เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไอคอนสยาม จัด “NEO Land Festival 2026” รวมผลงาน NEO Art Toy
Biz Movement ไอคอนสยาม จัด “NEO Land Festival 2026” รวมผลงาน NEO Art Toy
แมคโดนัลด์ต่อสัญญาแฟรนไชส์ไทย 20 ปี ลุยขยายสาขาเท่าตัว 
Biz Movement แมคโดนัลด์ต่อสัญญาแฟรนไชส์ไทย 20 ปี ลุยขยายสาขาเท่าตัว 
ผลตรวจน้ำล่าสุด แม่น้ำกก-สาย ยังพบสารหนูเกินมาตรฐาน ส่วนรวก-โขงผ่านเกณฑ์ปลอดภัย
Economic ผลตรวจน้ำล่าสุด แม่น้ำกก-สาย ยังพบสารหนูเกินมาตรฐาน ส่วนรวก-โขงผ่านเกณฑ์ปลอดภัย
ซีพี เปิดโมเดล ‘Reforest Tokenization’ นำร่องโครงการกับ แม่ฟ้าหลวงฯ แปลงผืนป่าเป็นโทเคน หนุนเศรษฐกิจสีเขียว 
SD ซีพี เปิดโมเดล ‘Reforest Tokenization’ นำร่องโครงการกับ แม่ฟ้าหลวงฯ แปลงผืนป่าเป็นโทเคน หนุนเศรษฐกิจสีเขียว 
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณ 65,800 บาท
สินเชื่อนอกตลาด ขุมพลังกระแส “Buy Now Pay Later” ในสหรัฐ จนโตก้าวกระโดด
World สินเชื่อนอกตลาด ขุมพลังกระแส “Buy Now Pay Later” ในสหรัฐ จนโตก้าวกระโดด
‘เฉลิม เจ้าพ่อเรดบูล’ แชมป์มหาเศรษฐีไทย 3 ปีซ้อน 1.54 ล้านล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 33 คน
Business ‘เฉลิม เจ้าพ่อเรดบูล’ แชมป์มหาเศรษฐีไทย 3 ปีซ้อน 1.54 ล้านล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 33 คน
พายุ ‘บาหวี่’ เสริมมรสุมถล่มไทย 10-15 ก.ค. เกษตรฯ เตือนเร่งระบายน้ำ รับฝนหนักถึง ส.ค.
Economic พายุ ‘บาหวี่’ เสริมมรสุมถล่มไทย 10-15 ก.ค. เกษตรฯ เตือนเร่งระบายน้ำ รับฝนหนักถึง ส.ค.
ททท.จับมือ DEX-ฟันเตอร์เทนเมนท์ ปั้น Sport Tourism กระตุ้นเศรษฐกิจ
Sport ททท.จับมือ DEX-ฟันเตอร์เทนเมนท์ ปั้น Sport Tourism กระตุ้นเศรษฐกิจ
‘ฮอร์มุซ’ ปะทุรอบใหม่ ส่อฉุดเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง เสี่ยง GDP หลุด 2%
Economic ‘ฮอร์มุซ’ ปะทุรอบใหม่ ส่อฉุดเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง เสี่ยง GDP หลุด 2%
ดูทั้งหมด

ถอดรหัส 4 ก๊ก แก้รัฐธรรมนูญ ล้างบาง ส.ว. ล็อกโหวต “ประยุทธ์” สมัย 3

17 มิ.ย. 2564 | 10:14น.
รายงานพิเศษ

เกมแก้รัฐธรรมนูญเตรียมออกสตาร์ตอีกรอบ ในการประชุมรัฐสภาสามัญฤดูกาลใหม่

หลังจากสมัยประชุมที่แล้ว เกมแก้รัฐธรรมนูญ ปิดฉากไปด้วยการ “ถูกคว่ำ” ไปอย่างไม่ไยดี

มาคราวนี้พรรคพลังประชารัฐ ปักหมุดแก้ไขรายมาตราแทน ส่วนพรรคฝ่ายรัฐบาลที่ “อกหัก” แก้ไขรัฐธรรมนูญในยกแรก อย่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย

กอดคอเป็นพันธมิตรเตรียมเดินหน้ายื่นร่างแก้ไขใหม่ เช่นเดียวกับ 6 พรรคฝ่ายค้าน กระทั่ง วันนี้เกมแก้รัฐธรรมนูญ ถูกแบ่งเป็น 4 ก๊ก เตรียมเสนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

พปชร.ฉายเดี่ยว

ก๊กแรก คือ พรรคพลังประชารัฐ โดย “ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรคชงแก้ไขรายมาตรา แทนแก้ไขทั้งฉบับ แบ่งเป็น 13 มาตรา ใน 5 ประเด็น คือ

ประเด็นที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพ แก้ปัญหากระบวนการไพรมารี่โหวตของพรรคการเมือง

ประเด็นที่ 2 แก้ไขระบบการเลือกตั้ง ใจความหลักให้บัตรเลือกตั้งสองใบ มี ส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คนตามรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ประเด็นที่ 3 แก้ไขเรื่องการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ มาตรา 144 ซึ่งเดิมมีปัญหากระทบต่อการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ

ประเด็นที่ 4 แก้ไขอุปสรรคในการทำงานของ ส.ส.และ ส.ว. ให้สามารถติดต่อส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้

ประเด็นที่ 5 อำนาจวุฒิสภา แก้ไขบทเฉพาะกาล มาตรา 270 ให้ ส.ส.ร่วมมีหน้าที่และมีอํานาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ จากเดิมที่ให้ ส.ว.ทำหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว

ปชป.-ภท.-ชทพ.ผนึกกำลัง

ก๊กที่สอง พรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา โดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็น “เจ้าภาพ” ในการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น ประกอบด้วย

1.แก้ไขมาตราว่าด้วยสิทธิของประชาชน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม, สิทธิที่ดินทำกิน, สิทธิผู้บริโภค และสิทธิชุมชน เหมือนรัฐธรรมนูญ 2550

2.ระบบเลือกตั้ง ให้มี ส.ส.เขต 400 คน, ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เลือกตั้งโดยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

3.บุคคลที่จะเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีในสภา จะต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีที่เสนอจากพรรคการเมือง หรือต้องเป็น ส.ส. เพราะถือว่าได้ผ่านการตรวจสอบ และผ่านการเลือกจากประชาชนมาแล้วส่วนหนึ่ง และแก้มาตรา 272 ไม่ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี

4.แก้ไข มาตรา 256 ว่าด้วยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ใช้เสียงรับหลักการ ไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ และตัดส่วนของเสียง ส.ว.จำนวน 1 ใน 3 (84 เสียง) ออก

5.แก้ไขมาตรา 236 ที่ระบุว่าให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกรัฐสภา ยื่นเรื่องไปให้ประธานรัฐสภา หรือ ประธานสภาที่ตนเองสังกัดอยู่ โดยเปลี่ยนให้ยื่นต่อประธานรัฐสภาวินิจฉัยเบื้องต้นว่าเห็นด้วยจะส่งดำเนินคดีต่อ ป.ป.ช.หรือไม่เท่านั้น

6.กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งตรงของประชาชน เพื่อคืนอำนาจให้กับท้องถิ่น

“จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า

“ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ไม่ใช่แก้แล้วถอยหลังเข้าคลอง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่สนับสนุน”

ฝ่ายค้านชง 3 ประเด็น

ก๊กที่สาม ฝ่ายค้าน 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคพลังปวงชนไทย ตกผลึกอยู่ที่ 3 ประเด็น แยกกันยื่น-ร่วมกันตี ตามที่ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่หัวโต๊ะแถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564

1.การแก้ไขมาตรา 272 ที่ตัดอำนาจ ส.ว.ในการร่วมโหวตเลือกนายกฯ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตตินี้พร้อมกัน

2.แก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) พรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้ยื่น ไม่ปิดโอกาสที่จะให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นมาร่วมเสนอ

3.ประเด็นอื่น ๆ เช่น สิทธิเสรีภาพของประชาชน ระบบการเลือกตั้ง และเรื่องอำนาจ ส.ว. รวมถึงการนิรโทษกรรม คสช.ที่ระบุไว้ในมาตรา 279

คณะก้าวหน้า ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง

ก๊กที่สี่ กลุ่ม Resolution ที่ประกอบด้วย คณะก้าวหน้า iLaw และพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาเป็นครั้งที่ 2 เน้น 4 ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง

1.ล้ม ส.ว.-เดินหน้า “สภาเดี่ยว” ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเพื่อออกแบบที่มาและอำนาจของวุฒิสภา

2.โละศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ-ปฏิรูปที่มา อำนาจ การตรวจสอบ ให้ ส.ส.เป็นฝ่ายคัดเลือกและรับรองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการองค์กรอิสระ จากเดิมที่เคยเป็นอำนาจของ ส.ว.

3.เลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูป-ปลดโซ่ตรวนอนาคตประเทศ

4.ล้างมรดกรัฐประหาร-หยุดวงจรอุบาทว์ขวางประชาธิปไตย ด้วยการเพิ่มหมวดใหม่ในรัฐธรรมนูญ ชื่อว่า

“การลบล้างผลพวงรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และการป้องกันและการต่อต้านรัฐประหาร”

พรรครัฐบาล-ฝ่ายค้านยังฝุ่นตลบ

อย่างไรก็ตาม หากกรองกระแสการเมืองเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ขณะนี้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคพลังประชารัฐ โดย “ไพบูลย์” ถูกฝ่ายค้านพรรคก้าวไกลโดย ชัยธวัช ตุลาธร เลขาธิการพรรค อ่านเกมว่า

เป้าหมายมีเพียง 2 เรื่อง 1.ทำอย่างไรก็ได้ ที่ไม่ให้เปิดช่องไปสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 60 แล้วให้ประชาชนมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

2.สร้างเงื่อนไขต่าง ๆ ให้นายกฯคนต่อไปยังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยระบบเลือกตั้งที่คิดว่าตัวเองได้เปรียบด้วยอำนาจรัฐ และอิทธิพล

“นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน เพื่อไทย เป็นตัวแทนพรรควิเคราะห์ว่า ร่างแก้ไขของพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีการทำไพรมารี่โหวตในระดับเขตเลือกตั้ง เพราะตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดของพลังประชารัฐ มีไม่ถึงกึ่งหนึ่ง หากไม่แก้จะมีปัญหาในการส่งผู้สมัคร ส.ส.

แต่ก๊กฝ่ายค้านเองก็มีความเห็นไม่เป็นขบวน เพราะ 2 พรรคใหญ่ฝ่ายค้าน เพื่อไทย-ก้าวไกล “มองต่างมุม”

เพื่อไทยต้องการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การมี ส.ส.ร. แต่ก้าวไกลต้องการให้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ผ่านรัฐสภา แล้วไปทำประชามติ ใช้ฉันทามติของประชาชนเพื่อให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วค่อยตั้ง ส.ส.ร.

“ก้าวไกลยังไม่เห็นด้วยที่จะไปยื่นแก้ไขมาตรา 256 เพราะจะงดเว้นหมวด 1 หมวด 2 อีก ซึ่งไม่มีประโยชน์ ไว้ทำประชามติถามประชาชนว่าจะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าประชาชนเห็นด้วยค่อยไปว่ากัน” ชัยธวัชระบุ

พรรคเพื่อไทย จึงเป็นผู้นำยื่นร่างแก้ไขมาตรา 256 แต่ไม่ใช่ฝ่ายค้าน

ส่วน 3 พรรคร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ลอยตัวขี่กระแสแก้รัฐธรรมนูญ เป็นอาวุธลับถอนตัวร่วมรัฐบาล

เมื่อถึงคราวรัฐบาลเบี้ยวแก้รัฐธรรมนูญ ในจังหวะที่คะแนนตกฮวบจากการบริหารวัคซีนโควิด-19 ผิดพลาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้รัฐธรรมนูญ