ดอลลาร์แข็งค่า หลังสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือน ม.ค.พุ่งขึ้น 5.3%
ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์แข็งค่า จากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานยอดค้าปลีกในเดือน ม.ค.พุ่งขึ้น 5.3% ปรับตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ขณะที่เฟดยังเดินหน้าใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวต่อไป
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/2) ที่ระดับ 30.00/01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (17/2) ที่ระดับ 29.97/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ประเภทอายุ 10 ปี ที่แตะระดับสูงสุดที่ 1.33% ในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2563
นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยเมื่อคืนนี้ (17/2) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดค้าปลีกในเดือน ม.ค.พุ่งขึ้น 5.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการที่ชาวอเมริกันได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรการเยียวยาวงเงินเกือบ 9 แสนล้านดอลลาร์ของรัฐบาลสหรัฐเมื่อช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2563
นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้มีการเปิดเผยรายงานการประชุมเดือนมกราคม โดยเฟดได้ระบุว่าจะเดินหน้าใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวต่อไป เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังอยู่ห่างไกลจากเป้าหมายในระยะยาว
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.98-30.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.01/02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/2) ที่ระดับ 1.2047/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/2) ที่ระดับ 1.2075/78 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรอ่อนค่าจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ว่าสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซนประจำไตรมาสที่ 4/2563 หดตัวลง 0.6% ซึ่งดีกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นว่า GDP ไตรมาส 4 หดตัวลง 0.7%
นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการเดือนกุมภาพันธ์ของประเทศต่าง ๆ ในยูโรโซนที่จะเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ (19/2) เพื่อดูสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในทวีปยุโรปต่อไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2036-1.2070 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2066/71 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/2) ที่ระดับ 105.72/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/2) ที่ระดับ 105.92/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินเยนยังคงได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของหลายประเทศทั่วโลก หลังจากเริ่มมีการกระจายและฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19
รวมถึงความหวังที่สภาคองเกรสจะสามารถลงมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในวันที่ 15 มีนาคมนี้ หลังจากที่สภาคองเกรสเห็นชอบการพิจารณาแบบ Fast Track แล้วในสัปดาห์ที่แล้ว
ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.70-05.92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.72/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ตัวเลขผู้รับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (18/2), ตัวเลขการสร้างบ้านของสหรัฐ เดือนมกราคม (18/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการของญี่ปุ่น เดือนกุมภาพันธ์ (19/2), ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักร เดือนมกราคม (19/2),
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการของเยอรมนีเดือนกุมภาพันธ์ (19/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐเดือนกุมภาพันธ์ (19/2), ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐเดือนมกราคม (19/2)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.5/0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 4.00/4.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