เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
Tech ‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
จับตาจีนชะลอเที่ยวไทย ‘พัทยา-เชียงใหม่’ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น
Economic จับตาจีนชะลอเที่ยวไทย ‘พัทยา-เชียงใหม่’ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น
‘ทรัมป์’ ปรากฏตัวครั้งแรก ชี้สงครามอิหร่านอาจส่งผลแพ้เลือกตั้งกลางเทอม เมินโอกาสโดนถอดถอน
World ‘ทรัมป์’ ปรากฏตัวครั้งแรก ชี้สงครามอิหร่านอาจส่งผลแพ้เลือกตั้งกลางเทอม เมินโอกาสโดนถอดถอน
‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย จ่อถกการค้า ดึงอุตสาหกรรมใหม่-ตั้งฐานรถ EV ทวงสัญญาซื้อข้าว
World ‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย จ่อถกการค้า ดึงอุตสาหกรรมใหม่-ตั้งฐานรถ EV ทวงสัญญาซื้อข้าว
‘วราวุธ’ ลั่นขยะปราจีนฯ จบ พฤศจิกายน EEC ดันจัดระเบียบเข้าสู่เขตเศรษฐกิจใหม่
Economic ‘วราวุธ’ ลั่นขยะปราจีนฯ จบ พฤศจิกายน EEC ดันจัดระเบียบเข้าสู่เขตเศรษฐกิจใหม่
แบงก์เบนเข็ม ‘เวลท์’ ปั๊มรายได้ค่าฟี-แก้เกมสินเชื่อโตยาก
Finance แบงก์เบนเข็ม ‘เวลท์’ ปั๊มรายได้ค่าฟี-แก้เกมสินเชื่อโตยาก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 พ.ย.) ขยับขึ้น 3.19% อยู่ที่ 80,236 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 พ.ย.) ขยับขึ้น 3.19% อยู่ที่ 80,236 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (5 พ.ย.) มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ กทม.และปริมณฑล 
Economic พยากรณ์อากาศ (5 พ.ย.) มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ กทม.และปริมณฑล 
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 พ.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 พ.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

KTBST ประเมินตลาดหุ้นดัชนีอาจมีความผันผวนจากปัจจัยบวกไม่ชัดเจน จับตาการประชุม ECB

17 ก.ค. 2560 | 10:21น.

KTBST ประเมินตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ (17-21 ก.ค. ) ดัชนีอาจมีความผันผวนจากปัจจัยบวกไม่ชัดเจน ตลาดจับตาการประชุม ECB (20 ก.ค.) และ FOMC (26 ก.ค.) เรื่องการลด QE แนะกลยุทธ์เน้นเก็งกำไรเป็นรายตัว คาดดัชนีสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,566 จุด SGP, GFPT, CPALL, SCC, WICE

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST ประเมินทิศทางตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ (17-21 ก.ค. ) นักลงทุนรอดูการประชุม ECB (20 ก.ค.) และ FOMC (26 ก.ค.) เพื่อรอดูการส่งสัญญาณการลด QE ของธนาคารกลางสองแห่ง แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่ Fed จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หรือลด QE ขณะที่ปัจจัยในประเทศที่สำคัญ คือ การทยอยนำส่งงบการเงินและการคาดการณ์ผลประกอบการของหุ้นต่างๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยต่อหุ้นเป็นรายตัว และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมา 33.73 บาท/ดอลล่าร์ อาจสร้างความผันผวนให้ตลาดหุ้นได้ ในทางเทคนิค โดยดัชนีฯปิดในวันศุกร์ที่ 1,577 จุด ซึ่งอยู่กึ่งกลางของกรอบ 1,566 – 1,590 จุด เรามองดัชนีฯเมื่อสิ้นสัปดาห์มีโอกาสอ่อนตัวลงจากสัปดาห์ก่อน

ดังนั้นปัจจัยบวกต่อตลาดที่ไม่ชัดเจนทั้งฝั่งของต่างประเทศและในประเทศ เรามองว่าจะทำให้ไม่มีเม็ดเงินใหม่ๆเข้ามาในตลาดและการซื้อขายจะเป็นการสลับตัวเล่น (Switching) เน้นเก็งกำไรช่วงสั้น และขายมากขึ้นถ้าดัชนีฯวิ่งเข้าใกล้ระดับ 1,590 จุด ดังนั้นสัปดาห์นี้ แนะนำให้นักลงทุนเน้นเก็งกำไร ในหุ้นกลุ่มหลักบางกลุ่ม เช่น ธนาคาร โทรศัพท์ ค้าปลีก เป็นรายตัว และระมัดระวังการลงทุนในหุ้นที่มีรายรับเป็นเงินดอลล่าร์ ที่ถูกกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่า คาดดัชนีฯ ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,566 จุด หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ได้แก่ SGP, GFPT , CPALL , SCC , WICE หุ้นแนะนำเชิงเทคนิคได้แก่ THCOM , KSL , BPP

ทั้งนี้ ปัจจัยที่น่าติดตามได้แก่ เรื่องการลด QE ของธนาคารต่างๆ มีกรอบเวลาที่แน่ชัดมากขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดมีการส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้พร้อมทั้งระบุว่าการลดขนาดงบดุลจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่ทางยุโรปเรามองว่าจะเริ่มการหยุด QE ในช่วงปีหน้าและคาดว่าปี 2019 จะเริ่มมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง แต่กระบวนการดังกล่าวจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ตลาดหุ้นมีการรับรู้ประเด็นดังกล่าวไปค่อนข้างมากแล้ว

ส่วนปัจจัยภายในประเทศยังคงเป็นบวก กนง. ระบุว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งได้รับผลบวกจากภาคการส่งออกและการใช้จ่ายของภาคเอกชนที่ฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ ธปท. ยังระบุว่า NPL ของ SMEs ที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่ประเด็นที่น่าเป็นห่วง และให้เงินเฟ้อในกรอบเป้าหมายที่ 1-4% ซึ่งคาดว่าภาพเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นนี้จะเป็นประเด็นบวกให้กับตลาดหุ้นไทยต่อ

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นมาสูงจากสต็อกน้ามันดิบสหรัฐฯอยู่ในระดับสูง เราคาดการปรับตัวขึ้นของราคาน้ามันดิบมีกรอบจากัด โดยยังคงคาดราคาน้ำมันดิบจะเคลื่อนไหวในกรอบ $43-50 เหรียญ จนกว่าจะถึงการประชุมระหว่างรัสเซียและ OPEC ในวันที่ 24 ก.ค.นี้