เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
โยก “พิมพ์ชนก” สะเทือนพาณิชย์ อดีต รมว.-ปลัดฯ โต้ปมลดระดับ เอกอัครราชทูต WTO
Economic โยก “พิมพ์ชนก” สะเทือนพาณิชย์ อดีต รมว.-ปลัดฯ โต้ปมลดระดับ เอกอัครราชทูต WTO
ตลาดการเงินกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือ ?
Finance ตลาดการเงินกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือ ?
ธปท.เปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชนิดราคา 100 บาท และ 500 บาท วันที่ 1 ต.ค.นี้
Finance ธปท.เปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชนิดราคา 100 บาท และ 500 บาท วันที่ 1 ต.ค.นี้
ต่างชาติลงทุนไทย 8 เดือนแตะ 2.49 แสนล้าน โต 11% สิงคโปร์นำ 7.33 หมื่นล้าน
Economic ต่างชาติลงทุนไทย 8 เดือนแตะ 2.49 แสนล้าน โต 11% สิงคโปร์นำ 7.33 หมื่นล้าน
มาร์ค ชี้ “AI ต้องพัฒนาไวขึ้น” สวนทาง แซม-อีลอน-ดาริโอ AI ต้องชะลอ
Tech มาร์ค ชี้ “AI ต้องพัฒนาไวขึ้น” สวนทาง แซม-อีลอน-ดาริโอ AI ต้องชะลอ
“สุนันทา” ชู 500 กิจกรรมส่งเสริมการค้า สร้างดีลใหม่ทั่วโลก
Economic “สุนันทา” ชู 500 กิจกรรมส่งเสริมการค้า สร้างดีลใหม่ทั่วโลก
EECO มอบตรารับรอง “EEC Select Best Service 2026” 21 ผู้ประกอบการ ในฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
เศรษฐกิจภูมิภาค EECO มอบตรารับรอง “EEC Select Best Service 2026” 21 ผู้ประกอบการ ในฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
SME D Bank ลุยปล่อยสินเชื่อ ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
Finance SME D Bank ลุยปล่อยสินเชื่อ ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
อิหร่าน-รัฐอ่าวอาหรับเลื่อนประชุมวงเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ
World อิหร่าน-รัฐอ่าวอาหรับเลื่อนประชุมวงเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ
ดูทั้งหมด

ประวิตรสั่งรับมือฝนภาคใต้ ชง ครม.เคาะ 9 มาตรการฤดูแล้งปี 64/65

29 ต.ค. 2564 | 13:27น.
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

ประวิตรสั่งรับมือฤดูฝนภาคใต้เต็มพิกัด พร้อมหนุน 9 มาตรการฤดูแล้งปี 64/65 เสนอ ครม.

วันที่ 29 ตุลาคม 2664 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 2/2564 โดยมีนายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) เข้าร่วมการประชุม

โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุหลายลูก ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและมีน้ำไหลหลากเข้าท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะริมแม่น้ำที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมดำเนินการตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 และบริหารจัดการน้ำท่วมตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบและความเสียหายของประชาชน โดยการประชุม

ในวันนี้ ได้ติดตามผลการดำเนินงานทั้งหมดในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา รวมถึงจัดทำแผนการระบายน้ำจากพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นรูปธรรม พร้อมทั้งทบทวนปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข และสำหรับฤดูฝนถัดไปในปี 2565 ซึ่งที่ประชุมมีมติให้มีการวางแผนและกำหนดมาตรการเชิงป้องกันให้แล้วเสร็จก่อนเดือน ก.พ. 65 เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้ามากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังติดตามความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ที่เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว
ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประเมินและวางแผนการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำเพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ได้แก่ อ่าง บางลาง มีแผนพร่องน้ำในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 64 เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือน ม.ค. 65 ทั้งนี้ จะดำเนินการควบคู่กับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยได้มอบหมายให้ สทนช.เป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมชลประทาน ใช้กลไกคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดในการปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป

“ได้สั่งการและกำชับทุกหน่วยเกี่ยวข้องซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยเตรียมทั้งในเรื่องบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลต่าง ๆ พร้อมตรวจสอบระบบชลประทานให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำได้เต็มศักยภาพตามสถานการณ์น้ำที่เป็นจริงในแต่ละช่วงเวลา และบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมอย่างเคร่งครัด ไปจนถึงการตรวจสอบพื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและเส้นทางคมนาคม รวมทั้งเร่งกำจัดวัชพืช ขยะ สิ่งกีดขวางทางน้ำและเร่งดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัดให้เกิดความพร้อมสูงสุดด้วย” รองนายกฯกล่าว

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/65 ตามที่ สทนช.เสนอ รวม 9 มาตรการ ได้แก่ 1) เร่งเก็บกักน้ำในทุกแหล่งน้ำให้มากที่สุด 2) จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ 3) ปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตร

4) กำหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ติดตาม กำกับ ให้เป็นไปตามแผน 5) วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ส่งเสริมสนับสนุนการเพาะปลูก 6) เตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ 7) เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ในแม่น้ำสายหลัก สายรอง 8) ติดตามประเมินผล 9) สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแผนจัดสรรน้ำ โดยได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำแผนตามมาตรการที่กำหนด และขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว พร้อมรายงานต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป

ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/65 โดยวิเคราะห์พื้นที่เป้าหมายที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ เพื่อขับเคลื่อน 9 มาตรการข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1) การวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยคาดการณ์ปริมาณ
น้ำต้นทุนในเขตและนอกเขตชลประทาน เพื่อประเมินพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงภาวะน้ำแล้ง แบ่งเป็นพื้นที่อุปโภค บริโภคและพื้นที่เกษตรกรรม 2) แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2564/65 โดยคาดการณ์ปริมาณน้ำใช้การ(ณ วันที่ 1 พ.ย. 64) ทั้งประเทศ รวม 67,618 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมากกว่าปี 2563 ถึง 25,739 ล้าน ลบ.ม. โดยสามารถจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนในแต่ละกิจกรรม รวม 30,961 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น 1.อุปโภค-บริโภค 2.รักษาระบบนิเวศ 3.การเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง

และ 4.สนับสนุนภาคอุตสาหกรรม ร่วมกับการใช้ประโยชน์จากน้ำในแก้มลิง ทุ่งรับน้ำและแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่เก็บกักไว้เพื่อตัดยอดน้ำหลากมาใช้ในฤดูแล้ง ทำให้แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 64/65 ทั้งประเทศ รวม 11.65 ล้านไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปี 2563 จำนวน 5.74 ล้านไร่ แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน 6.95 ล้านไร่นอกเขตชลประทาน 4.7 ล้านไร่ และ 3) คาดการณ์ชี้เป้าประเมินพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงภาวะน้ำแล้งฤดูแล้ง ทั้งด้านอุปโภค บริโภค ในเขตและนอกเขตบริการของ กปภ. ด้านการเกษตร สำหรับการเพาะปลูกนาข้าวรอบที่ 2 (นาปรัง) นอกเขตชลประทาน และไม้ผลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ นอกเขตชลประทาน และด้านคุณภาพน้ำ ในพื้นที่รับผิดชอบของการประปานครหลวง (กปน.) และเขตให้บริการของ กปภ.

“สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งดำเนินการตามข้อสั่งการของท่านรองนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมพร้อมให้การบริหารจัดการน้ำทั้งในช่วงฤดูฝนของพื้นที่ภาคใต้และในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้มีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่วางไว้ ช่วยลดผลกระทบและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างทั่วถึง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมชลประทาน