เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-DisagreeGen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-DisagreeGen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

“อาคม“ มั่นใจวัคซีนปลุก ศก. ปักธง Q4 เปิดประเทศดัน GDP โต 4%

20 มี.ค. 2564 | 10:42น.

วัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นทั้งความหวังในการควบคุมโรคและความหวังในการฟื้นเศรษฐกิจของทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่ขณะนี้เริ่มมีการนำร่องฉีดวัคซีนแล้ว โดยภาครัฐเริ่มส่งสัญญาณถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค ทั้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ไปจนถึงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 นี้ 17 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา “ประชาชาติธุรกิจ” ได้จัดสัมมนา “วัคซีนเศรษฐกิจ วัคซีนประเทศไทย” ขึ้น เพื่อฉายภาพทิศทางและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ “โรดแมปเศรษฐกิจ-ลงทุนประเทศไทย” ว่า ขณะนี้วัคซีนลอตแรกมาแล้ว และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ฉีดวัคซีนกันไปแล้ว การฉีดวัคซีนถือว่าจำเป็น เพราะจะสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งต้องดำเนินการไปพร้อม ๆ กับการรักษาโรคที่ยังคงระบาดอยู่ เช่นเดียวกับในทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องวัคซีนเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการพูดถึงกันมาตั้งแต่วิกฤตปี 2540 ว่าเศรษฐกิจไทยต้องมีภูมิคุ้มกัน

ตัวชี้วัดเศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันตัวชี้วัดเศรษฐกิจไทยด้านต่าง ๆ ถือว่าดูดีขึ้นเป็นลำดับ โดยในเดือน ก.พ. 2564 ตัวเลขเศรษฐกิจมีสัญญาณที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วปรับตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2563 แต่พอไตรมาส 4 ก็เจอโควิดระลอกใหม่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะงักไปชั่วขณะ แต่ผ่านไประยะหนึ่งเศรษฐกิจก็เริ่มดีขึ้น แต่ล่าสุดก็มาเจอการระบาดที่ตลาดย่านบางแค กรุงเทพฯอีก แต่เชื่อมั่นบุคลากรทางการแพทย์ว่าสามารถดูแลควบคุมการแพร่ระบาดได้

ฟื้นเศรษฐกิจต้องพึ่งพารายได้จาก ตปท.

การที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวเต็มที่ได้ จะขึ้นกับปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ต้องมีรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศเข้ามา โดยแม้ว่าจะเริ่มเห็นการส่งออกขยายตัวได้แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำ และที่ยังขาดไปก็คือภาคการท่องเที่ยว ซึ่งคาดหวังว่าด้วยมาตรการผ่อนคลายต่าง ๆ และหากดูแลสถานการณ์โควิดได้ดี ก็เชื่อว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะกลับมาได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า

“เมื่อเราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ก็มีคำถามว่า เมื่อไหร่เศรษฐกิจถึงจะฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเป็นหลักเลย” นายอาคมกล่าว

ทั้งนี้ นอกจากหวังรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ยังต้องส่งเสริมคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศด้วย เพื่อไม่ให้สายการบินขาดทุน

ต้องฉีดวัคซีน 3 ตัว ฟื้นเศรษฐกิจไทย

นายอาคมกล่าวว่า การจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องฉีดวัคซีน 3 ตัว ได้แก่ 1.วัคซีนระดับมหภาค หรือระดับของประเทศ ที่ต้องดูแลให้เศรษฐกิจมีการเติบโต ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจที่ต้องดูแลเงินเฟ้อไม่ให้ต่ำเกินไปจนทำให้ดอกเบี้ยติดลบ ขณะเดียวกันต้องดูแลทุนสำรองระหว่างประเทศให้มั่นคง รวมถึงฐานะการคลังของประเทศ และดูแลภาระหนี้ของประเทศ

อย่างไรก็ดี การกู้เงินเพื่อดูแลประเทศช่วงนี้อาจจะจำเป็น ซึ่งทุกประเทศก็กู้ แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาก็มีการกู้วงเงินสูงถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 60 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อกู้มาแล้ว จะต้องสร้างรายได้ ต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

2.วัคซีนระดับภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ซึ่งการสร้างภูมิคุ้มกัน ภาคธุรกิจต้องบริหารความเสี่ยง และภาคการเงินต้องเข้าไปช่วย ต้องไปด้วยกัน ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเปิดให้เอกชนเข้ามามีบทบาทร่วมในการลงทุนมากขึ้น เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)

“เราหวังว่าอีอีซีจะเป็นโครงการหนึ่งที่จะมากระตุ้นอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจของเรา ที่จะมีทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและลงทุนใน 12 อุตสาหกรรมใหม่ที่เป็น New S curve” นายอาคมกล่าว

