ฉีดวัคซีนโควิด ตัวแปรสำคัญฟื้นเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นทั่วโลก “เอเชีย” ช้าสุด
สถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลก ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 6.17 แสนราย แม้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 7 วัน ที่ 6.51 แสนราย แต่เป็นที่สังเกตว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มกระจุกตัวอยู่ในประเทศแถบเอเชีย เช่น อินเดีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และไทย เป็นต้น สะท้อนจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยในเดือน พ.ค. 2564 กลับมาเพิ่มขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส จำกัด (ASPS) ประเมินว่าสาเหตุสำคัญที่ประเทศแถบเอเชียมีความอ่อนไหวต่อการระบาดของ COVID-19 เกิดจากประเทศในเอเชียฉีดวัคซีนค่อนข้างช้า โดยฉีดไปราว 3.3-32.5% ของประชากร เทียบกับอเมริกาที่ฉีดไปราว 12-48% ของประชากร และยุโรปที่ฉีดไป 18-63% ของประชากร สะท้อนว่าการฉีดวัคซีนคือตัวแปรสำคัญที่ผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค
ส่วนไทยยังต้องติดตามใกล้ชิด โดย 1.เช้านี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3,481 ราย แต่ผู้รักษาหายรายใหม่ (Recovered case) เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่ 2,868 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้ที่กำลังรักษาอยู่ (Active case) ปรับลดลงเหลือ 94,203 ราย นับเป็นการลดลงครั้งแรกตั้งแต่ตรวจพบการระบาดในเรือนจำ
2.การเดินหน้าฉีดวัคซีน ปัจจุบันไทยมีจำนวนผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว จำนวน 2.34 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.5% ของประชากรทั้งประเทศ และหลังจากนี้ให้น้ำหนักแผนการฉีดวัคซีนของรัฐที่ตั้งเป้าว่าในปี 2564 จะฉีดวัคซีนให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 100 ล้านโดส ซึ่งจะครอบคลุมประชากร 50 ล้านราย หรือคิดเป็น 71.8% ของประชากรทั้งประเทศ
ASPS ประเมินความคืบหน้าการฉีดวัคซีนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ปลุกให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวกลับมาได้ รวมถึงเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์ เช่น หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, PR9, BCH) รวมถึงหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์เปิดเมือง เช่น กลุ่มท่องเที่ยว (MINT, CENTEL, ERW), กลุ่มสายการบิน (AAV), กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีก (CPN, CRC, CPALL, BJC, SPVI)
