“หมอชลน่าน” หัวหน้าใหม่เพื่อไทย ดึงตระกูล “ชินวัตร” ขึ้นบนดิน
สัมภาษณ์พิเศษ ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ
“ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน กลายเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนที่ 7 รับไม้ต่อจาก “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ประกาศลาออกกลางเวทีประชุมใหญ่สามัญ ประกาศ disrupt คนรุ่นเก่า เก็บเข้ากรุ ดึงคนรุ่นกลาง รุ่นใหม่ เข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค 23 คน
พร้อมการตั้ง “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของพี่โทนี่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี รับหน้าที่เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม
“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “นพ.ชลน่าน” ถึงการวางโครงสร้างใหม่ การบริหารพรรคในยุคที่เขาเป็นหัวหน้าพรรค
ภารกิจที่แท้จริงของคณะที่ปรึกษาซึ่งมีลูกสาวของ “ทักษิณ” เป็นประธานคืออะไร
การเปิดตัวพร้อมกับ “แพทองธาร” จะบดบังความเป็นหัวหน้าพรรคของเขาหรือไม่ และวิธีที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์จะทำอย่างไร…
Q : รู้สึกหนักใจไหมที่จะต้องแบกภาระนำพาพรรคเพื่อไทยนับจากนี้
ไม่หนักใจ เพราะภาระที่ได้รับมอบเป็นภาพของการให้โอกาส มีการเปลี่ยนแปลง จากผู้ใหญ่ที่เคยทำงาน เมื่อเขามอบโอกาสมา รุ่นผมก็พร้อมที่จะทำ เพราะเราทำงานด้านนี้มานานพอสมควร เรามั่นใจเชิงระบบพรรค มั่นใจการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยได้รับความนิยมจากประชาชนอยู่แล้ว
Q : ทำไมถึงถูกเลือกมาเป็นหัวหน้าพรรค แล้วจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองเป็นอย่างไร
ตอบยากนิดหนึ่ง มันอาจเป็นจังหวะ เป็นโอกาส เป็นความเหมาะสมของห้วงเวลา ถ้าคณะผู้บริหารมองว่าจะต้อง disrupt พรรค เพื่อพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลง ก็ต้องมองมิตินี้ว่า คณะทำงานชุดใหม่ที่มาทำงานสานต่อจะต้อง rebrand restructure กลไกการทำงานทั้งหมด
ในพรรคมีคนมีความรู้ความสามารถเยอะ โดยเฉพาะรุ่นเดียวกัน ถ้าถามว่าคนรุ่นผม พร้อมทำงานด้านนี้ไหม เชื่อมั่นว่าทุกคนตอบว่าพร้อมที่จะเข้ามาทำงาน จึงเป็นจังหวะและโอกาส
และเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่า พรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุด ที่ไม่มี ส.ส.เป็นรัฐมนตรี เป็นประธานสภา จะต้องมีหัวหน้าพรรคเป็นผู้นำฝ่ายค้าน อาจเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่มีการตัดสินใจเลือก ส.ส.เข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าพรรค
รวมถึงการเชื่อมต่อ หาจุดเชื่อมต่อระหว่างประสบการณ์ในอดีตที่เรามีประสบการณ์ที่เข้มแข็ง ที่เป็นที่ยอมรับ ปัจจุบันที่เรากำลังทำอยู่และจะเชื่อมต่อไปในอนาคตได้อย่างไร เชื่อว่าคณะผู้บริหารมองว่าจุดเชื่อมต่อตรงนี้จะลงตัวอย่างไร จึงทำให้มีโอกาสเป็นหัวหน้าพรรค
Q : เป็นเพราะเข้าไปเชื่อมต่อคนรุ่นใหม่ในโซเชียลมีเดีย ถูกยกให้เป็นดาวสภาฝ่ายค้านด้วยหรือไม่
