เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
ดูทั้งหมด

9 เดือน หุ้นไทยปรับขึ้น 10.8% ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

07 ต.ค. 2564 | 15:17น.
หุ้นไทย-set

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยภาพรวมดัชนี SET Index เดือน ก.ย. 64  ปิดที่ 1,605.68 จุด ลดลง 2.0% จากสิ้นเดือน ส.ค. รวม 9 เดือน หุ้นไทยปรับขึ้น 10.8%  ด้านต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยเป็นเดือนที่สอง  ส่งผลให้ 9 เดือน ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยลดลงเหลือ 79,172 ล้านบาท  ได้ปัจจัยบวกจาก “ผ่อนคลายมาตรการควบคุม-บาทอ่อน-น้ำมันดิบพุ่ง” 

วันที่ 7 ตุลาคม 2564 นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า  ภาวะตลาดหลักทรัพย์ในช่วงเดือน ก.ย.64 มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบทั้งปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินปี 64 และปี 65 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกับที่ กนง.คาดไว้ในการประชุมครั้งก่อน โดยปัจจัยบวกมาจากการที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง การกระจายวัคซีนที่เพิ่มขึ้นและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เร็วกว่าคาด ขณะที่ปัจจัยลบเป็นเรื่องของสถานการณ์น้ำท่วม

ส่วนปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับผู้ลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก ได้แก่ ความกังวลเรื่องธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ และเพดานหนี้ของสหรัฐ และการปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้และระยะข้างหน้า หลังจากรัฐบาลจีนใช้มาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยี อีกทั้งเรื่องของวิกฤตพลังงานขาดแคลนและความวิตกกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัท ไชน่า เอเวอร์แกรนด์  ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลกให้ปรับลดลง อย่างไรก็ตามบริษัทจดทะเบียนไทยยังคงมีความแข็งแกร่งและสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนหนุนการส่งออกไทย

ส่งผลให้ภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นเดือนก.ย. 64 SET Index  ปิดที่ 1,605.68 จุด ลดลง 2.0% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า  เมื่อพิจารณาช่วง 9 เดือนแรกปี 64 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 10.8% ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ

นายศรพล ตุลยะเสถียร

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 63 ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มบริการ ขณะที่ในเดือน ก.ย. 64 มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai  อยู่ที่ 100,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.50% จากเดือนเดียวกันปีก่อน  ส่งผลให้ 9 เดือนที่ผ่านมามีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 96,463 ล้านบาทต่อวัน

ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ตั้งแต่เดือน ส.ค. 64 โดยในเดือน ก.ย. 64 ผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 10,803  ล้านบาท  ทำให้ใน 9 เดือนแรกของปี 64  นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยลดลงเหลือ 79,172 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ปรับลดลง  263,148 ล้านบาท  โดยผู้ลงทุนในประเทศมีสถานะเป็นผู้ซื้อสุทธิต่อเนื่อง 105,735 ล้านบาท

ในขณะที่เดือน ก.ย.64 มีบริษัทเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายใหม่ใน SET 2 บริษัท และใน mai 2 บริษัท  โดยใน 9 เดือนแรกของปี 64 มีไอพีโอ (IPO) เข้ามาทั้งสิ้น 3,329 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง  ในเดือนนี้ SET ยังคงมูลค่าระดมทุนไอพีโอ (IPO) สูงที่สุดอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ใน ASEAN  โดยมีสัดส่วนมาจาก OR หรือ  บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และ TIDLOR  หรือ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

Advertisement

ด้าน Forward และ Historical P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนก.ย. 64 อยู่ที่ระดับ 18.9 เท่า และ 19.8 เท่าตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.9 เท่า และ 17.8 เท่าตามลำดับ  อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนก.ย.64  อยู่ที่ระดับ 2.74% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.47%

ส่วนภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX)  ในเดือนก.ย. 64  มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 679,223 สัญญา เพิ่มขึ้น 43.6% จากเดือนก่อน และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 64 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 550,194 สัญญา เพิ่มขึ้น 18.0% ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Single Stock Futures, Gold online futures และ USD Futures เป็นสำคัญ

นายภากร ปีตธวัชชัย

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4/64 ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันเริ่มเห็นฟื้นตัวดีขึ้นแล้วทั้งในและต่างประเทศ โดยที่ยังคงเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยมีจุดแข็งและมีความน่าสนใจหลายจุด ทั้งธุรกิจที่เกี่ยวกับภาคการส่งออกที่มีสินค้าหลากหลายรวมถึงความสามารถในขยายกิจการไปสู่ต่างประเทศ

ขณะที่จุดแข็งตลาดหุ้นไทยที่รอการฟื้นตัวอย่างเช่น ธุรกิจกลุ่มท่องเที่ยว บริการ และอาหาร ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการกระจายวัคซีนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เห็นแนวโน้มของการฟื้นตัวในธุรกิจดังกล่าวได้อย่างชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งยังมีจุดแข็งใหม่อย่างการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพมากขึ้น รวมถึงช่วงที่ผ่านมามีการลงทุนในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไปค่อนข้างมากแล้ว จึงเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีความน่าสนใจอยู่ซึ่งจุดแข็งต่าง ๆ จะค่อย ๆ ฟื้นตัวเรื่อย ๆ หลังสถานการณ์ต่าง ๆ  เริ่มคลี่คลายลง