ส่งออกด่านอรัญฯ ต.ค.-พ.ย. 63 เฉียด 1.2 หมื่นล้าน
ดาต้าภูธร
ด่านศุลกากรอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ถือเป็นหนึ่งในด่านชายแดนสำคัญของประเทศไทย ในการส่งออกและนำเข้าสินค้าจากประเทศกัมพูชา โดยกรมศุลกากรได้รายงานข้อมูลยอดการค้าส่งออกและนำเข้าในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563) ว่า มียอดมูลค่าส่งออกรวม 12,482.392 ล้านบาท

โดยมีสินค้าส่งออกมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.รถขุดตีนตะขาบมูลค่า 1,610.727 ล้านบาท 2.รถยนต์ มูลค่า 1,160.139 ล้านบาท 3.อะไหล่รถจักรยานยนต์ มูลค่า 715.161 ล้านบาท4.เครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ มูลค่า 610.353 ล้านบาท 5.เครื่องดื่มชนิดไม่อัดลม มูลค่า 574.954 ล้านบาท
6.เครื่องนวดเกี่ยวข้าว มูลค่า 482.684 ล้านบาท 7.สุกรมีชีวิต มูลค่า 429.762 ล้านบาท 8.รถแทรกเตอร์ มูลค่า 368.726 ล้านบาท 9.สายไฟ มูลค่า 236.001 ล้านบาท 10.ปูนซีเมนต์ มูลค่า 133.694 ล้านบาท และอื่น ๆ มูลค่า 6,160.190 ล้านบาท
ในส่วนของสินค้านำเข้า 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ส่วนประกอบมอเตอร์ทำด้วยอะลูมิเนียม มูลค่า 278.415 ล้านบาท 2.เศษอะลูมิเนียม มูลค่า 231.091 ล้านบาท 3.เลนส์แว่นตา มูลค่า 209.878 ล้านบาท 4.หัวมันสำปะหลัง มูลค่า 157.654 ล้านบาท 5.ผ้าถัก มูลค่า 144.621 ล้านบาท
6.เศษทองแดง มูลค่า 133.560 ล้านบาท 7.แผ่นวงจรพิมพ์ มูลค่า 115.751 ล้านบาท 8.แม็กนิโตจุดระเบิด มูลค่า 112.579 ล้านบาท 9.มอเตอร์กระแสตรงขนาดเล็ก มูลค่า 86.635 ล้านบาท 10.ปูนซีเมนต์ มูลค่า 133.694 ล้านบาท และอื่น ๆ มูลค่า 1,250.793 ล้านบาท รวมมูลค่า 2,807.265 ล้านบาท
ทั้งนี้ ช่วงเดือนตุลาคม 2563 มีสินค้าส่งออกมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.รถยนต์ มูลค่า 421.574 ล้านบาท 2.เครื่องดื่มชนิดไม่อัดลม มูลค่า 365.004 ล้านบาท 3.อะไหล่รถจักรยานยนต์ มูลค่า 349.410 ล้านบาท 4.สุกรมีชีวิต มูลค่า 303.603 ล้านบาท 5.เครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ มูลค่า 271.027 ล้านบาท
6.รถแทรกเตอร์ มูลค่า 251.799 ล้านบาท 7.พลังงานไฟฟ้า มูลค่า 196.644 ล้านบาท 8.รถนวดเกี่ยวข้าว มูลค่า 113.139 ล้านบาท 9.ปูนซีเมนต์ มูลค่า 85.974 ล้านบาท 10.รถขุดตีนตะขาบ มูลค่า 74.906 ล้านบาท และอื่น ๆ มูลค่า 3,941.045 ล้านบาท รวมมูลค่า 6,374 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในส่วนของสินค้านำเข้า 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.มันสำปะหลัง มูลค่า 125.129 ล้านบาท 2.ส่วนประกอบมอเตอร์ทำด้วยอะลูมิเนียม มูลค่า 112.804 ล้านบาท 3.เศษทองแดง มูลค่า 105.087 ล้านบาท 4.เมล็ดข้าวโพด มูลค่า 74.801 ล้านบาท 5.เศษอะลูมิเนียม มูลค่า 73.555 ล้านบาท
6.แผ่นวงจรพิมพ์ มูลค่า 66.399 ล้านบาท 7.มอเตอร์กระแสตรงขนาดเล็ก มูลค่า 55.787 ล้านบาท 8.เลนส์แว่นตา มูลค่า 44.869 ล้านบาท 9.ชิ้นส่วนประกอบฮาร์ดดิสก์ทำจากโลหะ มูลค่า 41.054 ล้านบาท 10.สายไฟพร้อมขั้วต่อ มูลค่า 40.942 ล้านบาท และอื่น ๆ มูลค่า 620.139 ล้านบาท รวมมูลค่า 1,360.564 ล้านบาท