เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
ดูทั้งหมด

“ยอดชาย” ติดปีกนกสกู๊ต ฝ่าวงล้อมโลว์คอสต์-ดันรายได้หมื่น ล.-

23 พ.ย. 2560 | 07:00น.

สัมภาษณ์

เปิดตัวและให้บริการมากว่า 3 ปีแล้ว สำหรับสายการบินราคาประหยัด “นกสกู๊ต” ซึ่งถือกำเนิดจากการร่วมทุนระหว่างสายการบิน “นกแอร์” และ “สกู๊ต” ประเทศสิงคโปร์

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสร่วมสัมภาษณ์ “ยอดชาย สุทธิธนกูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ สายการบินนกแอร์ ถึงทิศทางการขยายธุรกิจไว้ดังนี้

“ยอดชาย” เริ่มต้นเล่าว่า ย้อนไปเมื่อตอนจัดตั้งสายการบิน “นกสกู๊ต” เสร็จใหม่ ๆ เมื่อช่วงกลางปี 2557 เปิดตัวได้ไม่ทันไร ทางองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ก็ประกาศปักธงแดงให้กับมาตรฐานการบินพลเรือนของประเทศไทย ทำแผนงานทุกอย่างหยุดชะงัก

ปีแรกของนกสกู๊ตจึงเป็นปีที่เจ็บปวดมาก รับเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 มา 3 ลำ ตั้งใจบินไปญี่ป่นและเกาหลี แต่ต้องจอดไว้เฉย ๆ และขาดทุนไปกว่า 1,223 ล้านบาท

นกสกู๊ตจึงปรับแผนด้วยการหันไปเปิดเส้นทางบินไปยังประเทศที่มีการขยายตัวของนักท่องเที่ยวสูงอย่าง “จีน” ซึ่งส่งออกนักท่องเที่ยวไปทั่วโลกถึง 150 ล้านคนต่อปี และส่งมาไทยมากเป็นอันดับ 1 จนครองสัดส่วน 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยทั้งหมด โดยเน้นเส้นทางบินไปยังเมืองทางตอนเหนือของจีนซึ่งมีอากาศหนาว จึงคิดว่าคนอยู่เมืองหนาวก็น่าจะอยากมาเที่ยวเมืองร้อนอย่างประเทศไทย และเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ขนาด 415 ที่นั่ง ซึ่งรับมอบมาก็ตอบโจทย์การบินพิสัยกลางซึ่งสายการบินโลวคอสต์อื่น ๆ ใช้ อาทิ เครื่องแอร์บัส เอ320 และโบอิ้ง 737 นั้นไม่สามารถบินถึง

เรียกได้ว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้ายมากกว่า

ในปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่ 2 “นกสกู๊ต” ปรับตัวได้ดีขึ้น ปิดตัวเลขรายได้ไปกว่า 3,900 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 50% เหลือ 612 ล้านบาท

แต่พอไปบุกตลาดจีนมากขึ้นทุกอย่างกำลังไปได้ดี ก็มีเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญเข้ามากระทบอีกรอบ

กระทั่งปีนี้ “นกสกู๊ต” ปรับตัวได้ดีขึ้น โดยในไตรมาส 1 มีกำไร ไตรมาส 2 ขาดทุน ไตรมาส 3 มีกำไรเล็กน้อย ส่วนไตรมาส 4 นี้ก็คาดว่าน่าจะดี

จึงคาดว่าปีนี้นกสกู๊ตจะมีรายได้ราว 6,000 ล้านบาท ขาดทุนลดลงเหลือ 50-100ล้านบาท มีผู้โดยสาร 1.1 ล้านคน หลังบริหารอัตราการหมุนเวียนใช้เครื่องบิน 3 ลำในฝูงบินได้ดีขึ้น อยู่ที่ 12 ชั่วโมง/ลำ/วัน วางเป้าเพิ่มเป็น 13-14 ชั่วโมง/ลำ/วัน

โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับมอบเครื่องบินเพิ่มอีก 1 ลำ ทำให้สิ้นปีนี้นกสกู๊ตมีฝูงบินโบอิ้ง 777-200 รวม 4 ลำ และเตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางล่าสุด กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ซีอาน ในเดือนธันวาคมนี้ จาก 3 เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากปัจจุบันที่มีเส้นทางบินรวม 7 เส้นทาง แบ่งเป็น จีน 6 เส้นทาง ได้แก่ นานกิง ชิงเต่า เทียนจิน เสิ่นหยาง ต้าเหลียน และซีอาน รวมไทเป ไต้หวัน อีก 1 เส้นทาง

ส่วนปี 2561 นั้น “ยอดชาย” มองว่า ธุรกิจมีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีรายได้ใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาท มีผู้โดยสารรวม 2 ล้านคน หลังมีแผนรับมอบเครื่องบินเพิ่มเป็นลำที่ 5 ในช่วงครึ่งแรกของปี และหวังว่าจะเห็นกำไรเป็นปีแรก จากปัจจัยหนุนเรื่อง ICAO ปลดธงแดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา

“ยอดชาย” บอกว่า การปลดธงแดงทำให้นกสกู๊ตสามารถกลับมาทำตาม “แผนดั้งเดิม” เหมือนตอนตั้งบริษัท นั่นคือ การรุกเปิดเส้นทางบินสู่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 เพื่อให้ทันช่วงพีกซีซั่นช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2560

“แม้การแข่งขันใน 2 ตลาดนี้จะรุนแรง แต่การที่นกสกู๊ตมีเครื่องบินขนาดใหญ่ เราจึงเลือกที่จะบินแล้วสู้โดยผสานจุดแข็งของบริษัทแม่ทั้ง 2 บริษัท อย่าง “สกู๊ต” ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการสร้างประสิทธิภาพ ขณะที่ “นกแอร์” มีจุดเด่นเรื่องบริการอย่างเป็นมิตร ผลักดันเป็นข้อได้เปรียบของนกสกู๊ต”

เพราะสุดท้ายแล้ว สายการบินต้องสู้กันด้วยหลายปัจจัย ทั้งการบริหารต้นทุน การหาลูกค้า ช่องทางการขาย และอื่น ๆ ไม่ได้มี “โกลเด้นบูลเลต” เหมือนธุรกิจอื่น นอกจากนี้ แนวโน้มของผู้บริโภคนิยมมองหาคุณภาพควบคู่กับความคุ้มค่ามากขึ้น

โดยนับจากนี้เป็นต้นไปไม่น่าจะเห็นสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ใหม่มาเปิดตัวแล้ว แต่จะเป็นยุคของ “บิ๊กบอย” (big boy) ซึ่งต่างขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มความประหยัดทางขนาด และหันไปร่วมมือกับสายการบินอื่น ๆ ในระดับโลกมากขึ้น

และในระดับโลกจะเห็นว่าภาพความต่างระหว่างสายการบินฟูลเซอร์วิสกับสายการบินโลว์คอสต์ “เริ่มเบลอ” และแยกยากขึ้น เพราะบินโลว์คอสต์เริ่มมีบริการเสริมให้เลือกมากขึ้น ขณะที่สายการบินฟูลเซอร์วิส บางสายเริ่มปฏิบัติตัวเหมือนสายการบินโลว์คอสต์มากขึ้น เช่น จัดเก็บค่าจองที่นั่ง

ด้านระดับภูมิภาค สายการบินทั่วโลกเริ่มหันมาจับมือเป็นพันธมิตรกับสายการบินจีนมากขึ้น และคาดการณ์ว่าในอนาคตจีนจะเป็น “นิวมิดเดิลอีสต์” หรือศูนย์กลางการบินแห่งใหม่ของโลก

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังมีนโยบายรุกส่งเสริมเส้นทางสายไหม (วันเบลต์วันโรด) เชื่อมโยงคนจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน และมุ่งผลักดันให้มีเมืองระดับนคร (metropolitan) ประชากรมากกว่า 10 ล้านคนถึง 200 เมือง ขณะภาพที่ระดับประเทศไทย การแข่งขันยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซีอีโอนกสกู๊ตยังย้ำด้วยว่า การที่นกสกู๊ตมีฐานปฏิบัติการบินที่กรุงเทพฯ เป้าหมายในการบินก็จะเป็นจุดหมายในเอเชีย เช่น จีน ซึ่งมียอดนักท่องเที่ยวจีนมาไทยร่วม 10 ล้านคนต่อปี รวมถึงอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมาไทยกว่า 1.3 ล้านคน