษัทได้นำมาตรการหลายอย่างมาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573 และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเหลือศูนย์ (net zero) ภายในปี 2593 พร้อมกับการสร้างความเติบโตให้บริษัทในเวลาเดียวกัน

รวมถึงการมุ่งเน้นที่การสนับสนุนเกษตรกรและซัพพลายเออร์ให้สามารถทำการเกษตรแบบฟื้นฟู ตลอดจนปลูกต้นไม้หลายร้อยล้านต้นภายในอีก 10 ปีข้างหน้า และปรับองค์กรไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนได้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2568 นอกจากนี้ ยังพยายามเพิ่มจำนวนแบรนด์ในเครือที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ให้มากขึ้น

ทั้งนี้ เนสท์เล่เตรียมลงทุนกว่า 3,200 ล้านสวิสฟรังก์ (ประมาณ 109,192 ล้านบาท คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2563) ในอีก 5 ปีข้างหน้าเพื่อเร่งการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นการลงทุน 1,200 ล้านสวิสฟรังก์ (ประมาณ 40,947 ล้านบาท) เพื่อเร่งการทำการเกษตรแบบฟื้นฟูตลอดระบบซัพพลายเชนของบริษัท โดยแหล่งเงินทุนของการลงทุนครั้งนี้จะมาจากการบริหารค่าใช้จ่ายของการดำเนินงานทางธุรกิจและค่าใช้จ่ายทางโครงสร้างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อทำให้ไม่เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการลงทุนครั้งนี้

“พอล บุลเก้” ประธานกรรมการของเนสท์เล่ กล่าวว่า คณะกรรรมการบริษัทตระหนักดีว่า การใช้มาตรการที่เฉียบขาดในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งสำคัญในเชิงกลยุทธ์ เพราะมีส่วนช่วยทั้งเร่งและยกระดับการทำงานของเราให้พัฒนาไปสู่ความสำเร็จระยะยาว และมีบทบาทช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นหลัง

แนวทางตามแผนงานนี้ เกิดจากการทบทวนภาพรวมของธุรกิจและการดำเนินงานของเนสท์เล่ เพื่อให้เข้าใจประเด็นความท้าทาย และตัดสินใจดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ ซึ่งบริษัทจะใช้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 92 ล้านตันในปี 2561 เป็นปีฐานในการประเมินความก้าวหน้าต่อไป

“มาร์ค ชไนเดอร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเนสท์เล่กล่าวว่า การจัดการกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เรารอไม่ได้ เพราะความสำเร็จในระยะยาวของธุรกิจเราขึ้นอยู่กับประเด็นนี้

“นับว่าเนสท์เล่มีโอกาสมากในการแก้ไขและจัดการปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะเราดำเนินธุรกิจอยู่ในเกือบทุกประเทศทั่วโลก และเรามีความพร้อมทั้งด้านขนาด ศักยภาพ และการเข้าถึง ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้”

บริษัทจะร่วมมือกับเกษตรกร พันธมิตรในอุตสาหกรรม รัฐบาล องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร และลูกค้าของเรา เพื่อร่วมกันช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยเนสท์เล่ดำเนินงานในการทำให้อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ดังนี้

1) ด้านเกษตรกรรม บริษัททำงานร่วมกับเกษตรกรมากกว่า 500,000 ราย และซัพพลายเออร์อีก 150,000 ราย ด้วยการช่วยสนับสนุนให้พวกเขานำแนวทางด้านการเกษตรฟื้นฟูไปใช้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยพัฒนาคุณภาพดิน รวมทั้งรักษาและฟื้นฟูความหลากหลายในระบบนิเวศ ทั้งนี้เนสท์เล่ได้ตอบแทนกลับสู่เกษตรกร ด้วยการซื้อสินค้าของพวกเขาในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด รวมถึงการซื้อสินค้าในปริมาณมากขึ้น และร่วมลงทุนในส่วนที่ต้องอาศัยเงินลงทุน โดยเนสท์เล่ตั้งเป้าว่าจะต้องจัดหาวัตถุดิบต่าง ๆ จากการทำการเกษตรแบบฟื้นฟูเป็นปริมาณ 14 ล้านตันภายในปี 2573

เนสท์เล่ยังได้ยกระดับโครงการปลูกป่าทดแทนให้เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านต้นต่อปีในช่วงอีก 10 ปีข้างหน้า ในบริเวณที่มีการจัดซื้อหรือจัดหาวัตถุดิบต่าง ๆ เพราะการมีต้นไม้มากขึ้น หมายถึงร่มเงาที่เพิ่มขึ้นสำหรับพืชผล ช่วยขจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศได้เพิ่มขึ้น ให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและคุณภาพดินที่ดีขึ้นด้วย สำหรับการจัดหาสินค้าโภคภัณฑ์หลัก ๆ ของบริษัท อย่างน้ำมันปาล์มและถั่วเหลือง จะไม่มีการตัดไม้ทำลายป่าภายในปี 2565 ความพยายามในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้  เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างเนสท์เล่กับชุมชนเกษตรกร ด้วยการช่วยให้ชีวิตพวกเขามีความแน่นอนขึ้น และมีรายได้มากขึ้น

2) ด้านการดำเนินงาน เนสท์เล่คาดว่าจะสามารถปรับการดำเนินงาน 800 แห่งใน 187 ประเทศให้ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนทั้ง 100% ได้ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งบริษัทได้เปลี่ยนรถขนส่งทั่วโลกให้เป็นแบบที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการเดินทางเพื่อธุรกิจภายในปี 2565 นอกจากนี้ ยังนำมาตรการอนุรักษ์น้ำและฟื้นฟูแหล่งน้ำมาใช้ รวมทั้งจัดการกับปัญหาขยะอาหารที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานอีกด้วย

3) ด้านพอร์ตผลิตภัณฑ์ เนสท์เล่ได้ดำเนินการขยายฐานให้มีอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากพืช (plant-based) มากขึ้น และได้ปรับสูตรผลิตภัณฑ์ให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ พยายามเพิ่มแบรนด์ในเครือที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ให้มีจำนวนมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย

สำหรับแบรนด์อาหารจากพืช Garden Gourmet และอาหารเสริม Garden of Life จะปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ได้ภายในปี 2565 ส่วนแบรนด์ Sweet Earth และอีกหลายแบรนด์จะทำได้สำเร็จภายในปี 2568 นอกเหนือจากแบรนด์เหล่านี้แล้ว ยังมีแบรนด์ Nespresso, S.Pellegrino, Perrier และ Acqua Panna ที่มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2565 ส่วนน้ำดื่มที่เหลือของ Nestlé Waters จะบรรลุเป้าหมายเดียวกันนี้ได้ภายในปี 2568

“แม็กดิ บาตาโต” รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติงาน กล่าวว่า เกือบสองในสามของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเรามาจากการเกษตร จึงเห็นได้ชัดว่า การทำการเกษตรแบบฟื้นฟูและการปลูกป่าทดแทนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

“ความพยายามต่าง ๆ เหล่านี้ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งเราจะพยายามลดการปล่อยก๊าซที่เกิดจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และจะพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น สิ่งที่เราทำนั้นเป็นเรื่องยากแต่ก็มุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เนสท์เล่