เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

นักเคมี มธ. ระบุ ‘พลุปีใหม่เป็นพิษ’ ก่อ PM 2.5 และอาจทำให้มึนศรีษะ

01 ม.ค. 2564 | 12:26น.

นักเคมีฯ ม.ธรรมศาสตร์ ชำแหละ ‘พลุ’ เต็มไปด้วยสารอันตราย ต้นเหตุ PM 2.5 ทำลายชั้นบรรยากาศ หากสูดควันเข้าไปอาจทำให้มึนศรีษะ ควรรีบออกจากพื้นที่ทันที

“รศ.ดร.จิรดา สิงขรรัตน์” อาจารย์ประจำสาขาเคมีประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า พลุที่เป็นที่นิยมในงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ โดยเฉพาะพลุที่มีเสียงดัง มีความอันตรายมากกว่าควันบุหรี่ เนื่องจากมีทั้ง PM 2.5 (ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน) และโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons, PAHs) ซึ่งมีปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ค่อนข้างสูง

ฉะนั้นจำเป็นต้องจุดในบริเวณที่อากาศเปิดเพื่อให้มีการถ่ายเทได้สะดวก เพราะหากบริเวณที่จุดมีออกซิเจนไม่เพียงพอจะทำให้รู้สึกมึนหัว ซึ่งก็ควรออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยทันที

ผ่านมาเคยมีงานวิจัยเกี่ยวกับการจุดพลุในช่วงฉลองวันชาติของสหรัฐอเมริกา โดยเทียบเคียงในช่วงก่อนและหลังการจุด 24 ชั่วโมง พบว่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะถึง 42% ตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวมขณะจุดที่มีปัจจัยอื่นในการกระจายตัวของฝุ่นละอองด้วย

อย่างไรก็ตามในประเทศไทยโชคดีที่ไม่ได้จุดพลุในปริมาณมหาศาล แต่ก็ยังมีการจุดตามเทศกาลบ้าง ข้อแนะนำคือควรจุดในบริเวณที่กว้าง โล่ง และไม่เข้าไปชิดบริเวณที่มีการจุดมากเกินไป การอยู่ในระยะที่ห่างถือว่าเป็นการป้องกันระดับหนึ่งแต่ไม่สามารถป้องกันมลพิษในท้องฟ้าได้

รศ.ดร.จิรดา สิงขรรัตน์ นักเคมี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รศ.ดร.จิรดา สิงขรรัตน์

“รศ.ดร.จิรดา” อธิบายว่า ในพลุมีสารที่เรียกว่า Oxidizing Agent หรือ Oxidizer ได้แก่ ไนเทรต (Nitrate) ที่อยู่ในรูปของโพแทสเซียมไนเตรต (Potassium Nitrate) หรือดินประสิว ซึ่งเป็นสารก่อระเบิด ส่วนเชื้อเพลิงถ้าไม่ได้ใช้แก๊สก็จะใช้จำพวกคาร์บอน, กำมะถัน หรือดินปืนแทน ดังนั้นเมื่อเกิดการเผาไหม้จะพบสารมลพิษคาร์บอนไดออกไซด์ มีลักษณะเป็นละอองฝุ่นเมื่อเกิดการเผาไหม้ก็จะเกิดเป็นมลพิษ

นอกจากนี้ ในพลุยังมีแรงดันที่เรียกว่า Ballistic Effect คือเมื่อจุดแล้วแก๊สจะเกิดการขยายตัวเป็นแรงระเบิด (power of explosion) ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่ใช้พัฒนาระเบิด ถ้าต้องการให้สูงมากเท่าไหร่ ก็จำเป็นต้องใช้พลังส่งตัวมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งบางประเทศมีข้อจำกัดของเสียงไม่ควรเกิน 125 เดซิเบลในช่วง 4 เมตร เพื่อไม่ให้มนุษย์ได้รับเสียงที่ดังเกินไป

“พลุมีเศษกระดาษที่บางส่วนอาจยังไม่ถูกเผาไหม้ ทำให้ละอองพวกนี้ยังอยู่และกลายเป็นมลพิษทางอากาศ เช่นเดียวกับประเทศจีนที่เจอซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ที่เป็นหนึ่งในสารตั้งต้นของ PM2.5 ซึ่งเมื่อสารพวกนี้ถูกแดดก็จะกลายเป็นสารอนุมูลอิสระที่ทำลายชั้นโอโซน และท้ายที่สุดจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์”

นอกจากพลุแล้ว ช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองมักมีการนำสเปรย์หิมะมาใช้ ซึ่งมีองค์ประกอบหลักคือ snow effect และสารแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินปูน ที่ทำให้เกิดการคงตัว โดยสเปรย์ต่าง ๆ มักมีการใช้สาร อะซิโตน, บิวทานอล, Methyl Acetate Acetic ซึ่งจัดเป็นกลุ่มอันตรายที่ขณะนี้หลายประเทศห้ามไม่ให้ใช้แล้ว ที่สำคัญคือภายในกระป๋องจะมีแรงดันสูง หากเกิดแรงกระแทกหรืออุณหภูมิสูงอาจก่อให้เกิดการระเบิดได้