‘โคคา-โคล่า’ เดินหน้าภารกิจ World Without Waste ย้ำ ‘ขวด Recycled PET’ ตัวแปรสำคัญช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก
เพราะบรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น และมีบทบาทสำคัญในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ถึงผู้บริโภคได้อย่างสะดวก สะอาด และปลอดภัย ในฐานะผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของโลก ‘โคคา-โคล่า’ จึงอยากจะมีส่วนร่วมในการลดปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ นอกเหนือไปจากความตระหนักถึงบทบาทในการใช้บรรจุภัณฑ์อย่างเหมาะสม
หนึ่งในแนวทางดังกล่าวก็คือ การนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล ซึ่งเป็นการจัดการวัสดุที่ใช้แล้วนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพเพื่อให้ฟื้นคืนชีพเป็นวัสดุใหม่ แล้วนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก
เป็นที่มาของการประกาศวิสัยทัศน์ ‘World Without Waste’ ให้โลกได้รับรู้ถึงความตั้งใจจริงของโคคา-โคล่า ภายใต้เป้าหมายหลักใน 3 ประเด็น ได้แก่ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ภายในปี 2568, การตามเก็บและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัททั้งหมด ภายในปี 2573, การใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลไม่น้อยกว่า 50% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของโคคา-โคล่า ภายในปี 2573

นันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายถึงภารกิจ โคคา-โคล่า “ที่เราตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2573 เราจะต้องไปตามเก็บบรรจุภัณฑ์กลับมารีไซเคิลให้เท่ากับจำนวนที่เราขายออกไป คิดว่าเรื่องนี้น่าจะยากที่สุด เพราะบ้านเราไม่ได้มีกลไกหรือมีระบบการจัดการแยกขยะอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นทาง บางส่วนรีไซเคิลได้แต่ถูกทิ้งปนกันกับเศษอาหารจนเลอะเทอะ ไม่มีใครเก็บ ขยะก็ตกค้าง ดังนั้นถ้าต้องการให้เก็บมารีไซเคิลคงจะต้องรื้อกันทั้งระบบ ซึ่งเวลานี้ เราเองก็หาแนวทางทำงานร่วมกับโรงงานรับซื้อขยะ แล้วก็มีสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมให้มีการแยกขยะให้มากขึ้น”
กับเป้าหมายการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลที่ร้อยละ 50 สำหรับบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2573 นั้น นันทิวัตบอกว่า นอกเหนือไปจากแก้วและอลูมิเนียมที่ทุกวันนี้มีการใช้วัสดุจากการรีไซเคิลผสมอยู่ในบรรจุภัณฑ์แล้ว สิ่งที่โคคา-โคล่า ต้องการทำก็คือ การนำพลาสติกที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล หรือ Recycled PET (rPET) มาเป็นบรรจุภัณฑ์ ซึ่งหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือสหภาพยุโรป นำมาใช้กันอย่างแพร่หลายโดยไม่มีผลกระทบเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร (food safety) แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้มีการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดนี้มาบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นการใช้เพื่อบรรจุผลไม้ชนิดที่ไม่รับประทานเปลือก)
เรื่องนี้คนรักษ์โลกคงจะไม่ถูกใจ เพราะจากมาตรการดังกล่าวส่งผลให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดในประเทศไทย ต้องผลิตขึ้นจากพลาสติกผลิตใหม่ (Virgin) ทั้งหมด จึงเป็นการเพิ่มปริมาณพลาสติกใหม่ในประเทศ
“สำหรับการเปลี่ยนขวดสไปรท์เป็นขวดพลาสติกใส เพื่อให้รีไซเคิลได้ง่ายขึ้นนั้น อย่างในฟิลิปปินส์ซึ่งไม่มีข้อห้ามเรื่องการใช้ rPET นอกจากจะเปลี่ยนเป็นขวดใสแล้ว ยังได้เปลี่ยนจากขวดที่ใช้พลาสติกผลิตใหม่มาเป็นขวดที่ผลิตจากพลาสติก rPET ได้ทันที แต่ในเมืองไทยยังนำ rPET มาเป็นบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มไม่ได้ ที่เราทำได้ก่อนก็คือเปลี่ยนขวดพลาสติก PET แบบใส แทนการใช้ขวดพลาสติกสีเขียว”
เพื่อให้ถึงเป้าหมายการนำ rPET มาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ โคคา-โคล่า จึงได้จับมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลที่ทุกวันนี้ทันสมัยไปไกล ที่สำคัญมีการสร้างความมั่นใจให้กับภาครัฐเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกฎดังกล่าว

ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ฯ โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) ย้ำในตอนท้ายถึงเป้าหมายหลักซึ่งมาจากแนวคิดของโคคา-โคล่า ที่ต้องการให้บรรจุภัณฑ์ไม่ใช่ขยะหรือสิ่งสูญเปล่า ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของการทำธุรกิจให้เติบโตบนความยั่งยืนที่จะต้องไม่ทิ้งภาระให้กับสังคม
เพื่อให้โคคา-โคล่า เป็นบริษัทเครื่องดื่มเต็มรูปแบบ และเติบโตไปอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม
![]() |
![]() |