นอกจากนี้กระแสดิจิทัลที่เข้ามา ภาคเอกชนคงต้องทำธุรกิจโดยใช้ดิจิทัลมากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะเสียเปรียบการแข่งขันแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาในระดับรัฐบาลก็มีการนำดิจิทัลมาใช้เยียวยาประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโมบายแอปพลิเคชั่นในหลายโครงการ ตั้งแต่ชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เราชนะ ฯลฯ

นโยบายการคลังเน้น 3 ด้านหนุนธุรกิจ

ทั้งนี้ ในการสนับสนุนภาคธุรกิจนั้น นายอาคมกล่าวว่า นโยบายของกระทรวงการคลัง จากนี้ 1.จะเน้นส่งเสริม digital business โดยเฉพาะสตาร์ตอัพ ซึ่งจะพยายามปรับโครงสร้างภาษีให้เอื้อ พร้อมกับการเก็บภาษีจากผู้ให้บริการ e-Service จากต่างประเทศ นอกจากนี้ จะผลักดันให้เทคโนโลยี 5G สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลด้วย 2.การสนับสนุนพลังงานสะอาด เพื่อรับมือผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เป็นโจทย์ใหญ่ของโลก และ 3.การส่งเสริมด้านสุขภาพและการแพทย์ เพื่อรับมือสังคมสูงอายุ

ส่วนวัคซีนตัวที่ 3 วัคซีนในระดับประชาชน โดยจะต้องสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชนฐานราก และช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ล่าสุดก็มีการปรับปรุงให้เอสเอ็มอีเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากขึ้น

คลังตั้งเป้าท้าทายดันจีดีพีปีนี้โต 4%

นายอาคมกล่าวด้วยว่า ได้ประชุมร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทาง IMF มองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้ 2.6% ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโต 2.5-3.5% และกระทรวงการคลังประเมินโตที่ 2.8%

อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังมีเป้าที่ท้าทายว่า จะพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้ถึง 4% โดยจะต้องมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการกระตุ้นการลงทุน ขับเคลื่อนการลงทุนในอีอีซี มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะต้องเปิดประเทศให้เร็ว ซึ่งจะต้องพิจารณาประกอบกับเรื่องความปลอดภัยของโควิดด้วย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ภูเก็ตก็อยากให้เปิดประเทศให้เร็ว แต่รัฐบาลก็จะต้องรอรับฟังความคิดเห็นจากทางสาธารณสุขด้วย

“เป้าหมายเศรษฐกิจโต 4% นั้น ปัจจัยหลักมาจากเรื่องการส่งออกที่กลับมาฟื้นตัว นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้ไทยได้รับอานิสงส์ส่วนนี้ด้วย รวมทั้งจะต้องมีการผลักดันเรื่องการลงทุนของรัฐ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง” นายอาคมกล่าว

IMF แนะไทยกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง 2 ปี

นายอาคมกล่าวด้วยว่า ทาง IMF ได้เสนอแนะ 2 ข้อ ได้แก่ 1.ไทยยังจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ประคองไปจนกว่าจะมั่นใจว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีแล้ว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาราว 2 ปีจากนี้ และ 2.ให้นโยบายการเงินดูแลกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างเจาะจงมากขึ้น ซึ่งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยได้หารือร่วมกัน โดยจะมีการดูแลผู้ได้รับผลกระทบที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าธุรกิจเอสเอ็มอีในเร็ว ๆ นี้ ผ่านการแก้ไขกฎหมายซอฟต์โลนและการทำโกดังพักหนี้

ขยายขอบเขตซอฟต์โลนช่วยรายใหญ่

“ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือกับ ธปท.เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ ด้วยการแก้ พ.ร.ก.ซอฟต์โลน ซึ่งจะขยายไปถึงธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่า SMEs เช่น ภาคโรงแรม ที่จะเป็นการให้สินเชื่อใหม่ เชื่อมโยงไปกับโครงการโกดังเก็บหนี้ ซึ่งจะให้ธุรกิจที่เดินต่อไปไม่ได้ให้โอนธุรกิจไว้ที่โกดังก่อน และเมื่อมีความสามารถก็ให้กลับมาซื้อคืนในราคายุติธรรม” รมว.คลังกล่าว

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมจัดทำโครงการ “เราผูกพัน” เพื่อเยียวยากลุ่มลูกจ้าง ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับวงเงินงบประมาณ รูปแบบเงื่อนไขการเยียวยาและการใช้จ่าย เบื้องต้นจะมีข้าราชการชั้นผู้น้อยที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือราว 1 ล้านคน