ธุรกิจของคุณเหมาะกับการทำโฆษณารูปแบบไหน บน Google มาหาคำตอบกัน!
Google Adwords หรือ Google Ads เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโฆษณาที่ผู้ประกอบธุรกิจอาจจะมองข้ามไป เพราะ หลายคนจะไปเริ่มต้นโปรโมทธุรกิจของตัวเองบน Facebook และมองข้ามแพลตฟอร์มขนาดใหญ่อย่าง Google Ads นี้ไป ทั้ง ๆ ที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก และสามารถสื่อสารไปยังผู้คนได้อย่างกว้างขวาง โดย Google Ads จะมีเครือข่ายที่เรียกว่า Google Display Network (GDN) ที่ทาง Google ได้รวบรวมเว็บไซต์พันธมิตรต่าง ๆ มากกว่า 2 ล้านเว็บไซต์รวมถึง YouTube เข้ามาอยู่ในเครือข่าย GDN เพื่อให้เราสามารถนำโฆษณาสินค้าของเราไปอยู่ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ต้องการ ได้อย่างสะดวกสบาย และหลากหลายเว็บไซต์ในราคาสบายกระเป๋า เพราะหากจะต้องไปเช่าพื้นที่ซื้อโฆษณาตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย ๆ เลย
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนกลับมองข้ามแพลตฟอร์มขนาดใหญ่อย่าง Google Ads นั้น อาจจะนับรวมไปถึงหน้าตาของเครื่องมือที่ดูซับซ้อน ไม่สามารถจับต้นชนปลายได้ถูก แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะมีแผนทำ Google Ads ด้วยตัวเอง หรือจะไปจ้างผู้รับทำโฆษณา Adwords โดยตรง สิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้ก่อนคือ รูปแบบแคมเปญโฆษณาที่มีให้เลือกบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้สามารถนำไปพิจารณาเลือกรูปแบบโฆษณาให้เหมาะสมกับสินค้า และตรงกับเป้าหมายของการทำโฆษณาของเราได้อย่างตรงจุด ทั้งยังช่วยหลีกเลี่ยงการเสียเงินที่มากเกินความจำเป็น และการจับกลุ่มลูกค้าที่กว้างจนเกินไป
ทำความเข้าใจรูปแบบต่าง ๆ ของแคมเปญโฆษณาบน Google Ads ที่แบ่งเป็น 5 แคมเปญด้วยกัน

1. Search Ads
การทำโฆษณาบน Search Engine หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ SEM (Search Engine Marketing) เป็นรูปแบบการทำโฆษณาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเป็นที่รู้กันว่าเมื่อเราต้องการค้นหาสิ่งต่าง ๆ ก็จะเข้าไปที่หน้า Google เป็นอันดับแรก ฉะนั้นการทำ SEM คือการทำให้ผู้คนเห็นเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับแรก ๆ ภายใต้ Keyword ที่กำหนดไว้
โฆษณารูปแบบนี้ เหมาะสำหรับ:
• เพิ่มยอดขาย
• เพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์
• เพิ่มโอกาสในการขาย
ประโยชน์ของการทำโฆษณา Search Ads:
• ช่วยประหยัดต้นทุนได้ เพราะเราจะเสียเงินก็ต่อเมื่อมีคน Click ที่โฆษณาของเราเท่านั้น
• เพิ่มโอกาสในการขาย เพราะผู้คนสามารถคลิกไปที่เว็บไซต์คุณได้โดยตรง และ Google เป็นแพลตฟอร์มที่คนใช้มากที่สุด มีการค้นหาบน Google เกือบ 3.5 พันล้านครั้งทุกวัน
2. Google Display Network (GDN)
การโฆษณารูปแบบต่อมาคือ การใช้รูปภาพ หรือแบนเนอร์โฆษณา ให้ไปปรากฏตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เราสามารถกำหนดได้ ในเครือข่ายพันธมิตรของ Google ที่มีสมาชิกมากถึง 2 ล้านเว็บไซต์ ทำให้แบนเนอร์ของเรามีโอกาสเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวาง โฆษณารูปแบบนี้เหมาะสำหรับแบรนด์ออนไลน์ชอปปิ้งต่าง ๆ อย่างร้านเสื้อผ้าออนไลน์
โฆษณารูปแบบนี้ เหมาะสำหรับ:
• เพิ่มโอกาสในการขาย
• เพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์
• สร้าง Brand Awareness
• Remarketing
