เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
ดูทั้งหมด

“โซเชียลมีเดีย” กระจกสะท้อน วิกฤตโควิด-ศรัทธาในอินเดีย

22 พ.ค. 2564 | 18:59น.
Tech Times
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

นาทีนี้คงไม่มีประเทศไหนเผชิญวิกฤตโควิดหนักไปกว่าอินเดีย

ตัวเลขคนติดเชื้อพุ่งเกือบ 20 ล้านระบบสาธารณสุขที่พังครืนพร้อมภาวะการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างหนัก และรัฐบาลที่ดูไม่มีวี่แววจะควบคุมสถานการณ์ได้

ท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ โซเชียลมีเดียกลายเป็นที่พึ่งสุดท้ายของผู้เดือดร้อนที่พากันร้องขอความช่วยเหลือผ่าน Twitter Facebook WhatsApp Instagram

หรือแม้กระทั่ง LinkedIn ล้นหลามจนเกิดการระดมความช่วยเหลือจากคนดัง ดารา เซเลบ ตลอดจนเครือข่ายต่าง ๆ ขนานใหญ่

แต่นอกจากจะเป็นศูนย์รวมข้อมูลและความช่วยเหลือแล้ว โซเชียลมีเดียยังเป็นเหมือนกระจกสะท้อนวิกฤตศรัทธาที่รัฐบาลอินเดียกำลังเผชิญอยู่

ทั้ง Twitter และ Facebook กลายเป็นสนามอารมณ์ให้ชาวบ้านโพสต์ระบายความไม่พอใจจนเกิดปรากฏการณ์รวมตัวกันด่านายกรัฐมนตรี นายนเรนทรา โมดี ถล่มทลายมีแฮชแท็กเผ็ดร้อนติดเทรนด์ทวิตเตอร์อินเดียไม่เว้นแต่ละวัน

แต่แทนที่โมดีจะรับฟังกลับให้กระทรวงอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศไปกดดันเจ้าของแพลตฟอร์มให้ลบข้อความที่รัฐบาลมองว่าเป็น “เฟกนิวส์” เป็นการด่วน

ทางกระทรวงแถลงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ได้ขอความร่วมมือไปยัง Twitter Facebook และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ให้ลบโพสต์กว่า 100 โพสต์ที่เข้าข่ายเป็นการปล่อยข้อมูลเท็จ

Advertisement

โฆษกของทวิตเตอร์ยอมรับกับสื่อว่ามีการลบโพสต์จริง แต่คนนอกอินเดียยังเข้าถึงโพสต์เหล่านั้นได้อยู่

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทวิตเตอร์โดนรัฐบาลกดดัน เดือน ก.พ.ที่ผ่านมาบริษัทเคยโดนสั่งให้ลบโพสต์ตลอดจนบัญชีผู้ใช้งานที่วิจารณ์กฎหมายเกษตรฉบับใหม่มาแล้ว ครั้งนั้นทวิตเตอร์ยอมลบบางส่วน แต่ยืนยันจะไม่ลบบัญชีผู้ใช้ที่เป็นของสื่อนักกิจกรรม และนักการเมือง

การที่คราวนี้ ทวิตเตอร์ยอมทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ทำให้นักวิเคราะห์มองว่ามาจากความกลัวกฎระเบียบใหม่ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องแต่งตั้งให้มีเจ้าหน้าที่ในตำแหน่ง “chief compliance officer” เพื่อควบคุมให้บริษัทปฏิบัติตามกฎของรัฐ

หากฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบไปเต็ม ๆ

นอกจากไล่ลบโพสต์บนโซเชียลแล้วยังมีการใช้กฎหมายเล่นงานคนโพสต์ด้วย เช่น หนุ่มวัย 26 ที่โพสต์ขอถังออกซิเจนให้ปู่ที่กำลังจะตาย โดนฟ้องข้อหาโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม

เดชะบุญที่ระบบยุติธรรมในอินเดียไม่ล่มสลายไปด้วย ทำให้ศาลฎีกามีคำสั่งห้ามไม่ให้มีการจับกุมหรือฟ้องร้องประชาชนที่โพสต์เรื่องราวความทุกข์ยากต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดีย

อย่างไรก็ตาม การไล่ปิดปากคนที่วิจารณ์การทำงานรัฐบาล ไม่ได้ทำให้สังคมสงบหรือปรองดองขึ้น แต่กลับยิ่งโหมให้เกิดความไม่พอใจในวงกว้าง

ตอนนี้หลายคนปวารณาตัวที่จะเดินหน้าวิจารณ์รัฐบาลและนายกฯต่อไป เช่น นักการเมืองฝ่ายค้านที่โดนลบโพสต์ไปก็ยืนยันจะทำหน้าที่วิจารณ์รัฐบาลต่อ

เพราะเชื่อว่าวิกฤตโควิดวันนี้เกิดจากรัฐบาลปล่อยให้มีการจัดงาน “กุมภเมลา” (Kumbh Mela) ที่เป็นเทศกาลแสวงบุญและมีการรวมตัวกันของชาวฮินดูมากที่สุดในโลก รวมทั้งปล่อยให้มีการหาเสียงเลือกตั้งจนเกิดการระบาดขนาดใหญ่

แต่เอกชนอย่างบิ๊กเทคคงไม่อาจหาญไปต่อกรกับรัฐ เพราะอินเดียเป็นตลาดใหญ่อันดับต้น ๆ การแข็งข้อกับรัฐบาลอาจทำให้ธุรกิจของตนสะดุดลงได้ เช่น Facebook ซึ่งเป็นเจ้าของ WhatsApp และ Instagram

มีผู้ใช้ในอินเดียรวมกว่า 400 ล้านคน ถือเป็นตลาดผู้ใช้งานที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท ในขณะที่มีคนประเมินว่าอินเดียน่าจะเป็นตลาดที่ใหญ่อันดับต้น ๆ ของทวิตเตอร์เช่นกัน

การแทรกแซงของรัฐทำให้แพลตฟอร์มวางตัวลำบาก เพราะถ้าเข้าข้างผู้ใช้งานก็โดนกฎหมายเล่นงาน ถ้าเข้าข้างรัฐก็ไม่วายโดนผู้ใช้ก่นด่า

แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าแพลตฟอร์มคงต้องสยบยอมต่ออำนาจรัฐในท้ายที่สุดหากยังอยากทำมาหากินในตลาดที่มีการเติบโตสูงที่สุดในโลกแห่งนี้ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสงบปากสงบคำ และปฏิบัติตามนโยบายของรัฐอย่างเคร่งครัดต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โซเชียลมีเดีย