ก็อาจจะมีผล เพราะจุดที่สำคัญสุดในการเปลี่ยนแปลงคือรองรับนวัตกรรม หรือคนรุ่นใหม่ เราจะปฏิเสธคนรุ่นใหม่ไม่ได้ ขณะเดียวกัน เราก็ปฏิเสธคนรุ่นเดิม ๆ ไม่ได้
Q : ทิศทางโครงสร้างการทำงานในยุคหัวหน้าพรรคชื่อ นพ.ชลน่านเป็นอย่างไร
โครงสร้างการทำงานเห็นชัด คณะกรรมการบริหารพรรค 23 คน ที่ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรค ล้วนเป็นคนรุ่นผม และคนรุ่นหนุ่มสาวลงไป คนรุ่นที่มีประสบการณ์อาวุโสถอยฉากออกมาหมด จากคณะกรรมการบริหารที่เป็นองค์กรขับเคลื่อนหลัก แล้วมอบภารกิจให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นแกนกลางหลัก
ขณะที่คนที่มีประสบการณ์ เป็นอดีตคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค ถอยฉากมาอยู่คณะกรรมการอีกคณะหนึ่ง เป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางทางการเมือง ซึ่งเป็นขุมกำลังและมันสมองของคนในอดีต คนรุ่นปัจจุบันที่มีความคิดความอ่านที่ไม่ล้าสมัย แม้คนเหล่านี้เป็นคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์เป็นหลัก แต่ความคิดเขายังทันสมัยอยู่ รู้เท่าทันเทคโนโลยี จะเป็นคนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และทิศทางทางการเมืองของพรรค
และอีกจุดหนึ่งที่จะมีภาพชัดที่เป็นนวัตกรรมทางการเมืองแบบใหม่คือคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ซึ่งนวัตกรรมทางการเมืองแบบใหม่ที่คนคิดไม่ถึง เป็นภาพที่ปรึกษาของพรรคไม่ใช่ตัวบุคคล เรามีเป้าหมาย 2 อย่าง หนึ่งเราจะใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับเราผ่านกระบวนการของพรรคการเมือง
และเป็นภาพที่เรามองเห็นว่าการเชื่อมเอาคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง เป็นเรื่องสำคัญ เพราะกระแสคนรุ่นใหม่สนใจการเมืองเยอะมาก และสนใจภายใต้การสื่อสารทางการเมือง ที่ใช้ได้ผลที่สุดคือโซเชียลมีเดีย
ถ้าเราไม่ปรับตัวไปรองรับจุดนี้ พรรคเราอาจถูก disrupt จากฐานคะแนน ไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นใหม่ แต่ฐานคะแนนดั้งเดิมที่เรามีอยู่ขณะนี้จะถูกเจาะไปด้วย เพราะคนรุ่นใหม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพ่อแม่เขามาก เพราะพ่อแม่ส่งลูกมาเรียนหนังสือ มาทำงาน เป็นคนชั้นกลาง เพียงแต่ได้รับโทรศัพท์จากลูกให้เลือกเบอร์นี้นะ พ่อแม่ก็ตัดสินใจ
มันส่งผลต่อฐานการเมืองที่เรามีอยู่ ดังนั้น เป็นเรื่องจำเป็นที่พรรคเพื่อไทยต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับเรา
การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ ขายอุดมการณ์ ขายนโยบาย ขายความคิดความอ่านธรรมดาไม่ค่อยได้ผล ได้ผลน้อยมาก และไม่ยั่งยืน สิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์และได้ผลที่สุดคือ ขายเรื่องการมีส่วนร่วมทางนวัตกรรมให้เขามีส่วนร่วมทางนวัตกรรมจริง ๆ
เช่น นวัตกรรมด้านการศึกษา ซึ่งสะท้อนชีวิตเขาอยู่แล้ว ช่วยคิด ช่วยทำ และนำความคิดเขาเป็นนโยบาย และสะท้อนกลับมาให้เขา หรือเรามีนวัตกรรมด้านการศึกษาที่ดี ๆ ที่มีการศึกษาค้นคว้าไว้หมดแล้ว นำมาเป็นนโยบายแล้วผลักเข้าสู่เขา นวัตกรรมเทคโนโลยี