ประโยชน์ของการทำโฆษณา GDN Banner:
• สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนด้วยรูปภาพ และข้อความที่กระชับ
• สามารถเลือกประเภทเว็บไซต์ที่จะลงโฆษณาได้ อย่างเว็บไซต์ท่องเที่ยว เว็บไซต์ข่าว และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงยังสามารถเลือกเวลาที่จะให้โฆษณาเราปรากฏได้ด้วย
• เพิ่มประสิทธิภาพของการทำ Remarketing เพราะผู้คนกว่า 70% มีโอกาสที่จะกลับมาซื้ออีกครั้งเมื่อเห็นโฆษณาแบบแบนเนอร์
3. Shopping Ads
โฆษณารูปแบบต่อไปคือ Shopping Ads จะมีลักษณะเป็น Shopping Card ที่จะแสดงภาพของสินค้า ราคา ชื่อรุ่น ส่วนลด ชื่อร้านค้าไว้ในการ์ดเดียวกัน ทำให้เราสามารถตัดสินใจซื้อของได้ง่ายขึ้นมาก ๆ และยังมีการเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ให้เห็นอีกด้วย ทำให้ลูกค้าได้ข้อมูลที่เพียงพอ ทั้งเมื่อมีโปรโมชั่นโดนใจ เมื่อตัดสินใจคลิกก็เท่ากับการปิดการขายได้ไม่ยาก
โฆษณารูปแบบนี้ เหมาะสำหรับ:
• เพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์
• การเพิ่มโอกาสในการขายด้วยรูปภาพของสินค้า
• เหมือนเป็นไกด์นำทางให้ผู้คนได้ชอปปิ้งสะดวกขึ้น
ประโยชน์ของการทำโฆษณา Shopping Ads:
• ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
• เหมาะกับร้านค้า ที่มีสินค้าหลายอย่าง เพราะมีการจัดการที่ไม่ยุ่งยากในการทำ Shopping Ads
4. Video Ads
โฆษณาวิดีโอโปรโมทสินค้า ที่มีตั้งแต่ Bumper Ads, Motion Graphic และ Short Video โฆษณาแบบวิดีโอทาง Google จะเน้นให้ไปปรากฏบน YouTube และในเครือข่าย GDN ด้วย
โฆษณารูปแบบนี้ เหมาะสำหรับ:
• สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์
• เพิ่มโอกาสให้คนรู้จักสินค้าของเรา เพราะ YouTube มีคนดูวิดีโอมากถึงพันล้านรายการในทุก ๆ วัน
• หากชิ้นงานโฆษณาดี ก็จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ได้
ประโยชน์ของการทำโฆษณา Video Ads:
• ทำให้ลูกค้าได้รู้จักกับสินค้า และสามารถสื่อสารคุณภาพของสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. Mobile App Ads
โฆษณารูปแบบสุดท้ายคือการโปรโมทสินค้าใน Application ที่อยู่ในเครือข่าย Google Partner อย่างเช่นเมื่อเราเล่นเกมส์ อยู่ใน App ใด App หนึ่ง ก็จะมีโฆษณาเด้งขึ้นมาให้ชม เพื่อแลกไอเท็ม หรืออาจจะมาในรูปแบบแบนเนอร์โฆษณาโปรโมทสินค้า ซึ่งโฆษณารูปแบบนี้ก็คือ Mobile App Ads นั้นเอง
โฆษณารูปแบบนี้ เหมาะสำหรับ:
• แบรนด์ที่มี Application เป็นของตัวเอง
ประโยชน์ของการทำโฆษณา Mobile App Ads:
• ใช้งานง่าย
• เพิ่มจำนวนการดาวห์โหลด Application
• Google มีระบบ Bidding อัตโนมัติ เราแค่ทำการกำหนดเป้าหมาย และราคา
และทั้งหมดนี้คือ 5 รูปแบบของการทำโฆษณาบน Google ผ่านแพลตฟอร์มที่มีชื่อว่า Google Adwords ซึ่งการทำโฆษณาในรูปแบบนี้จะมีค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่เราต้องศึกษา และวางจุดประสงค์ของการทำโฆษณาให้กับแบรนด์ของเราอย่างชัดเจน และหากคุณกำลังมองหาผู้รับทำโฆษณา Adwords โดยเฉพาะ ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การทำกราฟฟิค ให้ลองเข้าไปค้นหาฟรีแลนซ์มืออาชีพ ที่มีความสามารถเฉพาะทาง และพร้อมแนะนำให้คุณแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ผ่าน Fastwork.co แพลตฟอร์มที่ได้คัดเลือกฟรีแลนซ์ฝีมือดี มีความสามารถเฉพาะทางมาให้ธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ ตอบโจทย์ทุกด้านในการทำธุรกิจออนไลน์