เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

“นักวิจัยไทย” ก้องโลก ใช้นวัตกรรมตรวจโควิด

17 ก.พ. 2564 | 09:17น.
คอลัมน์ CSR Talk

ผลงานของคนไทยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอีกครั้ง ท่ามกลางภาวะการแพร่ระบาดโควิด-19 ในนานาประเทศ จึงทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกกว่า 106 ล้านคน นวัตกร และนักวิจัยต่างทุ่มเทคิดค้นหาหนทางสร้างนวัตกรรมสู้โควิดอย่างไม่ทดท้อ

โดยล่าสุด Nature Communications วารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ซึ่งมีดัชนีบ่งชี้มาตรฐาน H-Index 300 ได้ตีพิมพ์ไปทั่วโลกเผยแพร่ผลงานของนักวิจัยไทย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง “Rapid Electrochemical Detection of Coronavirus SARS-CoV-2”

ความสำเร็จในการคิดค้นนวัตกรรมชุดตรวจวิเคราะห์โควิด-19 เพื่อใช้ไบโอเทคโนโลยีนำดีเอ็นเอเซ็นเซอร์ทางเคมีไฟฟ้า (electrochemical DNA sensor) ในการตรวจหาเชื้อโควิดได้ถูกต้องแม่นยำ 100% ที่สำคัญ ยังรู้ผลภายใน 2 ชั่วโมง แถมพกพาสะดวก และต้นทุนต่ำ ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในภาคสนาม และการตรวจผลแบบเรียลไทม์เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ

“รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สงครามระหว่างมนุษย์และไวรัสโควิดยังไม่สิ้นสุด อัตราการแพร่ระบาดยังทวีความรุนแรง และเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ในหลายพื้นที่ของภูมิภาคโลกยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพได้

“เนื่องจากเครื่องตรวจวิเคราะห์มีราคาสูงนับหลายล้านบาท ต้องมีห้องปฏิบัติการและผู้เชี่ยวชาญ หรือการตรวจหาทาง serology เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกัน (antibody) ต่อเชื้อโควิด ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ที่มีความคลาดเคลื่อนจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีและภาคภูมิใจของคนไทยที่ผลงานวิจัยพัฒนาชุดตรวจวิเคราะห์โควิด-19 ด้วยดีเอ็นเอเซ็นเซอร์ทางเคมีไฟฟ้า”

“โดยทีมวิจัย 10 คน นำโดย ผศ.ดร.เบญจพร เลิศอนันตวงศ์ นักวิจัยและอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวะมหิดล สามารถตอบโจทย์ความท้าทายทำให้รู้ผลการตรวจวิเคราะห์เชื้อโควิด-19 อย่างรวดเร็วและแม่นยำ จนได้รับการยอมรับจากวารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกและเผยแพร่ไปยังนานาประเทศเพื่อนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดแก่องค์กร ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจจำแนกเชื้อ ในการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดแก่คนไทย และประชาคมโลกด้วย”

ทางด้าน “ผศ.ดร.เบญจพร เลิศอนันตวงศ์” นักวิจัยและอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า นวัตกรรมใหม่ ดีเอ็นเอเซ็นเซอร์ทางเคมีไฟฟ้า (electrochemical DNA sensor) เป็นการตรวจวัดปริมาณดีเอ็นเอ (DNA) หรืออาร์เอ็นเอ (RNA) ที่สกัดจากตัวอย่างเชื้อก่อโรค แม้จะมีเชื้อโควิดในร่างกายปริมาณน้อยแต่ก็สามารถตรวจพบได้อย่างแม่นยำ

“โดยอาศัยหลักการไฮบริไดเซชั่นของเบสบนดีเอ็นเอสายสั้น ๆ (15-20 เบส) ที่ถูกออกแบบ และสังเคราะห์ขึ้นให้เฉพาะเจาะจงกับดีเอ็นเอ หรืออาร์เอ็นเอ ซึ่งเป้าหมายช่วยให้สามารถตรวจคัดกรอง และวัดปริมาณเชื้อก่อโรคเป้าหมายจากตัวอย่างได้ โดยปกติการติดฉลาก (labeling) บนสายดีเอ็นเอเพื่อติดตามการไฮบริไดเซชั่นของดีเอ็นเอ หรืออาร์เอ็นเอเป้าหมายเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากฉลากที่นิยมใช้กับดีเทกเตอร์เป็นการใช้หลักการทางเคมีไฟฟ้า คือ สารรีดอกซ์, fluorescent dye และอนุภาคนาโน (nanoparticles) เช่น อนุภาคทองนาโน (gold nanoparticles) เป็นต้น”

“ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกให้การรับรองวิธีการ RNA ในการคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิดได้รวดเร็ว และแม่นยำที่สุด และไม่แนะนำวิธีตรวจภูมิต้านทานมาใช้เป็นมาตรฐาน เนื่องจากหากผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการ หรือกรณีที่มีเชื้อโควิดในร่างกายน้อยอาจตรวจไม่พบ”

สำหรับขั้นตอนดำเนินการวิเคราะห์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1.การเตรียมดีเอ็นเอ

2.การไฮบริไดเซชั่น

และ 3.ตรวจวัดสัญญาณไฟฟ้า

โครงการวิจัยนี้ทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับความร่วมมือจากทีม “ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งสิ้น 106 ตัวอย่าง ผลสรุปการทดลองได้ผลดียิ่ง ถูกต้องแม่นยำ 100% สามารถรู้ผลภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าเทคนิควิธีอื่น ๆ ที่ต้องใช้เวลานาน

ส่วนวิธีการใช้จะทำการผสมสารพันธุกรรมหรืออาร์เอ็นเอจากน้ำลายโพรงจมูก หรือเลือด ที่สกัดได้จากตัวอย่างในน้ำยาหลอดที่ 1 พักไว้ 10 นาที ผสมสารที่ได้ลงในน้ำยาหลอดที่ 2 และบ่มในน้ำอุ่นที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที เพื่อเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากนั้นผสมสารที่ได้ลงในน้ำยาหลอดที่ 3 เพื่อหยุดกระบวนการเพิ่มจำนวนของสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส และติดฉลากก่อนนำไปหยดลงบนแผ่นสตริปเทสต์ที่เสียบกับเครื่องอ่านทางเคมีไฟฟ้าในลักษณะเดียวกับเครื่องวัดน้ำตาลในเลือด

หากไม่พบสัญญาณไฟฟ้าแสดงว่าไม่พบเชื้อไวรัส แต่หากกระแสไฟฟ้าสูงขึ้นแสดงว่าพบเชื้อไวรัส และการเพิ่มขึ้นของกระแสไฟฟ้าจะสอดคล้องกับปริมาณของเชื้อไวรัสอีกด้วย

ส่วนประโยชน์ของชุดตรวจวิเคราะห์ COVID-19 ด้วยดีเอ็นเอเซ็นเซอร์ทางเคมีไฟฟ้า (electrochemical DNA sensor) บนสมาร์ทการ์ด หรือชิปวัดสัญญาณไฟฟ้าจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน คือใช้งานง่ายให้ผลการวัดรวดเร็ว สามารถเก็บข้อมูล และส่งทางอินเทอร์เน็ตได้ ราคาประหยัด ซึ่งเป็นชุดตรวจที่ทำงานรวดเร็วและแม่นยำ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือที่มีความซับซ้อนหรือราคาแพง และในอนาคตสามารถนำไปออกแบบพัฒนา portable device ที่สามารถพกพา และนำไปใช้งานคัดกรองผู้ติดเชื้อในภาคสนามได้ทุกที่ ทุกเวลา

เพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงพยาธิสภาพของตัวอย่างที่เก็บมา ทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งตัวอย่างที่ได้จากผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลหลักอีกด้วย

สำหรับผลงานการพัฒนานวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติโดยคนไทยครั้งนี้ ลงตีพิมพ์ใน Nature Communications H-Index 300 “Rapid Electrochemical Detection of Coronavirus SARS-CoV-2” ที่สำคัญ ยังเปิดสาธารณะเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นวัตกร และผู้สนใจนำไปใช้ประโยชน์ต่อประชาชน และประชาคมโลก ผู้ใดสนใจเข้าไปดูที่ลิงก์ https://rdcu.be/ceOYI

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชุดตรวจโควิด-19