ขณะนี้มีช่องว่างระหว่างคนหลายรุ่น โดยเฉพาะคนดั้งเดิมในชนบทกับคนรุ่นใหม่ การเข้าถึงแตกต่างกันมาก ถ้าเรานำนวัตกรรมเหล่านี้มาเชื่อมต่อให้และสร้างนโยบายให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ ก็จะเป็นการเปิดการสื่อสาร ใช้คนกลุ่มนี้ที่เรียกว่า อินฟลูเอนเซอร์ เป็นผู้ที่มีอิทธิพลในการสื่อสารลงไป
และที่เห็นจับต้องได้เป็นรูปธรรมที่สุดคือ ที่คุณแพทองธารพูดคือ soft power เรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ innovative economy สำคัญมาก เพราะมีผลต่อการใช้ชีวิตของเขา และจะเป็นอาชีพของคนรุ่นใหม่เป็นส่วนใหญ่ จะอาศัยให้คนเข้ามาจับต้องได้แบบจริง ๆ มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย มีส่วนร่วมในการรับประโยชน์จากสิ่งที่เขาคิดเขาอ่าน เรามั่นใจมากที่จะเจาะคนรุ่นใหม่ได้
ขายอุดมการณ์อย่างเดียวลำบาก พอคนรุ่นใหม่เห็นอย่างนี้ คำว่าประชาธิปไตยที่กินได้จะเกิด ที่เราพยายามขายมาตลอดคือ ประชาธิปไตยที่กินได้ นำมาเป็นนโยบาย และผลักให้เขาจับต้องได้ รับประโยชน์ได้
Q : หน้าที่ของคุณแพทองธารในพรรคเพื่อไทยคืออะไร
คุณอุ๊งอิ๊งเป็นประธานคณะที่ปรึกษา ในคณะก็จะมีคนรุ่นใหม่เข้ามารวมกลุ่มกัน ตั้งแต่ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมการกระทำ นำไปสู่การปฏิบัติผ่านองค์กรทางการเมือง เมื่อเขาได้แนวทางของกระบวนการการคิด กระบวนการนำสู่การปฏิบัติแล้ว ตัวคณะที่ปรึกษาผลักด้วยตัวเองไม่ได้ ไม่มีอำนาจทางกฎหมายรองรับ ก็จะส่งมาให้พรรคการเมืองซึ่งผมรับผิดชอบอยู่
จะมี 2 ทางจากคนรุ่นก่อน และรุ่นใหม่เข้ามา ประมวลรวม จะขับเคลื่อนนโยบายอย่างไร ที่จะเอาสิ่งที่คณะที่ปรึกษาได้เห็นภาพ ได้นำเสนอมุม เข้ามาที่พรรคการเมือง นำไปสู่แรงผลักของพรรคการเมือง สู่กลุ่มเป้าหมายคือคนรุ่นใหม่ เป็นการดึงอนาคตมาทำในปัจจุบัน
การกำหนดนโยบายพรรคการเมืองที่เราบอกว่า ที่ชีวิตใหม่ที่ดีกว่ามาทำในปัจจุบัน ให้ประชาชนเห็นภาพและผลักเป็นนโยบาย นำมาสู่การปฏิบัติให้เกิดขึ้นในอนาคต การเมืองรุ่นใหม่จะเป็นอย่างนั้น ถ้ามัวแต่ไปยึดติดอุดมการณ์ขายฝัน มันไปไม่ได้ในยุคนี้
“จริงอยู่ต้องมีอุดมการณ์ แต่ต้องแปลงอุดมการณ์นั้นมาเป็นนโยบาย นโยบายนั้นต้องแปลงสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้ ถ้าเป็นอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง”
Q : จะสร้างบารมีในฐานะหัวหน้าพรรคได้อย่างไร เมื่อเปิดตัวพร้อมกับคุณแพทองธาร ในฐานะลูกสาวของคุณทักษิณ
มีคนถามผมเรื่องนี้เยอะ ลักษณะแบบนี้จะถูกบดบังจากคณะที่ปรึกษาชุดนี้ไหม หรือเป็นหัวหน้าพรรคแค่ชั่วคราว หุ่นเชิดอะไรต่าง ๆ อันนั้นเป็นมุมมองที่มองได้ ไม่ได้แปลกอะไร แต่สิ่งที่วางโครงสร้างอย่างนี้ คณะที่ปรึกษาไม่มีอำนาจบริหาร ผมมีอำนาจบริหารที่ชอบด้วยกฎหมาย
คณะยุทธศาสตร์และทิศทางทางการเมืองเป็นคณะทำงานที่ถูกแต่งตั้งด้วยข้อบังคับพรรค แต่มุมการบริหารพรรค การผลักดันนโยบายโดยชอบ อยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค การวางโครงสร้างแบบนี้ถ้าขาดจุดใดจุดหนึ่งไม่มีผลสำเร็จ ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ 3 ขาต้องเดินไปด้วยกัน
