เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
Tech กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
Finance ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
Automotive ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
Biz Movement ‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
Economic ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
Finance ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
Finance MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
Real Estate CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
ดูทั้งหมด

ใครทำให้… พนักงานลาออก

23 ต.ค. 2564 | 11:12น.
ประกอบบทความ
เอชอาร์ คอร์เนอร์

HR Recipes
[email protected]

ตอนนี้ยัง work from home (WFH) อยู่มั้ย ?

คำถามนี้มักจะเป็นคำถามที่มักรวมอยู่ในบทสนทนาช่วงแรกเมื่อเราพบปะญาติสนิทมิตรสหาย เพื่อนต่างบริษัท ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดครั้งใหญ่นี้ในช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมาเป็นตัวแปรที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ หลาย ๆ องค์กรจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย และรูปแบบการดำเนินธุรกิจรวมถึงโลกการทำงาน วิถีการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปจนเป็นความเคยชินสำหรับรูปแบบการทำงานใหม่ อย่างไม่มีทางเลือก

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดกำลังเริ่มจะคลี่คลาย เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ผู้บริหารหลาย ๆ องค์กรเริ่มหารือกันว่า…เรากลับเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศเมื่อไรดี ?

เมื่อได้ยินคำถามนี้ พนักงานบางกลุ่มรู้สึกดีใจที่จะได้กลับออฟฟิศ ได้พบปะเพื่อนร่วมงาน หรือพบว่าการทำงานที่บ้านเป็นภาวะที่ยากลำบากไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การทำงานที่จำกัด งานและชีวิตส่วนตัวไม่สามารถแบ่งได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันพนักงานบางกลุ่มอาจจะเกิดเป็นภาพจำในหัวเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ไม่สู้จะดี มีความกังวลใจลึก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง สภาพแวดล้อมเดิม ๆ เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไร

สิ่งนี้อาจจะเป็นคำตอบของปรากฏการณ์สวนกระแสกับสภาพเศรษฐกิจที่พนักงานคิดที่จะลาออก เตรียมลาออก หรือตัดสินใจแห่กันลาออก เมื่อจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจกลับไปใช้ชีวิตการทำงาน และสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ประกอบกับภาวะช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีมักจะมีการเคลื่อนตัวของตลาดแรงงาน

อีกทั้งพนักงานบางกลุ่มคาดการณ์ว่าอาจจะไม่ได้รับเงินโบนัสเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ จึงตัดสินใจเริ่มมองหางานใหม่ทันที ไปเสี่ยงเอาดาบหน้า จึงเกิดปรากฏการณ์ “มนุษย์เงินเดือนแห่ลาออก”

ภาวะดังกล่าวนี้ อาจจะเรียกได้ว่า “the great resignation” ดั่งที่ท่านคุ้นเคย

ถึงจุดนี้เราลองมาคาดการณ์แรงผลักดันของปรากฏการณ์การลาออกของมนุษย์เงินเดือนนี้ โดยอิงจากข้อมูลวิจัยในต่างประเทศหลาย ๆ สำนัก ล่าสุดพบว่ากลุ่มพนักงานที่ลาออกกันมากที่สุดจะอยู่ระหว่าง 30-45 ปี หรือ midcareer สูงขึ้นกว่าถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับกลุ่มพนักงานเจเนอเรชั่นใหม่ ระหว่างอายุ 22-30 ปี เนื่องจากหลาย ๆ องค์กรเปลี่ยนกลยุทธ์จ้างพนักงานที่มีประสบการณ์ทำงานแทนที่จะจ้างเด็กจบใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านฝึกอบรม

อีกทั้งประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ผ่านมา หลาย ๆ องค์กรปิดกิจการและลดคน เปิดโอกาสให้พนักงานที่มีทักษะศักยภาพสูงอยู่ในตลาดแรงงานซึ่งมีค่าตัวที่ไม่ได้สูงมาก เทรนด์การทำงานรูปแบบใหม่ gig economy โดยเน้นการจ้างงานในรูปแบบชั่วคราว สัญญาจ้าง ฟรีแลนซ์ เป็นต้น

จากงานวิจัยในต่างประเทศหลายสำนัก พบว่าการเปลี่ยนงานของมนุษย์เงินเดือน กลุ่ม midcareer ในช่วงที่ WFH เป็นผลมาจากปัจจัยหลัก อาทิ ภาระงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานที่มีศักยภาพสูง การประชุมออนไลน์ที่ยาวนาน และไม่สามารถจัดสรรเวลาระหว่างชีวิตส่วนตัว

และการทำงานออกจากกัน และสุดท้ายพนักงานเกิดความรู้สึกว่า หัวหน้างานไม่ไว้ใจ จึงต้องคุมเข้มด้วยกฎระเบียบต่าง ๆ การประเมินปลายปีอาจจะยังมีความไม่ชัดเจนคลุมเครือ ขาดเส้นทางการเติบโตทางอาชีพ โบนัสอาจจะไม่มีในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

