เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดเมน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดเมน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
ดูทั้งหมด

“เอเชีย” โหมนวัตกรรม ขึ้นแท่นเจ้าตลาดเฮลท์แคร์-

22 พ.ย. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ Market Move

ปัญหาสังคมสูงอายุทำให้ดีมานด์ในธุรกิจสุขภาพและโรงพยาบาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป จนภาครัฐและธุรกิจในหลายประเทศเริ่มหันมาสนใจทุ่มลงทุนเพื่อปั้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาหวังชิงเม็ดเงินในธุรกิจสุขภาพที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากนี้

โดยเอเชียถือเป็นภูมิภาคที่กำลังมาแรงทั้งด้วยจำนวนประชากรมหาศาลจนทำให้มีขนาดของตลาดยาใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีแรงหนุนจากภาครัฐที่ต้องการหาทางรับมือปัญหาสุขภาพในประเทศ และบรรดานักลงทุนกระเป๋าหนักที่พร้อมเสี่ยงแลกกับโอกาสทำกำไรในอนาคต

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย กำลังเร่งพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์หลายด้านตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน เช่น สเต็มเซลล์, ฐานข้อมูลพันธุกรรม, ไบโอโลจิกดรักส์ (biologic drugs) หรือยาที่สร้างจากสารชีวภาพ และโรงพยาบาลอัจฉริยะหรือสมาร์ทฮอสพิทัล (smart hospitals) ไปจนถึงแบบที่เหมือนกับหลุดมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ อาทิ อวัยวะเทียมที่ขยับได้เหมือนจริงและร่างจักรกล หรือไซบอร์ก (cyborgs)

ขณะนี้วงการอวัยวะเทียมของออสเตรเลียกำลังคึกคักไปด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ โดย มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ของออสเตรเลียกำลังศึกษาช่องทางทำตลาด “ไบโอนิก วิชั่น” (bionic vision) เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถมองเห็นได้ ด้วยการฝังอุปกรณ์รับสัญญาณที่จอประสาทตาของผู้ป่วยเพื่อรับภาพจากกล้องวิดีโอ รวมถึงทดลองเทคโนโลยีฝังอุปกรณ์ในหลอดเลือดใกล้กับส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวของสมองเพื่อส่งสัญญาณออกมาควบคุมอวัยวะเทียม เช่นเดียวกับสตาร์ตอัพ “โมนาช วิชั่น กรุ๊ป”(Monash Vision Group) ซึ่งกำลังพัฒนาเทคโนโลยีส่งสัญญาณภาพไปยังสมองโดยตรง

แม้ตัวไบโอโลจิกดรักส์จะไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่ด้วยความซับซ้อนในการผลิตทำให้ที่ผ่านมามีปัญหาด้านต้นทุนและกำลังผลิต ซึ่งเอเชียถือเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการผลิตยาชนิดนี้ในปริมาณมากด้วยต้นทุนต่ำ โดยในเกาหลีใต้ “ซัมซุง ไบโอโลจิก” (Samsung BioLogics) กลุ่มธุรกิจด้านยาของยักษ์อุตสาหกรรมซัมซุง เช่นเดียวกับบริษัท “วูซี ไบโอโลจิก” (Wuxi Biologics) ของจีนที่ต่างมีเทคโนโลยีและโรงงานสำหรับผลิตยาชนิดนี้ในปริมาณมากเพื่อส่งไปให้กับบริษัทยารายใหญ่ทั่วโลก

ไต้หวันถือเป็นผู้นำในการพัฒนาระบบโรงพยาบาลอัจฉริยะ ด้วยการนำบิ๊กดาต้าและระบบวิเคราะห์ข้อมูล อาทิ อายุ อาการป่วยและประวัติการรักษา มาใช้สร้างโซลูชั่นสำหรับบำบัดรักษาผู้ป่วยแต่ละรายแบบเรียลไทม์เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด โดยกำลังทดลองอยู่ที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ในขณะเดียวกันฝั่งจีนมีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยผ่านทางแอปพลิเคชั่นสุขภาพเพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคลเช่นกัน

นอกจากเก็บข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นแล้ว จีนยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการเก็บและสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมของประชากรในประเทศเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดโรค รวมถึงวิธีป้องกันและรักษา โดยปัจจุบันรัฐบาลจีนมีฐานข้อมูลดีเอ็นเอของประชาชนรวมกว่า 100 ล้านคน แซงหน้าสหรัฐอเมริกา และอังกฤษที่มีฐานข้อมูลเพียง 1 ล้านคน และ 1 แสนคนตามลำดับ

ซึ่งฐานข้อมูลนี้ยังช่วยให้บริษัทจีนได้เปรียบคู่แข่งต่างชาติในการวิจัย-พัฒนาการรักษาโรคและผลิตยาที่เกี่ยวกับพันธุกรรมอีกด้วย

ด้านญี่ปุ่นนั้น หน่วยธุรกิจการแพทย์ของยักษ์อุตสาหกรรม อาทิ “ฟูจิฟิล์ม” และ “ทาเคดะ ฟาร์มาซูติคัล” กำลังต่อยอดผลงานวิจัยสระดับรางวัลโนเบลของ”ชินยะ ยามานากะ” นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ที่ค้นพบวิธีการสร้างสเต็มเซลล์จากเซลล์ปกติ ด้วยการพัฒนากระบวนการสร้างผลิตและเก็บสเต็มเซลล์ในปริมาณมากเพื่อนำไปใช้พัฒนาการรักษาโรคต่าง ๆ ต่อไป อาทิ โรคพาร์กินสันและการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง

ความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นคลื่นลูกใหม่ของธุรกิจสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งหากเทรนด์นี้ดำเนินต่อไปอาจสามารถทำให้เอเชียเปลี่ยนสถานะจากผู้บริโภคเป็นผู้นำด้านการแพทย์ของโลกก็เป็นได้