เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
Economic PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ดูทั้งหมด

ส่องอุตสาหกรรมสุกรไทย หลังอหิวาต์แอฟริกันระบาดในเอเชีย

20 มิ.ย. 2564 | 11:00น.
ช่วยกันคิด
ปราโมทย์ วัฒนานุสาร ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

ราคาสุกรในเอเชียที่ปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (African Swine Fever : ASF) โดยจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตสุกรหลักของเอเชียมีการกำจัดสุกรไปแล้วมากกว่า 10 ล้านตัว ทำให้อุปทานสุกรขาดแคลน และมีความต้องการนำเข้าสุกรจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ในหลายประเทศมีความพยายามในการควบคุมการระบาดของโรคดังกล่าว เพื่อให้สถานการณ์การผลิตสุกรกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

คำถามที่น่าสนใจ คือ ต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหน ? ผลผลิตสุกรของเอเชียจึงจะกลับสู่ภาวะปกติ อุตสาหกรรมสุกรของไทยหลังการระบาดของโรค ASF จะมีทิศทางอย่างไร ? และผู้ประกอบการควรปรับตัวอย่างไร ?

ก่อนอื่นเรามาดูสถานการณ์การระบาดของโรค ASF ในเอเชียว่าเป็นอย่างไรบ้าง ล่าสุดยังพบการระบาดของโรค ASF ในแถบเอเชีย อาทิ จีน เวียดนาม และมาเลเซีย แต่ยังควบคุมการระบาดของโรคได้ ขณะที่ไม่พบการระบาดในไทย

ซึ่งการระบาดในแถบเอเชียนี้มีลักษณะกระจัดกระจายเป็นหย่อม ๆ โดยเฉพาะจีนยังพบการระบาดของโรค ASF ส่วนหนึ่งเกิดจากการลักลอบบรรทุกสุกร 2 ตัวที่ตายแล้ว จากทั้งหมด 10 ตัว ในมณฑลเสฉวน อย่างไรก็ดี ภาพรวมการผลิตสุกรของจีนจะค่อย ๆ ฟื้นตัว

โดยข้อมูลจากกระทรวงเกษตรฯของจีนระบุว่า ผลผลิตเนื้อสุกรในไตรมาสแรกปี 2021 อยู่ที่ 13.7 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 31.9% YOY ประกอบกับการควบคุมการระบาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ สนับสนุนสินเชื่อพิเศษสำหรับฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ ส่งเสริมภาคการผลิตให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโรคได้

คาดว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ? ผลผลิตสุกรของเอเชียจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ผู้เขียนมองว่าผลผลิตสุกรของเอเชียจะกลับสู่ระดับผลผลิตก่อนเกิดโรค ASF ได้ในปี 2023 โดย Fitch Solutions คาดการณ์ในปี 2021 ผลผลิตสุกรในเอเชียจะกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 6.3% หลังเกิดโรคระบาดที่รุนแรงในปี 2018

เช่นเดียวกับจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตสุกรหลักของเอเชียที่มีผลผลิตสุกรเติบโต 7.5% ในปี 2021 ทั้งนี้ จากการร่วมมือกันของทั้งภาคเอกชนและภาครัฐของจีนในการจัดการและควบคุมการระบาดของโรคที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลผลิตสุกรของจีนฟื้นตัวตามลำดับ คาดว่าผลผลิตสุกรของจีนจะกลับสู่ระดับก่อนเกิด ASF ในปี 2023

การระบาดของโรค ASF ในเอเชีย ส่งผลต่ออุตสาหกรรมสุกรไทยอย่างไร ?

ประการแรก ผลต่อปริมาณส่งออก เนื่องจากปัจจุบันยังไม่พบการระบาดในไทย ทำให้ปริมาณส่งออกสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมจะส่งผลดีต่อตลาดสุกรไทยไม่มากนัก เพราะการผลิตเนื้อสุกรในไทยยังเป็นการผลิตเพื่อบริโภคในประเทศเป็นหลัก สัดส่วนกว่าร้อยละ 95 ของปริมาณการผลิตทั้งหมด และมีเหลือเพื่อการส่งออกเพียงร้อยละ 5 ของปริมาณการผลิตเท่านั้น

ประการที่สอง ผลต่อราคา เนื่องจากการระบายอุปทานในประเทศผ่านตลาดส่งออกทำได้มากขึ้น ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งมีการบริหารจัดการฟาร์ม การป้องกันโรคระบาดได้มีประสิทธิภาพ แม้ยังเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางราคาตลาดโลกโดยเฉพาะกากถั่วเหลือง แต่เกษตรกรยังมีกำไร

อย่างไรก็ตาม ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มที่ปรับสูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็กที่มีการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ทำให้มีข้อจำกัดในการขยายตลาด หรือไม่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในวงกว้าง จึงไม่สามารถปรับตัวกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ทำธุรกิจครบวงจรและสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องจะยังสามารถรักษาอัตรากำไรได้

อุตสาหกรรมสุกรไทย หลังการระบาดของโรค ASF จะมีทิศทางอย่างไร ?

