เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
World ‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
โฆษกคลังเผยเตรียมโยกผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่หลุดสิทธิรับ 60/40 อัตโนมัติ ชง ครม. 21 ก.ค.นี้
Finance โฆษกคลังเผยเตรียมโยกผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่หลุดสิทธิรับ 60/40 อัตโนมัติ ชง ครม. 21 ก.ค.นี้
บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์จากคลินิก
SD Talk บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์จากคลินิก
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 64,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 64,400 บาท
ทุเรียนใต้เหลือ 4.9 แสนตัน พาณิชย์เร่งดูดซับ-แปรรูป กู้ราคาหน้าสวน
Economic ทุเรียนใต้เหลือ 4.9 แสนตัน พาณิชย์เร่งดูดซับ-แปรรูป กู้ราคาหน้าสวน
ESG โอกาสใหม่ของโรงแรม SMEs ที่ไม่ควรมองข้าม
Columns ESG โอกาสใหม่ของโรงแรม SMEs ที่ไม่ควรมองข้าม
CKPower ติดทำเนียบหุ้น ESG100 จากไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
SD CKPower ติดทำเนียบหุ้น ESG100 จากไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
เอกนิติ ชี้ผู้ได้สิทธิ “บัตรสวัสดิการฯ” 9.5 ล้านราย คัดคนจนจริงก่อน
Politics เอกนิติ ชี้ผู้ได้สิทธิ “บัตรสวัสดิการฯ” 9.5 ล้านราย คัดคนจนจริงก่อน
คพ. ลงพื้นที่เชียงใหม่–เชียงราย ผนึก UNIDO แก้ปัญหามลพิษข้ามแดน
Economic คพ. ลงพื้นที่เชียงใหม่–เชียงราย ผนึก UNIDO แก้ปัญหามลพิษข้ามแดน
ดูทั้งหมด

ต่างชาติโยกเงินเข้าซื้อหุ้นไทย 2 เดือนสุดท้ายจ่อทะลักอีก 1.5 หมื่นล้าน-

20 ต.ค. 2560 | 07:00น.

ทิสโก้-ทาลิส ชี้โค้งท้ายปี ลุ้นเงินต่างชาติโยกออกจากเพื่อนบ้าน วิ่งเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง ผสมแรงซื้อกองทุนแฝดอีกราว 1 หมื่นล้านบาท เผยตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงนำ “ฟิลิปปินส์-มาเลเซีย” ฟาก “บล.เอเซีย พลัส” คาดมีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอีก 1.5 หมื่นล้านบาทใน 2 เดือนข้างหน้า แถมปีหน้าหากการเมืองชัดทะลักอีก 4 หมื่นล้านบาท

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ถือว่ามีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะในเดือน ต.ค.ที่เห็นชัดเจน ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยบวกด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะแรงซื้อจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่ย้ายเงินลงทุนออกจากตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน อาทิ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ไหลเข้ามาไทย ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทย ณ วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ปิดที่ 1,712.48 จุด ซึ่งปรับตัวขึ้นถึง 20% นับจากต้นปี เป็นการปรับตัวขึ้นสูงกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน เช่น ฟิลิปินส์และมาเลเซียที่อยู่ 18% และ 14% ตามลำดับ

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงปลายปีนี้ มองว่าโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นหวือหวาค่อนข้างยาก เนื่องจากปัจจัยที่จะดันดัชนีปรับขึ้น จะต้องอาศัยปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ต้องทำกำไรดี และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ เพื่อจูงใจต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่ม ต่อเนื่องยาวจนถึงปี 2561 ที่จะได้ปัจจัยหนุนจากเรื่องการเลือกตั้งของไทยที่ชัดเจนขึ้น จึงมีโอกาสที่ดัชนีจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,850 จุดในปี 2561

“ส่วนโอกาสที่ฟันด์โฟลว์จะไหลเข้าไทยเพิ่มในช่วงที่เหลือปีนี้ก็ยังมีอยู่ เพราะที่ผ่านมาต่างชาติลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังน้อยอยู่ที่ประมาณ 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับตลาดเพื่อนบ้าน แต่จะไปลงทุนตลาดบอนด์ไทยค่อนข้างเยอะ ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 3 แสนล้านบาท” นายไพบูลย์กล่าว

สำหรับปัจจัยลบที่ต้องจับตาในปลายปี 2560 ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ การดำเนินนโยบายทางการเงินของสหรัฐ ไม่ว่าจะการลดขนาดงบดุล หรือการทำ “Quantitative Tightening” (QT) ทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง (เฟด) ที่อาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติถอนเงินลงทุนกลับสหรัฐ ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น จากการปรับฐานของนักลงทุนในช่วงตื่นตัว

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลิส กล่าวว่า ปัจจัยที่จะเข้ามาดันดัชนีหุ้นปลายปีนี้ นอกจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติแล้ว ต้องติดตามแรงซื้อในประเทศ โดยเฉพาะเม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่คาดว่าจะมีมูลค่ารวมประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท

นายสันติ กีระนันทน์ ผู้แทนสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุน (FETCO) เดือน ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นการสอบถามความเชื่อมั่นนักลงทุนในระยะ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 162.63 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงอย่างมาก (very bullish) สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนีเมื่อ ม.ค. 2558 เนื่องจากมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้า และความเชื่อมั่นตัวเลขการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

นางภรณี ทองเย็น อุปนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน และรองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปีนี้มีโอกาสขึ้นไปแตะ 1,750 จุด โดยคาดว่าในช่วง 1-2 เดือนนี้จะมีเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในตลาดหุ้นไทยราว 1-1.5 หมื่นล้านบาท โยกมาจากการลงทุนในภูมิภาค เพราะมองว่าหุ้นไทยยังถูก และเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว บวกกับเริ่มมีความชัดเจนเรื่องเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ประเมินว่า หากทิศทางการเมืองไทยยิ่งมีความชัดเจนในเดือน ก.พ. และเศรษฐกิจไทยขยายตัวมากกว่า 4% ในปีหน้า จะยิ่งทำให้มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นอีก โดยคาดอยู่ที่ราว 3-4 หมื่นล้านบาท ทำให้มีเงินลงทุนสะสมของต่างชาติในไตรมาสแรกปี 2561 อยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่ 1 แสนล้านบาท