สิ่งเหล่านี้เอง อาจสร้างแรงกดดัน ความอึดอัด ภาวะความเครียด ส่งผลต่อสุขภาพทั้งทางกายและใจ จนนำไปสู่การเกิดอาการ boreout (เบื่อ) brownout (หมดใจ) และ burnout (หมดไฟ) ในที่สุด ภาวะดั่งกล่าวนี้เป็นแรงผลักให้มนุษย์เงินเดือนเริ่มมองหางานใหม่ที่คาดว่าดีกว่าที่ทำงานปัจจุบัน

ประกอบกับขั้นตอนการคัดเลือกสัมภาษณ์ผู้สมัครช่วงควบคุมการแพร่ระบาดนี้ เอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครเกิดความคล่องตัวที่สามารถตอบรับสัมภาษณ์ได้สะดวกขึ้นผ่าน VDO call ส่งผลให้มีโอกาสในการสัมภาษณ์หลาย ๆ บริษัทโดยไม่จำเป็นต้องเดินทาง เป็นต้น

ดังที่ทุกท่านตระหนักดีว่าการลาออกของพนักงานถือเป็นการสูญเสียทรัพยากรในองค์กร โดยเฉพาะพนักงานที่มีศักยภาพสูง ดังนั้น HR ควรเริ่มที่จะเริ่มวางกลยุทธ์ วางแผนเสนอวิธีป้องกันภาวะการสูญเสียที่อาจจะมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง จากบทเรียนภาวะวิกฤตนี้ อาทิ การสร้างความเชื่อมั่น และให้พนักงานรู้สึกว่าหัวหน้างานให้ความเชื่อใจพนักงานแม้ว่าจะไม่ได้นั่งทำงานที่ออฟฟิศ

โดยออกแบบรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ลักษณะงานที่มอบหมายและการติดตามผลพูดคุยกันอย่างชัดเจน การสร้างจูงใจและการออกแบบสวัสดิการให้เหมาะกับยุคสมัยและความต้องการของพนักงานในแต่ละเจเนอเรชั่น การฝึกพัฒนาทักษะหลากหลายรูปแบบ โดยผสมผสานกับเทคโนโลยียุคสมัยปัจจุบัน เช่น gamification VR training รวมถึงการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น ลดงานเอกสาร เป็นต้น

นอกจากนี้ HR ยังสามารถนำข้อมูลจากฐานข้อมูลของพนักงาน สาเหตุปัจจัยของการลาออกมาร่วมวิเคราะห์ เพื่อนำไปกำหนดกลยุทธ์ให้เหมาะสมตามที่กล่าวข้างต้น อาทิ การสร้างโมเดลคาดการณ์ป้องกันภาวะพนักงานหมดไฟและหมดใจ (predictive employee brownout and burn out) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษา pattern จุดเริ่มต้นของภาวะเบื่อหน่ายในงานที่ทำ การหมดไฟ และหมดใจในที่สุดของพนักงาน ยิ่งเฉพาะพนักงานกลุ่มที่มีศักยภาพสูง

โดย HR สามารถใช้ข้อมูลหาความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาทำงาน time track พิจารณาร่วมกับข้อมูล productivity ว่าช่วงใดพนักงานทำงาน overload หรือมากเกินไป จำนวนชั่วโมงที่ต้องนั่งประชุมโดยไม่เกิดประสิทธิผล ประกอบกับจำนวนชั่วโมงที่พนักงานต้องทำงานล่วงเวลา การนำอัตราการลาป่วย และการใช้สวัสดิการด้านสุขภาพของพนักงานประกอบร่วมการวิเคราะห์ต้นเหตุต่าง ๆ เป็นต้น

ภาวะการไม่มีความสุขกับการทำงานด้วยเหตุต่าง ๆ คิดอยากจะเปลี่ยนงานของมนุษย์เงินเดือนนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ แต่เนื่องจากในช่วงแรกของการแพร่ระบาดนั้น ทุกคนยังไม่สามารถคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ หลายอาชีพตกงาน จึงทำให้มนุษย์เงินเดือนกอดยึดงานประจำไว้ก่อน และจำเป็นต้องปรับตัว อดทน กับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานแบบใหม่นี้ แม้ว่าทำงานแบบไม่มีความสุขก็ตาม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดนี้เป็นเพียงปัจจัยเสริมเท่านั้น โดยจำลองสถานการณ์รูปแบบต่าง ๆ ในการทำงานที่ถูกตีกรอบ และกดดันอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงกระตุ้นผลักดันการลาออกของมนุษย์เงินเดือนให้เร็วขึ้นนั่นเอง

หาก HR ไม่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่วางกลยุทธ์รับมือกับวิถีการทำงานใหม่ ยังคงทำงานในรูปแบบเดิม ๆ สุดท้ายแล้ว HR อาจจะถูกกดดันจากผู้บริหารให้ลาออกเอง นั่นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์