จึงไม่ใช่การที่มาบดบัง แต่จะเป็นแรงบวก แรงผลักที่ยิ่งใหญ่มาก ถ้าคนกลุ่มตรงกลางทำหน้าที่เป็น ส่งเสริมเต็มที่แล้วผลักเต็มที่ แกนกลางขับเคลื่อนทั้ง 3 ด้านทำเต็มที่ ผลงานเกิด ก็ได้ประโยชน์ทั้ง 3 กลุ่ม และสิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนได้
ผมไม่ได้ติดใจว่าคณะที่ปรึกษาทำงานแล้วผลงานดี เพราะทำในนามพรรคเพื่อไทย ใครเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย…ก็คือผม มันเป็นคำตอบอยู่ในตัว ที่บอกว่าจะมาบดบังครอบงำไหม แต่ผมมองว่าเป็นมุมบวก
“ผมนั่งมองคุณอุ๊งอิ๊งบนเวที มองด้วยความรู้สึกขนลุก และมีแรงฮึดแรงผลักมากว่า นี่ไง…เครื่องมือการทำงานของพรรคเพื่อไทย ที่จะเชื่อมต่อรุ่นสู่รุ่นสู่อนาคต”
Q : ได้คุยกับคุณทักษิณบ้างไหม
ไม่ได้คุยเลย ได้รับประสานแจ้งจากผู้ใหญ่จากประเทศเรา ก่อนการประชุมสามัญใหญ่ประจำปีของพรรคไม่กี่วัน
Q : เส้นทางของ นพ.ชลน่าน จะนำพรรคไปถึงวันเลือกตั้งไหม หรือจะมีเปลี่ยนแปลงใหม่อีกรอบ
เป็นภารกิจแรกที่ต้องทำในนามคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค ที่ต้องเตรียมองคาพยพทุกอย่างเพื่อนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่การเลือกตั้ง และเป้าหมายที่ประกาศว่าถ้าเรามีโอกาสทำให้ประชาชนในอนาคตมีชีวิตที่ดีกว่า เราต้องได้รับเสียงจากประชาชนแลนด์สไลด์ จึงบอกว่า พรุ่งนี้เพื่อไทยแลนด์สไลด์ จึงต้องขับเคลื่อนให้ถึง
เมื่อวางอย่างนี้ ทุกโครงสร้างก็ทำงานอย่างเต็มที่ โอกาสการเปลี่ยนแปลงในเร็ว ๆ นี้ไม่น่าจะมี เพราะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรคไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะต้องมีการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่พรรค จริงอยู่ที่สามารถจัดประชุมวิสามัญได้ แต่จะทำให้พรรคเสียเวลา
เรื่องหนึ่งที่พรรคเลือกผมเข้ามาทำหน้าที่ เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ถ้าช้ากว่านี้ก็จะช้า ยกเว้นว่าผมเข้ามาแล้วทำอะไรไม่ได้เลย ไม่มีศักยภาพพอ ก็มีความชอบที่จะเปลี่ยน เพื่อพรรค เพื่อประชาชน
Q : วัฒนธรรมของพรรคเพื่อไทย คนที่เป็นหัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ต่างจากพรรคอื่น
มันขึ้นกับหลักการและการปฏิบัติของแต่ละพรรค เพราะไม่ได้บังคับไว้ในกฎหมาย แต่เดิมรัฐธรรมนูญไม่ได้บังคับ ไม่เขียนให้พรรคการเมืองเสนอชื่อคนที่จะมาเป็นนายกฯ เหมือนรัฐธรรมนูญ 2560 ระบบเดิมในรัฐธรรมนูญ 2540 ให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ต้องเป็นหัวหน้าพรรค และหัวหน้าพรรคเท่านั้นต้องเป็นนายกฯ ดังนั้น นายกฯจึงเป็น ส.ส. หลังรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่บังคับ จึงเป็นใครก็ได้
รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่บังคับให้นายกฯต้องเป็น ส.ส.หรือหัวหน้าพรรค แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ยิ่งแย่ไปใหญ่เลย เอาคนนอกมาเป็นนายกฯยังได้เลย