ในระยะข้างหน้าหากสถานการณ์การระบาดของโรค ASF ในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติอาจทำให้การส่งออกสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรของไทยชะลอลง หากผู้เลี้ยงเพิ่มการเลี้ยงมากเกินไปอาจเกิดภาวะอุปทานล้นตลาด กดดันราคาสุกรในประเทศในระยะต่อไป จนส่งผลให้ผู้เลี้ยงประสบปัญหาขาดทุน

จากสถานการณ์ราคาสุกรในอดีต (ปี 2014 ราคาสุกรมีชีวิตอยู่ในระดับสูงสุดถึง 75 บาท/กก.) จูงใจให้ผู้เลี้ยงขยายการผลิต ทำให้ผลผลิตสุกรปี 2015-2018 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในปี 2018 ไทยมีปริมาณผลผลิตสุกรมีชีวิตออกสู่ตลาดมากถึง 23 ล้านตัว ส่งผลให้ราคาปี 2018 ตกต่ำลงเหลือ 59 บาท/กก.

นอกจากนี้ จำเป็นต้องติดตาม เฝ้าระวัง และป้องกันโรคระบาดอื่น ๆ ในสุกรอย่างใกล้ชิด นอกเหนือจากโรค ASF เช่น โรค Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome : PRRS) สายพันธุ์ใหม่ในสุกร ซึ่งก่อให้เกิดอาการทางระบบสืบพันธุ์ และทางเดินหายใจ สามารถแพร่กระจายได้ง่ายไปกับยานพาหนะ คน สัตว์ หรือซากสัตว์

แม้โรค PRRS จะมีวัคซีนป้องกัน แต่ปริมาณวัคซีนที่มีจำหน่ายในประเทศยังไม่เพียงพอ ราคาสูง และการใช้วัคซีนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการป้องกันโรค ต้องทำควบคู่ไปกับการยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์ม

จากที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาและความท้าทายของโรคระบาด ผู้ประกอบการควรปรับตัวอย่างไร ?

Krungthai COMPASS แนะนำให้เกษตรกรเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าควบคู่กับการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น ผลิตภัณฑ์หมูออร์แกนิก
ไม่ใช้ฮอร์โมนและไม่มียาปฏิชีวนะปนเปื้อน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ และขยายกลุ่มลูกค้าไปสู่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche market) ที่มีกำลังซื้อสูง

และให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าอาหารสัตว์ซึ่งเป็นสัดส่วนต้นทุนที่สูงที่สุด การใช้เทคโนโลยี IOT เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคด้านความปลอดภัยอาหาร รวมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางได้ และเทคโนโลยี AI ในการจดจำลักษณะของสุกรแต่ละตัว เพื่อตรวจสอบสุขภาพของสุกร ซึ่งจะช่วยลดอัตราการตายของลูกสุกร

ในส่วนของผู้ประกอบการในธุรกิจการชำแหละสุกร ควรต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสุกร ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่ช่วยส่งเสริมกระบวนการแปรรูป โดยเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น อาหารพร้อมรับประทาน ได้แก่ แฮม เบคอน ไส้กรอก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังมีแนวโน้มเติบโตดี และอาหารทานเล่นเพื่อสุขภาพจากสุกรแปรรูป ซึ่งมีไขมันต่ำและโปรตีนสูง เพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจะช่วยส่งเสริมกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติแบบต่อเนื่อง ตั้งแต่การบริหารจัดการวัตถุดิบจนถึงการจัดเก็บผลิตภัณฑ์เพื่อให้กระบวนการผลิตได้มาตรฐานและปลอดภัย การใช้เทคโนโลยี active packaging ที่ช่วยรักษาความสดใหม่และช่วยยืดอายุการเก็บให้นานขึ้น

โดยสรุปผู้เขียนมองว่า อุตสาหกรรมสุกรไทยจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญในการยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ ควบคู่กับการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่ความนิยมของเนื้อสัตว์จากพืชหรือโปรตีนจากพืช (plant-based food/plant-based meat) ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสของธุรกิจแปรรูปเนื้อสัตว์ (prcessed meat) และผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์ (animal product) ในการต่อยอดผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมู โรคอหิวาต์แอฟริกา