การต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ห้วงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 กำราบทั้งโรคโควิด-19 และกำราบโรคการเมือง
เป็น 2 เดือนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเผชิญกับสารพัดวาระครบรอบเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ เติมเชื้อไฟเกลียดชังอำนาจนิยม-รัฐทหาร เพิ่มอุณหภูมิทางการเมืองล้มเครือข่ายรัฐบาลประยุทธ์-ทวงคืนประชาธิปไตย
เดือนเมษายน-ยามพายุฤดูร้อนพักหวนเคยเป็น “จุดตัดทางการเมือง” จากการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ “คนเสื้อแดง” ในการขับไล่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีพี่-น้อง 3 ป.เป็นแบ็กอัพ
เดือนพฤษภาคม-ครบบรรจบ “สงครามไพร่-อำมาตย์” ครบรอบ 11 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 สุกงอมมาจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ตลอดเดือนเมษายน
จากรายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ระบุว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 92 คน และบาดเจ็บกว่า 1,500 คน
ทุกการครบรอบวาระเหตุการณ์การกระชับพื้นที่-สลายการชุมนุมพฤษภาคม 2553 อดีตแกนนำ-แนวร่วม นปช.คนเสื้อแดงจะมีรวมตัวกันของการนัดกันเคลื่อนไหวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์และรำลึกถึงผู้วายชน-คนเสื้อแดง
อีก 1 วาระที่เวียนมาบรรจบครบ 29 ปี เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ-พฤษภาเลือดปี’35 ของกลุ่มนักเรียน นิสิต-นักศึกษาและประชาชน เพื่อต่อต้านรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร แกนนำคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)
ทุกปี “คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35” จะจัดกิจกรรมรำลึก-สดุดีวีรชนพฤษภา 35 เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต สลับกับการเสวนาวิชาการถอดบทเรียนความขัดแย้ง
เป็นวาระครบรอบทางการเมืองอดีต-ปัจจุบัน 3 เหตุการณ์เดินมาบรรจบกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งการรำลึกถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี’35 และการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร
เป็น 3 เหตุการณ์ที่มีไลเซนส์เดียวกัน ทั้งคนเสื้อแดง นักเรียน นิสิต-นักศึกษาและประชาชน
การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันแรก-26 มีนาคม 2563 ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มี “วาระซ่อนเร้นทางการเมือง” หรือไม่ ถึงต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นครั้งที่ 11 !
เป็นการใช้อำนาจพิเศษ-กำปั้นเหล็กแบบ “คาบลูกคาบดอก” ระหว่างการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 กับป้องปรามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต-นักศึกษาและประชาชน หรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คณะราษฎร”
การขยายระยะเวลาการบังคับใช้ไปแล้วทั้งหมด 10 ครั้ง ครั้งละ 1 เดือนบ้าง 45 วันบ้าง
ขยายครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563
ขยายครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563
ขยายครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563
ขยายครั้งที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563
ขยายครั้งที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
ขยายครั้งที่ 6 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563
ขยายครั้งที่ 7 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563
ขยายครั้งที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2564
ขยายครั้งที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2564 จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564
ขยายครั้งที่ 10 ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564
ทว่าการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งที่ 11 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 กินระยะเวลาถึง 2 เดือน เป็นเดือนที่จะมีวาระรำลึก-วาระครบรอบทางการเมืองเสียดแทงใจดำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ที่ “สืบทอดอำนาจ” มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)