พรรคเพื่อไทยวางหลักไว้ คนที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค ถือปฏิบัติอย่างนี้มา แต่ไม่ได้ห้ามว่า ห้ามคนเป็นหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่มีข้อห้ามเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับบริบทขณะนั้น ๆ ความเหมาะสม โอกาสหลายอย่าง ไม่ใช่หลักตายตัว
Q : คุณแพทองธารเหมาะสมที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทยไหม
คุณอุ๊งอิ๊งประกาศบนเวทีชัดว่าขณะนี้ไม่ใช่ ท่านบอกว่าไม่อยากเป็นนักการเมือง ที่เข้ามาก็ไม่ใช่นักการเมือง แต่มาช่วยในฐานะประธานคณะที่ปรึกษา ตั้งใจจะมาเชื่อมต่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ เพราะมุมที่ท่านเจอ ท่านพบ มีประสบการณ์และองค์ความรู้อยู่เยอะมาก ที่จะมาสานต่อ เชื่อมสู่คนรุ่นใหม่ ท่านบอกว่าท่านอยากทำอย่างนั้น
ส่วนคุณอุ๊งอิ๊งมีความเหมาะสมจะเป็นแคนดิเดตนายกฯไหม ถ้าบอกว่าขณะนี้ยังไม่ใช่ ก็คือยังไม่ใช่ เพราะเจ้าตัวประกาศชัด แต่อนาคตเป็นเรื่องของอนาคต ไม่มีข้อห้ามใด ๆ ยิ่งคุณอุ๊งอิ๊งมานั่งประธานคณะที่ปรึกษา แล้วผลงานเป็นที่ประจักษ์ คนรุ่นใหม่ชอบ และได้รับประโยชน์จากตรงนี้มาก
เกิดมีเสียงเรียกร้องว่า อยากเสนอคุณอุ๊งอิ๊งเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในนามพรรคเพื่อไทย ถ้าหากรัฐธรรมนูญยังไม่ถูกแก้ รัฐธรรมนูญยังเขียนอย่างนี้อยู่ และมีแรงผลักจากประชาชน มันเป็นความชอบธรรมที่จะเสนอชื่อคุณอุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯได้
Q : ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยถูกมองเป็นพรรคครอบครัว ในนามหัวหน้าพรรคจะสลัดภาพนี้อย่างไรหลังจากการปรากฏตัวของคุณแพทองธาร
ปรากฏการณ์ครั้งนี้คือการแก้โจทย์ พรรคเลือกผมจาก ส.ส.ธรรมดาคนหนึ่ง ที่ทำงานกับพรรคมา และครั้งนี้ได้รับการโปรโมต ส่งเสริมให้เป็นหัวหน้าพรรค นี่คือคำตอบที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคครอบครัว ยืนยันด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ เพราะชลน่าน ศรีแก้ว เข้ามาเป็น ส.ส.เมื่อปี 2544 เป็น ส.ส.นกแล ขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยได้
ส.ส.ทุกคนในพรรคทุกคน เริ่มมองเห็นโอกาส เห็นอนาคตแล้ว ถ้าฉันทำแล้วสามารถเข้าไปอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ ฉันควรทำ นี่คือการวางฐานของการแก้ประเด็นที่ทุกคนมองว่าเป็นจุดอ่อนเรื่องพรรคครอบครัวได้ในตัวมัน
คณะผู้บริหารที่ขึ้นมา เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลายมาก ไม่มีความข้องเกี่ยวกับตระกูลชินวัตรใด ๆ เลย ยืนยัน…ใช่ครอบครัวไหมล่ะ และผมได้คุยกับ ส.ส.รุ่นใหม่หลายคน เขาบอกว่า เขาสบายใจในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย และถูกกล่าวหาตลอดว่าเราอยู่ในพรรคครอบครัว อันนี้เป็นหลักฐานชัดว่าไม่ใช่พรรคครอบครัว
และเขามีแรงบันดาลใจว่าทุกคนสามารถขึ้นสู่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ ถ้าเป็นคนมีความรู้ ความสามารถ ได้รับการยอมรับ ได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ เรื่องพรรคครอบครัวตัดออกไปได้เลยเชิงโครงสร้าง
