เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
Tech ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
Finance กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
Politics ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
Finance ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
Real Estate ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
Biz Movement ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
Finance ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
Real Estate NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
Politics ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
ดูทั้งหมด

คิดแบบย้อนแย้ง

17 ต.ค. 2564 | 11:12น.
ประกอบบทความ
เอชอาร์ คอร์เนอร์

ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

ผมเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความคิดของคนแบบแถว ๆ ที่เรียกว่า “cognitive dissonance” โดยบอกว่าคนเรามักจะคิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง เพราะคนทุกคนจะมีกลไกป้องกันตัวเองเพื่อลดความเครียดลง เช่น คนที่ไปลัก วิ่ง ชิง ปล้น บางคนก็จะบอกว่าที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะเอาเงินไปเลี้ยงดูลูกที่ยังเล็กให้ได้เรียนหนังสือ เพราะถ้าคิดว่าตัวเองทำผิดนิสัยไม่ดีที่เป็นโจรก็จะทำให้เกิดความเครียด

ยิ่งถ้าใครคิดตำหนิตัวเองมาก ๆ เข้าก็อาจจะถึงขั้นคิดสั้นขึ้นมาได้ ก็เลยต้องคิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเพื่อลดความเครียดดังที่ผมยกตัวอย่างมา ซึ่งก็จะทำให้คนรอบข้างที่ฟังเหตุผลแล้วก็คงจะส่ายหน้าเป็นพัดลมว่าคิดได้ยังไง หรือท่านคงเคยได้ยินข้อแก้ตัวของคนที่ทำความผิดว่า “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” จนกระทั่งมีคำพูดอำกันเล่น ๆ ว่า รู้อะไรไม่สู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำนองนั้นแหละครับ

นี่คือความคิดของคนแบบ cognitive dissonance ในรูปแบบหนึ่ง

ยังมีเรื่องเล่าของความคิดย้อนแย้งในตัวเองแบบที่เรียกว่า cognitive dissonance ที่น่าสนใจอีกแบบหนึ่งที่ผมจะเล่าให้ฟังในวันนี้อย่างนี้ครับ

ครั้งหนึ่งมีการทดลองโดยการแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 3 กลุ่ม โดยทั้ง 3 กลุ่มจะให้ทำงานเหมือนกันคือ การใช้เมาส์ลากวงกลมที่อยู่ทางซ้ายมือของจอภาพไปใส่ไว้ในกล่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ด้านขวาของจอภาพให้ได้มากที่สุดในเวลา 5 นาที

โดยมีการบอกกับทั้ง 3 กลุ่มคือ

กลุ่มที่ 1 จะได้รับค่าแรง US$ 5 เป็นค่าตอบแทน

กลุ่มที่ 2 จะได้รับค่าแรง 50 Cent เป็นค่าตอบแทน

และกลุ่มที่ 3 ไม่ได้รับค่าแรงบอกว่า การทดลองครั้งนี้จะเป็นสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวมด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้นโดยไม่หวังผลกำไร

ผลปรากฏว่าภายใน 5 นาที

กลุ่มที่ 1 สามารถลากวงกลมไปใส่กล่องสี่เหลี่ยมได้เฉลี่ย 159 วง

กลุ่มที่ 2 สามารถลากวงกลมไปใส่กล่องสี่เหลี่ยมได้เฉลี่ย 101 วง และกลุ่มที่ 3 สามารถลากวงกลมไปใส่กล่องสี่เหลี่ยมได้เฉลี่ย 168 วง ซึ่งมากกว่ากลุ่มที่ 1 และ 2 เสียอีก

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ?

แน่นอนครับว่ากลุ่มที่ 2 จะมีผลงานที่ต่ำกว่ากลุ่มแรก เพราะความรู้สึกที่ว่าตัวเองได้รับค่าแรงที่น้อยกว่า แต่ที่น่าสนใจคือผลงานของกลุ่มที่ 3 ที่สูงที่สุดทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ ตรงนี้นักจิตวิทยาอธิบายเรื่องนี้ว่า เวลาที่คนเราจะทำอะไรให้กับคนอื่นก็มักจะตัดสินใจเอาไว้ก่อนว่าตัวเองคาดหวังผลตอบแทนแบบไหนระหว่างผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน หรือผลตอบแทนเชิงสังคม

