ดอลลาร์ร่วง หลังเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าที่ตลาดคาด
เงินดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์ร่วง หลังเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ขณะที่เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.55/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 11 มีนาคม มีนาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 30.68/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (10/3) ที่ระดับ 30.73/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
โดยเมื่อคืน (10/3) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมกราคม และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7% ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนมกราคม
อย่างไรก็ตามเมื่อคืนนี้ (10/3) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 220 ต่อ 211 ผ่านร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจนี้มีชื่อว่่า “American Rescue Plan Act of 2021”
ครอบคลุมถึงการจัดสรรงบประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวอเมริกันโดยตรงคนละ 1,400 ดอลลาร์, ให้เงินช่วยเหลือบรรดารัฐและรัฐบาลกลางในวงเงิน 3.50 แสนล้านดอลลาร์, จัดสรรเงินทุนเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และขยายโครงการช่วยเหลือคนตกงานสัปดาห์ละ 300 ดอลลาร์ออกไปจนถึงเดือนกันยายนปีนี้
โดยนางเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ปธน.ไบเดนมีแผนที่จะลงนามเพื่อบังคับใช้กฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจในวันศุกร์นี้ (12/3) โดยนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐยืนยันว่าจะรีบปล่อยเงินออกไปช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งจำนวน โดยรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นจะได้รับเงินช่วยเหลือตามที่กระทรวงการคลังจัดสรร 3.5 แสนล้านดอลลาร์ เป็นการนำร่อง
ทั้งนี้นักลงทุนยังคงจับตาดูอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจับตาดูความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐที่จะมีการประชุมนโยบายการเงิน ในวันที่ 16-17 มีนาคมนี้
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ 49.4 จาก 47.8 ในเดือนมกราคม โดยดัชนีปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
โดยมีปัจจัยบวก ได้แก่ ภาครัฐดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาทิ โครงการ “เราชนะ” “เรารักกัน” “คนละครึ่ง” “เราเที่ยวด้วยกัน” การเริ่มต้นฉีดวัคซีนโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคคลายความกังวล คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น
ขณะที่ปัจจัยลบ ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่ กระทบต่อการดำเนินชีวิต การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 64 เหลือ 2.5-3.5% จากเดิม 3.5-4.5%
ความกังวลเสถียรภาพทางการเมือง ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้น เงินบาทแข็งค่าทำให้มีความกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันสินค้าไทย และผู้บริโภคยังกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.54-30.69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 30.55/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/3) ที่ระดับ 1.1919/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดวันพุธ (10/3) ที่ระดับ 1.1898/99 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังจากที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักลงทุนคาดไว้
ทั้งนี้ตลาดจะรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในคืนนี้ (11/3) โดยการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจยุโรปจะส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปเลือกที่จะใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อ โดยจะคงอัตราดอกเบี้ย (Deposit Facility Rate ไว้ที่ -0.50% ควบคู่ไปกับการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการทำคิวอี
อีกทั้งตลาดยังคงจับตาดูท่าทีของอีซีบีต่อผลกระทบของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นต่อภาวะการเงินและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.194-1.1968 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1960/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/3) ที่ระดับ 108.49/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (10/3) ที่ระดับ 108.69/71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการเคลื่อนไหวตามสกุลเงินหลักอื่น ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.34-108.81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 108.46/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.4/-0.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +1.5/+2.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