หวั่นหุ้นไทยผันผวนแรงอิงขาลง หลัง “ทรัมป์” ป่วนความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน
หวั่นหุ้นไทยผันผวนแรงอิงขาลง หลัง “ทรัมป์” ป่วนความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน
บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (8 ธ.ค. 2563) ว่า คาดดัชนีเช้านี้ผันผวนรุนแรง หลังหยุดทำการไปหนึ่งวัน โดยแนวโน้มหลักในวันนี้มองเป็นการแกว่งตัวอิงทางลงเป็นหลักระหว่าง 1,430 – 1,460 จุด
โดยปัจจัยเชิงลบหลักๆ ที่กลับเข้ามากดดันตลาด คือ ประเด็นความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน และความกังวลการแพร่ระบาด COVID-19 ในประเทศ หลังพบผู้ติดเชื้อที่กลับมาจากท่าขี้เหล็กมีการเร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ตามในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอย่างความคืบหน้าของวัคซีน COVID-19 ในจีนและอังกฤษ คอยประคองตลาดได้บ้าง
ด้านทรัมป์ทิ้งทวนปั่นป่วนความสัมพันธ์สหรัฐจีน โดนล่าสุดสหรัฐประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีน 14 ราย โดยอ้างว่ามีส่วนในการตัดสิทธินักการเมืองฝ่ายค้านในฮ่องกง ขณะเดียวกันดัชนี FTSE Global Equity และ FTSE China A ประกาศจะตัดรายชื่อหุ้นจีนทั้งหมด 8 บริษัท ออกจากการคำนวณน้ำหนักซึ่งมีผล 21 ธ.ค. 2563 หลังบริษัทจีนถูกทรัมป์สั่งขึ้นบัญชีดำและสั่งห้ามนักลงทุนสหรัฐทุกคนเข้าลงทุนเด็ดขาด ดังนั้นจะหนุนให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
ส่วนด้านสาธารณสุขพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มเติมอีกจากท่าขี้เหล็ก โดยรวมตอนนี้พบผู้ติดเชื้อที่กลับมาจากท่าขี้เหล็กแล้วกว่า 3 ราย ซึ่งพบที่เชียงรายมากที่สุดถึง 26 ราย ขณะที่พบใน กทม.แล้ว 3 ราย มองเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิดว่าจะรับมือได้ตามที่หลายฝ่ายออกมายืนยันหรือไม่
ทั้งนี้อัพเดตความคืบหน้า Vaccine 1.อังกฤษเตรียมนำ Vaccine COVID-19 ออกใช้จริงในวันนี้ (เวลาประเทศอังกฤษ) หลังได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนของ Pfizer เป็นกรณีฉุกเฉินไปในสัปดาห์ก่อน ซึ่งจะเริ่มฉีดให้กับบุคลากรทางด้านการแพทย์ สาธารณสุขและผู้สูงอายุมากกว่า 80 ปี เป็นอันดับแรก และ 2. จีนส่งมอบวัคซีน COVID-19 ของบริษัท Sinovac ให้กับอินโดนีเซียแล้วราว 1.2 ล้านโดส พร้อมกับส่งสารตั้งต้นให้บริษัทในท้องถิ่นเพื่อจะสามารถผลิตเองได้อีก 45 ล้านโดส พร้อมกับประกาศว่าจีนจะผลิตวัคซีนได้ 600 ล้านโดส ภายในก่อนสิ้นปีนี้