จำนวนประชากรที่ลดลงเป็นปัญหาที่หลายประเทศแก้ไม่ตก โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วอย่าง “ญี่ปุ่น” ที่ผู้คนแต่งงานและมีบุตรน้อยลง ส่งผลให้อัตราการเกิดต่ำจนก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” หรือแม้กระทั่ง “จีน” ที่พบว่ากำลังเผชิญกับความเสี่ยงในการเดินเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” อย่างรวดเร็ว และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เร่งให้สภาวะดังกล่าวปรากฏเร็วขึ้น รวมถึงประเทศอุตสาหกรรมอีกหลายแห่งก็ต้องเผชิญปัญหาจำนวนทารกแรกเกิดที่ลดลง จนอาจสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจโลกในระยะยาว
บลูมเบิร์ก รายงานว่า หลังจากโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างรุนแรงในปี 2020 ที่ผ่านมา พบว่าสถิติอัตราการเกิดของหลายประเทศลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสาเหตุมาจากมาตรการล็อกดาวน์ที่รัฐบาลทั่วโลกบังคับใช้ควบคุมโรค ทำให้การพบปะกันของผู้คนกลายเป็นเรื่องยากลำบากมากขึ้น
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเชื่อกันว่า การล็อกดาวน์จะทำให้คู่รักมีโอกาสได้ใช้เวลาใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่จำนวนทารกแรกเกิดของหลายประเทศในปี 2020 กลับไม่สอดคล้องกับความเชื่อดังกล่าว เช่น ข้อมูลของรัฐบาลฝรั่งเศสพบว่าอัตราการเกิดต่ำที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่จีนก็มีการแจ้งเกิดลดลงถึง 15% เมื่อเทียบกับปี 2019
ส่วนอิตาลี ศูนย์กลางการแพร่ระบาดในยุโรปก็มีอัตราการเกิดลดลงราว 22% ด้านสหรัฐอเมริกาแม้อัตราการเกิดจะลดลงไม่มากนัก แต่คาดว่าจำนวนผู้เกษียณอายุจะมีมากกว่าจำนวนเด็กทารกแรกเกิดภายในปี 2030
ทั้งนี้ วิกฤตเศรษฐกิจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราการเกิดลดลง “เจมส์ โพเมอรอย” นักเศรษฐศาสตร์ของ “เอชเอสบีซี โฮลดิงส์” ระบุว่า “ยิ่งภาวะเศรษฐกิจถดถอยยาวนานและรุนแรงมากขึ้น อัตราการเกิดก็จะลดลงมากขึ้น และอาจเปลี่ยนแปลงการวางแผนครอบครัวของผู้คนไปอย่างถาวร” โดยทีมนักเศรษฐศาสตร์ของเอชเอสบีซีประมาณการว่า ภายใน 20 ปีข้างหน้า ประชากรโลกจะลดลง 10-15% จากปัจจุบัน
แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19 แต่อัตราการเกิดก็ยากที่จะกลับมาสู่ระดับเดิม โดยการสำรวจของสถาบันกัตต์มาเชอร์ (Guttmacher Institute) ในสหรัฐพบว่า หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ผู้หญิงอเมริกันวัย 20-30 ปี ตัดสินใจเลื่อนแผนการมีบุตรออกไปอย่างไม่มีกำหนดกว่า 40%
ขณะที “โทมัส โซบอตกา” ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะเจริญพันธุ์ประจำสถาบันประชากรศาสตร์เวียนนา ประเทศออสเตรีย ระบุว่า คู่รักในช่วงอายุ 30 ปลาย ๆ ถึง 40 ปีต้น ๆ ที่ตัดสินใจขยับแผนการมีลูกออกไปในขณะนี้ จะเข้าสู่ภาวะมีบุตรยากในอนาคต และไม่ใช่ทุกคู่จะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยในการมีบุตร นับเป็นการเสียโอกาสในการเพิ่มจำนวนประชากรที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้
แม้ปัญหาสังคมสูงวัยเป็นความท้าทายที่หลายประเทศคาดการณ์และวางแผนรับมือมาก่อนหน้า โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงานและการต้องแบกรับสวัสดิการค่าใช้จ่ายของภาครัฐในการดูแลประชากรสูงวัยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งเงินบำนาญและสวัสดิการด้านสุขภาพ
แต่ภาวะโรคระบาดในขณะนี้กำลังทวีความรุนแรงของปัญหาให้หนักขึ้นไปอีก เนื่องจากหลายรัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเยียวยาและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้มีหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล แต่อัตราการเกิดที่ลดลงและไม่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวกลับมา ทำให้ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่กลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และปัญหาหนี้สาธารณะที่ไร้เสถียรภาพ หากประชากรวัยทำงานที่มีความสามารถในการเสียภาษีมีจำนวนลดน้อยลง กลายเป็นความท้าทายที่รออยู่ในอนาคตของรัฐบาลทั่วโลก