ถ้าคนคิดว่าตัวเองคาดหวังผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินหรือเป็นเชิงพาณิชย์ ก็จะคิดเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับค่าตอบแทนเป็นพิเศษ แต่ถ้าคนคิดว่าตัวเองทำสิ่งนั้นเพราะเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ก็จะทำอย่างเต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นตัวเงิน หรือมัวแต่คิดเล็กคิดน้อยในเรื่องค่าตอบแทนเลย

การทดลองข้างต้นจะเห็นได้ว่าคนใน 2 กลุ่มแรกคาดหวังค่าตอบแทนเป็นหลัก กลุ่มที่ 1 จึงทำงานตามค่าตอบแทนที่คาดหวัง ส่วนกลุ่มที่ 2 คิดเล็กคิดน้อยว่าค่าตอบแทนของตัวเองต่ำกว่ากลุ่มที่ 1 ก็รู้สึกว่าตัวเองถูกเอาเปรียบจึงทำงานไปตามค่าแรงที่ได้น้อยกว่า

ส่วนกลุ่มที่ 3 แม้ไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่เกิดความรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองมีส่วนร่วมสำคัญที่จะทดลองให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ เป็นการได้รับค่าตอบแทนทางใจ (เกิดความภาคภูมิใจ)

จึงสรุปได้ว่าเมื่อไหร่ที่คนเราคิดว่าเขาทำงานใด ๆ เพื่อผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินก็จะทำงานไปในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก และจะคิดเล็กคิดน้อยเมื่อไม่ได้รับค่าตอบแทนอย่างที่คาดหวังเอาไว้

แต่ถ้าเมื่อไหร่คนเราคิดว่าเขาทำงานใด ๆ เพื่อประโยชน์ของสังคม ก็จะยินดีทำงานนั้น ๆ อย่างเต็มที่โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเป็นตัวเงิน และจะมีความสุขใจภาคภูมิใจในงานที่ตัวเองทำอีกด้วยแม้ไม่ได้รับค่าตอบแทน

อีกตัวอย่างหนึ่งเพื่อยืนยันเรื่องนี้ คือ สมมุติว่าท่านกำลังเดินข้ามถนน ทันใดนั้นมีรถยนต์พุ่งเข้ามาหาท่านอย่างรวดเร็วแล้วก็มีใครคนหนึ่งพุ่งเข้ามารวบตัวท่านให้พ้นจากการถูกรถชนได้อย่างหวุดหวิด

ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าท่านบอกกับพลเมืองดีคนนั้นว่า “ที่คุณช่วยผมไว้เมื่อตะกี้นี้ คุณต้องการเงินเท่าไหร่ ?”

ท่านคิดว่าพลเมืองดีคนนั้นเขาจะมองจะคิดยังไง หรือจะพูดอะไรกับท่าน ?

จะเห็นได้ว่าพลเมืองดีคนนั้นทำด้วยจิตสำนึกเชิงสังคมที่ต้องการช่วยชีวิตคนคนหนึ่งเอาไว้โดยไม่ได้หวังค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน ถ้าขืนไปรับเงินค่าช่วยชีวิตเอาไว้เขาก็จะเกิดความขัดแย้งภายในความคิดตัวเองขึ้นมาทันที แบบที่เรียกว่า cognitive dissonance นั่นเอง

ในขณะที่พลเมืองดีที่สละชีวิตมาช่วยเราคนนี้อาจจะเพิ่งหงุดหงิดกับหัวหน้าที่ขึ้นเงินเดือนให้เขาน้อยกว่าเพื่อนร่วมงาน 200 บาทก็เป็นได้

จากที่ผมเล่าให้ฟังมานี้เราสามารถได้ประโยชน์จากการคิดที่ย้อนแย้งของคนข้างต้น เช่น หัวหน้าที่สามารถจูงใจให้ลูกน้องเกิดความคิดว่างานที่เขารับผิดชอบอยู่มีความสำคัญ เป็นงานที่ท้าทายความสามารถ และเมื่องานนี้เสร็จจะเป็นผลงานที่เป็นเครดิตและจะสร้างความภาคภูมิใจอย่างมากสำหรับตัวของลูกน้องเองที่ไม่สามารถตีค่าเป็นตัวเงินได้ลูกน้องก็จะมุ่งไปสู่ผลสำเร็จของงานมากกว่าการมองแค่ตัวเงิน

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วผมเชื่อว่าท่านคงจะได้ไอเดียในการนำเรื่องนี้ไปปรับใช้ในงานบ้างแล้วนะครับ ?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์