เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้จัดวิ่งบางแสนงัดกลยุทธ์สกัดรีเซลล์ ผุด “ทิกเก็ตโพรเท็กต์” เคลมค่าสมัครคืน 100% 
Business ผู้จัดวิ่งบางแสนงัดกลยุทธ์สกัดรีเซลล์ ผุด “ทิกเก็ตโพรเท็กต์” เคลมค่าสมัครคืน 100% 
‘อรสิริน’ ปั้นพอร์ตโตระยะยาว ลุยบ้านมือสอง-มอลล์-รร.อินเตอร์
Real Estate ‘อรสิริน’ ปั้นพอร์ตโตระยะยาว ลุยบ้านมือสอง-มอลล์-รร.อินเตอร์
‘ข้าวหอมมะลิไทย’ เสี่ยงเสียตลาด ราคาสูงจีนหยุดซื้อ-สหรัฐลดนำเข้า 
Economic ‘ข้าวหอมมะลิไทย’ เสี่ยงเสียตลาด ราคาสูงจีนหยุดซื้อ-สหรัฐลดนำเข้า 
ปตท. ครองเบอร์ 1 ไทย ปีที่ 3 ผู้นำพลังงานติด Fortune Southeast Asia 500 ขึ้นแท่นอันดับ 2 อาเซียน
Economic ปตท. ครองเบอร์ 1 ไทย ปีที่ 3 ผู้นำพลังงานติด Fortune Southeast Asia 500 ขึ้นแท่นอันดับ 2 อาเซียน
เม็ดเงินลงทุนทะลักไทย ขอบีโอไอครึ่งปีแรก 1.47 ล้านล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ FDI โต 80%
Economic เม็ดเงินลงทุนทะลักไทย ขอบีโอไอครึ่งปีแรก 1.47 ล้านล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ FDI โต 80%
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,800 บาท
TEAMG คว้างานควบคุมงานก่อสร้างรถไฟสายสีแดงอ่อน “ศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา” มูลค่าร่วม 400 ล้าน
Economic TEAMG คว้างานควบคุมงานก่อสร้างรถไฟสายสีแดงอ่อน “ศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา” มูลค่าร่วม 400 ล้าน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ทีมสุดซอยทลาย Jobber เมืองกาญจน์ ลอบขนน้ำมันเถื่อน ปูพรม 23 จังหวัด พบสูญหายกว่า 8 แสนลิตร เสียหาย 28 ล้าน
Economic ทีมสุดซอยทลาย Jobber เมืองกาญจน์ ลอบขนน้ำมันเถื่อน ปูพรม 23 จังหวัด พบสูญหายกว่า 8 แสนลิตร เสียหาย 28 ล้าน
ฝนดีแต่ยังไม่พอ ‘ชลประทาน’ ชี้น้ำต้นทุนต่ำกว่าปีก่อน เร่งคุมอ่าง-รับมือฤดูฝน 24 ชั่วโมง
Economic ฝนดีแต่ยังไม่พอ ‘ชลประทาน’ ชี้น้ำต้นทุนต่ำกว่าปีก่อน เร่งคุมอ่าง-รับมือฤดูฝน 24 ชั่วโมง
ดูทั้งหมด

ฝนดีแต่ยังไม่พอ ‘ชลประทาน’ ชี้น้ำต้นทุนต่ำกว่าปีก่อน เร่งคุมอ่าง-รับมือฤดูฝน 24 ชั่วโมง

23 ก.ค. 2569 | 09:55น.

แม้ประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน แต่โจทย์ใหญ่ของการบริหารจัดการน้ำปี 2569 ยังไม่คลี่คลาย เพราะปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ฝนสะสมทั้งประเทศยังต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 10% ทำให้การบริหารน้ำต้องเดินสองทางพร้อมกัน คือกักเก็บน้ำให้เพียงพอสำหรับฤดูแล้งข้างหน้า และลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในพื้นที่ฝนตกหนัก

กรมชลประทานจึงต้องติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิดผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ หรือ SWOC พร้อมระดมเครื่องจักรเครื่องมือช่วยเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่เหลือของฤดูฝน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเติมน้ำต้นทุนของประเทศ และกำหนดความมั่นคงด้านน้ำในช่วงต้นฤดูแล้งปี 2569/2570

“สุริยะ” สั่งชลประทานคุมแผนน้ำ ลดเสี่ยงท่วม-สำรองแล้ง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ และปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

เป้าหมายสำคัญคือสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝน และสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนยังต่ำกว่าค่าปกติในหลายพื้นที่ และอ่างเก็บน้ำยังต้องรอรับน้ำเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของฤดูฝน

อ่างใหญ่-กลางมีน้ำ 42,563 ล้าน ลบ.ม. ต่ำกว่าปีก่อน

จากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 พบว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 42,563 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 56% ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน และยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 34,102 ล้านลูกบาศก์เมตร

