เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
Finance ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
สุดสัปดาห์นี้ เชียร์ ‘ก้อง สมเกียรติ’ –  ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 8
Automotive สุดสัปดาห์นี้ เชียร์ ‘ก้อง สมเกียรติ’ – ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 8
‘อนุทิน’ ชี้ ‘ทักษิณ’ มีสิทธิเดินสายต่างประเทศ ไม่ได้ไปในฐานะรัฐบาล
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ ‘ทักษิณ’ มีสิทธิเดินสายต่างประเทศ ไม่ได้ไปในฐานะรัฐบาล
เอเชีย เอรา วัน แจง “หนังสือขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด”  ไม่ใช่ถอนตัวทันที
Economic เอเชีย เอรา วัน แจง “หนังสือขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด” ไม่ใช่ถอนตัวทันที
อนุทิน ยันโครงการของบ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน’ ไร้ล็อกสเปก โวเชี่ยวชาญอ่านทีเดียวเข้าใจหมด
Politics อนุทิน ยันโครงการของบ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน’ ไร้ล็อกสเปก โวเชี่ยวชาญอ่านทีเดียวเข้าใจหมด
นายกฯ ลั่น เอกชนยกเลิกสัญญาเองไม่ได้ ชี้ ‘รถไฟ 3 สนามบิน’ ต้องเดินไป
Politics นายกฯ ลั่น เอกชนยกเลิกสัญญาเองไม่ได้ ชี้ ‘รถไฟ 3 สนามบิน’ ต้องเดินไป
‘RS Music X’ การกลับมาของอาร์เอส กับเกมธุรกิจเพลงยุค AI
Business ‘RS Music X’ การกลับมาของอาร์เอส กับเกมธุรกิจเพลงยุค AI
อสังหาฯจุก รีเจ็กต์เรตพุ่งไม่หยุด 44.9% ลามบ้าน 7 ล้าน จี้รัฐปลดล็อกค้ำสินเชื่อ
Real Estate อสังหาฯจุก รีเจ็กต์เรตพุ่งไม่หยุด 44.9% ลามบ้าน 7 ล้าน จี้รัฐปลดล็อกค้ำสินเชื่อ
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 65,600 บาท
‘ชัชชาติ’ จัดทัพบริหาร กทม. แบ่งงาน 4 รองผู้ว่า เพิ่มความคล่องตัว เร่งแก้ปัญหาเมือง
Politics ‘ชัชชาติ’ จัดทัพบริหาร กทม. แบ่งงาน 4 รองผู้ว่า เพิ่มความคล่องตัว เร่งแก้ปัญหาเมือง
ดูทั้งหมด

ไทยลงนามสัตยาบัน RCEP ชิงมูลค่าส่งออก 817 ล้านล้าน

10 ก.พ. 2564 | 10:12น.

รัฐสภาไฟเขียวให้สัตยาบันความตกลง “RCEP” เขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก คลุมตลาด 2.2 พันล้านคน มูลค่าตลาด 817 ล้านล้านบาท ด้าน “ม.หอการค้า” ชี้ RCEP เปิดตลาดส่งออก 200,000 ล้าน ดันจีดีพีโต 3.4%

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเข้ามาว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ประชุมรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบสัตยาบันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) หลังจากประเทศสมาชิก 15 ประเทศ (อาเซียน+ออสเตรเลีย+นิวซีแลนด์+จีน+เกาหลีใต้+ญี่ปุ่น) ยกเว้นอินเดีย ได้ลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจฉบับนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 37 โดยการให้ความเห็นชอบความตกลง RCEP ครั้งนี้ถือเป็นความตกลงฉบับแรกในรอบ 3 ปีของประเทศไทย นับจากที่ได้เคยให้ความเห็นชอบต่อ ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง ไปเมื่อปี 2561

ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า หลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบ กระทรวงพาณิชย์จะส่งเรื่องไปให้กระทรวงการต่างประเทศเตรียมออกหนังสือเพื่อให้ไทยนำไปยื่นต่อสำนักงานเลขาธิการอาเซียน แต่ประเทศไทยจะยื่นได้ก็ต่อเมื่อหน่วยงานในประเทศแจ้งความพร้อมในการดำเนินการตามพันธกรณีของ RCEP มาก่อน เช่น กรมศุลกากรออกประกาศลดภาษี-เลิกภาษีตามความตกลง RCEP, กรมการค้าต่างประเทศจัดทำแบบฟอร์มใบรับรองเพื่อลดภาษี RCEP เป็นต้น

“ข้อตกลง RCEP จะมีผลบังคับใช้ได้อย่างเป็นทางการเมื่อกลุ่มประเทศอาเซียน +6 ให้สัตยาบันร่วมกับประเทศคู่เจรจา 3 ประเทศรวมทั้งสิ้น 9 ประเทศ จาก 15 ประเทศสมาชิกก็จะถือว่าข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ (หลัง 60 วัน) อย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเป็นช่วงกลางปี 2564 พร้อมกันนี้กรมจะเร่งการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเยียวยาผลกระทบจากการเปิดเสรี (กองทุน FTA) เพิ่มเติมจากเดิมที่มีโครงการกองทุนเอฟทีเอของกรมการค้าต่างประเทศและของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะคอยให้การช่วยเหลือผู้ผลิตสินค้าที่ได้รับผลกระทบในการปรับตัวด้วย” นางอรมนกล่าว

ทั้งนี้ความตกลง RCEP เป็นความตกลงที่ครอบคลุมตลาดใหญ่ที่สุดในโลก รวมจำนวนประชากรถึง 2,252 ล้านคน หรือคิดเป็น 30.2% ของประชากรโลก และเป็นความตกลงที่ครอบคลุมขนาดเศรษฐกิจกลุ่ม RCEP รวมกว่า 26.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 817 ล้านล้านบาท คิดเป็น 30% ของ GDP โลก มีมูลค่าการค้ารวม 10.4 ล้านล้านเหรียญ หรือประมาณ 326 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 27.4% ของมูลค่าการค้าโลก ซึ่งข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการลดภาษีสินค้าบริการของไทย 90-92% ของรายการสินค้าที่ค้าระหว่างกัน

โดยในปี 2563 ไทยมีการค้ากับประเทศ RCEP มูลค่า 261,825.60 ล้านเหรียญ หรือลดลง 8.72% แบ่งเป็นไทยส่งออก 128,911 ล้านเหรียญ หรือลดลง 8.17% นำเข้า 132,913 ล้านเหรียญ หรือลดลง 9.25% และไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า 4,002 ล้านเหรียญ

ขณะที่นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การลงนามความตกลง RCEP เป็นปัจจัยบวกที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่า จะทำให้อัตราการขยายตัวของ GDP เติบโตได้ 3.4% โดยภายหลังจากความตกลงมีผลบังคับใช้จะทำให้การส่งออกไทยขยายตัวได้ 3.3% มูลค่า 7,558 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 226,738 ล้านบาท จากการที่ไทยได้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

โดยสินค้าที่ไทยจะได้รับประโยชน์สูงสุด ได้แก่ แป้ง, มันสำปะหลัง, ประมง, ผัก/ผลไม้, เนื้อสัตว์, อาหารแปรรูป, ยาง/ผลิตภัณฑ์ยาง, ชิ้นส่วนรถยนต์, ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, พลาสติก, กระดาษ, การบริการ, ก่อสร้าง, ธุรกิจสุขภาพ และการค้าปลีก

“แต่ไทยต้องติดตามผลกระทบทางลบซึ่งอาจจะเกิดขึ้น ทั้งจากการที่ไทยจะมีคู่แข่งทางการค้ามากขึ้น เกิดการทะลักเข้ามาของสินค้าราคาถูกจากประเทศสมาชิก รวมถึงเกษตรกร อีกทั้งอาจจะมีข้อกำหนดให้รัฐบาลต้องปฏิบัติต่อนักลงทุนจากประเทศสมาชิกอื่น ๆ ภายใต้ความตกลง RCEP เช่นเดียวกับนักลงทุนในประเทศ อาจจะทำให้นักลงทุนจากต่างชาติมีสิทธิเช่นเดียวกับนักลงทุนในประเทศในการกว้านซื้อที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และที่สำคัญ RCEP เอื้อประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุนของจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้มากกว่าไทย การซื้อขายในรูปแบบอีคอมเมิร์ซจะขยายตัวมากขึ้น ในขณะที่ไทยยังไม่เข้มแข็งด้านอีคอมเมิร์ซ” นายอัทธ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่งออก