ส่วนเรื่องกิจกรรมของการทำงาน การที่เอาคุณอุ๊งอิ๊งขึ้นมายืนเป็น position ให้เห็นชัด เหมือนเป็นการเอาหวยใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน ถ้าไม่วางตำแหน่งอย่างนี้ก็เหมือนกับถูกกล่าวหาว่าอยู่ใต้ดินตลอด คุณอุ๊งอิ๊ง ในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง จริงอยู่ที่เกิดในตระกูลชินวัตร จริงอยู่ที่พรรคไทยรักไทยถูกท่านนายกฯทักษิณเป็นผู้ตั้งพรรค
ดังนั้น ความชอบธรรมที่คนในตระกูลชินวัตรจะมาเป็นส่วนหนึ่งของพรรค เป็นสมาชิกพรรค โดยชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถทำอะไรในพรรคได้ตามกฎหมายกำหนด โครงสร้างและกิจกรรมที่ทำจะเป็นตัวแบ่งว่าไม่มีการครอบงำ ชี้นำ เมื่อสังคมรับรู้ เปิดเผย ตรวจสอบได้ จะบอกว่าเป็นการชี้นำของครอบครัวได้อย่างไร
และการที่คุณอุ๊งอิ๊งเอาประสบการณ์ที่คุณพ่อเขาถ่ายทอด มาเป็นประโยชน์กับประชาชนผ่านกลไกพรรคการเมืองที่ชอบด้วยกฎหมาย จะถูกกล่าวหาว่าครอบงำได้อย่างไร เมื่อประชาชนเลือก ได้รับอาณัติก็ขับเคลื่อนต่อ ชอบด้วยกฎหมาย แค่ 2 อย่างนี้ก็บอกได้แล้วว่าไม่เกี่ยวกับพรรคครอบครัว
Q : ทำอย่างไรให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์
ต้องมีเป้าหมาย เมื่อมีเป้าหมายก็ต้องมียุทธศาสตร์ของการเข้าสู่เป้าหมายต้องชัด โครงสร้างที่วางไว้เป็นแรงผลักสู่ความสำเร็จ เมื่อวางโครงสร้างองค์กรการทำงานไว้แบบนี้ การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย การสื่อสารทางการเมืองที่จะมาเลือกเราอย่างแลนด์สไลด์ ล้วนเป็นยุทธศาสตร์ที่นำมาสู่การทำหน้าที่การจัดการ เรื่องเหล่านี้ต้องเข้ามาสู่กระบวนการร่วมคิดร่วมทำ หลังจากนั้นก็มุ่งสู่การปฏิบัติ
ถ้าเรานำเรื่องที่เราวางไว้ทั้งหมด ทั้งเป้าหมายในอนาคต นโยบายที่จับต้องได้ กินได้ สิ่งที่เรานำเสนอบนเวทีการประชุมใหญ่พรรคคือสิ่งที่เราแสดงให้เห็นว่าจับต้องได้ เราจะใช้ตรงนั้นเป็นจุดขาย การจะขายได้ต้องอาศัยช่องทาง การเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ก็จะเป็นการขาย หรือขยายสิ่งที่เราบอกกับประชาชนให้ทั่วถึง
การสื่อสารทางการเมืองต้องทั่วถึง คนของเราที่ยึดครองพื้นที่อยู่ วางฐานรากให้เข้มแข็ง การสื่อสารทางการเมืองที่มีผลที่สุดคือบุคคล และโซเชียลมีเดีย ทั้งทางบก บนดิน ใต้ดิน ต้องครบเครื่อง วางเป้าว่าแลนด์สไลด์ เราต้องส่งผู้สมัครทั้ง 400 เขต และแต่ละเขตต้องเข้มแข็งเชิงยุทธศาสตร์การทำงาน
รัฐธรรมนูญบัตร 2 ใบเป็นโอกาสของเรา เพราะแยกชัด ถ้าแลนด์สไลด์ หาเสียงกับประชาชน บอกกล่าวกับประชาชนง่าย ถ้าต้องการชีวิตใหม่ที่ดีกว่า อนาคตใหม่ที่ดีกว่า และสิ่งที่เราเสนอเป็นสิ่งที่ตอบคำถาม ท่านก็พาพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ ก็มีโอกาส เพราะวิธีคิดคะแนนบัญชีรายชื่อ ถ้าได้เป็นสัดส่วนก็มีโอกาสมาเติมเต็มแลนด์สไลด์ได้ เราขอให้เกินกึ่งหนึ่งขึ้นไป เพื่อไม่ให้กลไกที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญมาบิดเบี้ยว