เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยคม ตั้ง CEO ใหม่ “ปฐมภพ” ลาออกกรรมการ
Business ไทยคม ตั้ง CEO ใหม่ “ปฐมภพ” ลาออกกรรมการ
อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
News อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
Real Estate แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
News ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
Finance YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
Finance คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
Finance ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
Finance ‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
Economic กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
ดูทั้งหมด

ราคาน้ำมันดัน “เงินเฟ้อ” พุ่ง วิเคราะห์ 3 ปัจจัยตัวแปร

10 พ.ย. 2564 | 19:15น.
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ตลอดเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ราคาก๊าซธรรมชาติ กับราคาน้ำมันดิบ ถีบตัวสูงขึ้นเดือนเดียวสูงถึง 14%

ถ้ามองเฉพาะราคาน้ำมันเทียบกับตอนต้นปี ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างน้อย 63.5% แล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลง ตรงกันข้ามกลับยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี เพราะดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะที่ซัพพลายยังมีอยู่จำกัด

ราคาน้ำมันดิบดับเบิลยูทีไอขึ้นไปอยู่ที่ 82.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ 83.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แน่นอนว่าระดับราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลผูกพันต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก เพราะส่งผลโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่หลายประเทศเริ่มต้นเปิดประเทศหลังวิกฤตโควิดผ่อนคลาย การเดินทางเพิ่มมากขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ การผลิตก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่ถูก “อั้น” ไว้ตลอดปีที่ผ่านมา

กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะจำกัดจำเขี่ยของพลังงานแทบทุกอย่าง ทั้ง ก๊าซธรรมชาติ, ถ่านหิน และน้ำมันดิบ ทางหนึ่งเนื่องจากแหล่งสำรองพลังงานไม่ได้ถูกเติมให้เต็มตามที่ควรจะเป็นในท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด ที่การเคลื่อนไหวถูกจำกัด ในอีกทางหนึ่งการขาดแคลนแรงงานที่จำเป็น อย่างเช่น คนขับรถบรรทุก ฯลฯ ทำให้ ภาคพื้นยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหราชอาณาจักร และอีกบางพื้นที่ในเอเชีย ย่างก้าวเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวและหน้าเทศกาลประจำปี โดยที่ปริมาณพลังงานสำรองมีอยู่ต่ำกว่าระดับปกติอยู่มาก

ภาวะแล้งจัดในภูมิภาคอเมริกาใต้ ยิ่งทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นไปอีก เนื่องจากไม่สามารถผลิตพลังงานจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้ตามปกติ ต้องหันมาอาศัย ถ่านหิน และ ก๊าซธรรมชาติ ในการผลิตไฟฟ้า ที่ต้องเพิ่มขึ้นตามความต้องการ กลายเป็นการแย่งชิง ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ กับหลายประเทศในเอเชีย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ราคาที่พุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ

ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงพลังงานชี้ว่า ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอนาคตอันใกล้จะพุ่งขึ้นไปขนาดไหน ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย หนึ่งคือ หน้าหนาวในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ปีนี้หนักหนาสาหัสแค่ไหน ยิ่งหนาวหนักก็จะกลายเป็นปัจจัยดันให้ราคาพลังงานสูงขึ้นไปตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ปัจจัยถัดมาก็คือ “โอเปคพลัส” จะเปลี่ยนแปลงนโยบายค่อย ๆ เพิ่มปริมาณการผลิตหรือไม่ และ ผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐอเมริกา จะหันมาเพิ่มผลผลิตของตนหรือไม่ จนถึงขณะนี้ทั้งสองปัจจัยยังไม่เปลี่ยนแปลง

ประเด็นสุดท้าย ที่เป็นแรงกดดันต่อภาคพื้นยุโรปเป็นพิเศษก็คือ ความพยายามของ “รัสเซีย” ที่ต้องการใช้วิกฤตพลังงานหนนี้เป็นเครื่องมือให้ชาติในยุโรปรับรอง ท่อลำเลียงน้ำมัน “นอร์ดสตรีม 2” ของตนเอง เรื่องนี้จะลงเอยด้วยการทำให้ยุโรป ได้รับพลังงานเพิ่มจากรัสเซียหรือต้องหันมาช่วงชิงกับชาติอื่น ๆ ในตลาดโลกอีกครั้งก็ยังเป็นเงื่อนปมอยู่ดี

ราคาน้ำมันและก๊าซที่สูงขึ้นนั้นชัดเจนว่า ส่งผลโดยตรงต่อ “อัตราเงินเฟ้อ” เพราะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่ม ราคาการขนส่งเพิ่ม ผู้ผลิตก็จะเริ่มขึ้นราคาตามไปด้วย

แต่นอกจากอัตราเงินเฟ้อแล้ว การที่ราคาพลังงานสูงขึ้น ทำให้ “กำลังซื้อ” ของผู้บริโภคหดตัวลงตามไปด้วย ทำให้ผู้บริโภคใช้เงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ในทำนองเดียวกันกับที่ทำให้ กำไรของบริษัทลดน้อยลง จนทำให้ไม่สามารถเพิ่มเงินค่าแรงให้กับคนงานได้ กำลังซื้อของคนงานก็ลดลงตามไปด้วย

ยิ่งกำลังซื้อของแรงงานและผู้บริโภคโดยรวมลดลงมากเท่าใด ก็จะลดการบริโภค การจับจ่ายใช้สอยของตนลงมากเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลงตามไปด้วย สุดท้ายก็จะกลายสภาพเป็นความชะงักงันของเศรษฐกิจโดยรวม หนัก ๆ เข้า เศรษฐกิจก็จะเข้าสู่ “ภาวะถดถอย” ในที่สุด

ในทางเศรษฐศาสตร์ เรียกสถานการณ์ทำนองนี้ว่า “สแตกเฟลชัน” (Stagflation) ที่หมายถึงสภาวะเงินเฟ้อสูง แต่แทนที่จะทำให้การผลิตขยายตัว กลับทำให้เศรษฐกิจหดตัว หรือชะงักงันไปพร้อม ๆ กัน

นักเศรษฐศาสตร์บางคนเตือนว่า สถานการณ์เช่นนี้อาจไม่จำกัดอยู่เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง ประเทศใดประเทศหนึ่ง หากแต่จะกลายเป็นพลวัตของเศรษฐกิจโลก แพร่ขยายเป็นวงกว้าง

เพราะฉะนั้น ต้องจับตามองกันให้ดี !

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