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีปริมาณน้ำกักเก็บ 45,131 ล้านลูกบาศก์เมตร พบว่าปีนี้ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนน้อยกว่าปีก่อน แม้ระยะหลังจะมีน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้นและอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แต่ภาพรวมยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

โจทย์หลักจึงอยู่ที่ช่วงที่เหลือของฤดูฝน เพราะหากฝนเติมอ่างได้เพียงพอ จะช่วยเพิ่มความมั่นคงน้ำสำหรับฤดูแล้ง แต่หากฝนตกหนักเป็นจุด ๆ ก็ต้องเร่งระบายน้ำและใช้เครื่องจักรช่วยลดผลกระทบเฉพาะพื้นที่

ฝนสะสมทั้งประเทศต่ำกว่าปกติ 10%

สำหรับสถานการณ์ฝน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-19 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีปริมาณฝนสะสมเฉลี่ย 624.6 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ 69.9 มิลลิเมตร หรือคิดเป็น -10%

เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่าหลายพื้นที่ยังมีฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยภาคเหนือมีฝนสะสม 524.1 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ 28.4 มิลลิเมตร หรือ -5% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 587.5 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ 77.9 มิลลิเมตร หรือ -12% ภาคกลาง 464.7 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ 92.9 มิลลิเมตร หรือ -17%

ภาคตะวันออกมีฝนสะสม 688.5 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ 168.3 มิลลิเมตร หรือ -20% ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนสะสม 440.8 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ 190.1 มิลลิเมตร หรือ -30%

พื้นที่ที่มีฝนสูงกว่าค่าปกติคือภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนสะสม 1,376.6 มิลลิเมตร สูงกว่าค่าปกติ 183.7 มิลลิเมตร หรือ +15% สะท้อนว่าปริมาณฝนปีนี้ยังมีความแตกต่างระหว่างพื้นที่สูง และต้องบริหารน้ำแบบเฉพาะลุ่มน้ำมากขึ้น

4 เขื่อนเจ้าพระยาน้ำรวม 50% ยังพอบริหารต้นแล้ง

ด้านสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 12,406 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 50% ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน

กรมชลประทานประเมินว่า จากสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ช่วงต้นฤดูแล้งปี 2569/2570 จะมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับสนับสนุนการใช้น้ำในทุกภาคส่วน ทั้งการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และการเกษตร ตามแผนบริหารจัดการน้ำที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม การที่น้ำต้นทุนยังต่ำกว่าปีก่อน ทำให้การจัดสรรน้ำต้องอาศัยความรอบคอบ โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกที่ต้องใช้น้ำต่อเนื่อง และพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงฝนตกหนัก

ระดมเครื่องจักรช่วยน้ำท่วม 40 จังหวัด

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย กรมชลประทานระดมเครื่องจักรเครื่องมือเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เฉพาะช่วงวันที่ 13-19 กรกฎาคม 2569 ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 28 จังหวัด ใช้เครื่องจักรกลรวม 163 หน่วย แบ่งเป็นเครื่องสูบน้ำ 153 เครื่อง สูบน้ำรวมกว่า 46,643 ลูกบาศก์เมตร และเครื่องจักรอื่น ๆ อีก 10 หน่วย

ขณะที่ตั้งแต่เริ่มการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม-19 กรกฎาคม 2569 กรมชลประทานเข้าช่วยเหลือสะสมแล้ว 40 จังหวัด ใช้เครื่องจักรรวม 397 หน่วย แบ่งเป็นเครื่องสูบน้ำ 317 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 1 คัน เครื่องผลักดันน้ำ 4 เครื่อง และเครื่องจักรอื่น ๆ อีก 75 หน่วย เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

SWOC ติดตาม 24 ชั่วโมง ปรับแผนตามฝน-น้ำจริง

กรมชลประทานย้ำว่า แม้ปริมาณน้ำต้นทุนในปีนี้ยังต่ำกว่าปีก่อน แต่ได้บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยติดตามสถานการณ์ฝน ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และสภาพน้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ

การทำงานจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด เพียงพอต่อการใช้งานในทุกภาคส่วน และลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝน

ภาพรวมสถานการณ์น้ำปีนี้จึงยังอยู่ในภาวะที่ต้อง “ระวังทั้งสองด้าน” คือไม่ประมาทกับฝนที่อาจตกหนักเฉพาะพื้นที่ และไม่วางใจว่าน้ำต้นทุนจะเพียงพอจนกว่าจะผ่านช่วงเติมน้ำหลักของฤดูฝน เพราะแม้ฝนเริ่มดีขึ้น แต่อ่างเก็บน้ำทั้งประเทศยังต้องการน้ำเพิ่ม เพื่อสร้างหลักประกันสำหรับฤดูแล้งรอบถัดไป