เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
นครปฐม ขนทัพอาหารปลอดภัย 100 คูหา จัดงาน Food Safety ดันเศรษฐกิจครัวไทยสู่ครัวโลก
Biz Movement นครปฐม ขนทัพอาหารปลอดภัย 100 คูหา จัดงาน Food Safety ดันเศรษฐกิจครัวไทยสู่ครัวโลก
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
ดูทั้งหมด

กระตุ้นไม่ขึ้น ชะลอโปรโมชั่น เงินในกระเป๋าลด…แต่ของแพงยังขายได้-

29 พ.ย. 2560 | 07:00น.

จับกระแสตลาด

ต้องยอมรับว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจภาพใหญ่ที่ชี้วัดด้วยจีดีพี 3.5-4% (คาดการณ์ปี 2560) มีแรงขับเคลื่อนหลักอยู่ 3 ตัว นั่นคือ การนำเข้า-ส่งออก และการลงทุนจากภาครัฐ

แต่ในแง่การจับจ่ายใช้สอยภาคครัวเรือน การขยายตัวของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (เอฟเอ็มซีจี) ที่ติดลบรายเดือนมาตั้งแต่มิถุนายนปีก่อน ก็สะท้อนถึงกำลังซื้อภายในประเทศได้เป็นอย่างดี

“สมวลี ลิมป์รัชตามร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้จีดีพีปีนี้จะยังขยายตัว แต่หากมองลึกลงไปในรายละเอียดจะพบว่ากำลังซื้อภายในประเทศยังมีความท้าทายจากหนี้ครัวเรือน ความต่างกันอย่างมากของรายได้ประชากร (income gap) รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ อย่างการปรับภาษีเหล้าเบียร์ บุหรี่ ภาษีความหวาน การลดวงเงินบัตรเครดิต ฯลฯ ที่ล้วนเป็นมาตรการที่ดีในระยะยาว แต่ในระยะสั้นก็ทำให้กำลังซื้อ-การจับจ่ายใช้สอยหายไปบ้างเช่นกัน

“จากที่สินค้าอุปโภคบริโภคเคยโตได้ 5-8% ก็โตลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3-4% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งเริ่มติดลบต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แม้ช่วงเดือนกันยายนนี้จะเริ่มกระเตื้องขึ้นจากมู้ดที่เริ่มฟื้นตัว แต่ในเดือนตุลาคมที่ไม่ได้มีงานสังสรรค์รื่นเริงก็กระทบกลุ่มแอลกอฮอล์ที่ถือเป็นแคทิกอรี่ใหญ่ จึงดึงภาพรวมตลาดสินค้าเอฟเอ็มซีจีโดยรวมให้ลดลงไปด้วย”

กำลังซื้อที่ลดลง ทำให้ผู้คนกิน-ใช้น้อยลงตามจำนวนเงินที่มีอยู่ในกระเป๋า กระทบกับยอดขายของผู้ประกอบการโดยเฉพาะบริษัทใหญ่ข้ามชาติที่มีสินค้าในพอร์ตโฟลิโอค่อนข้างมาก ขณะที่บริษัทไซซ์กลาง-เล็กสามารถรักษาและสร้างการเติบโตของยอดขายได้ดีกว่า เพราะมีสินค้าที่ต้องโฟกัสน้อยกว่า รวมทั้งมีความคล่องตัวในการปรับแผนให้ทันกับสถานการณ์มากกว่าบริษัทใหญ่

อย่างไรก็ตาม การมีสินค้าใหม่ที่มีนวัตกรรมและมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดในเวลานี้ เพราะถ้ามีสินค้าที่ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ กลุ่มเป้าหมายก็พร้อมจ่าย เหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้ของแพงยังขายได้ และยังมีการเติบโตที่ดีในตอนนี้

“ทุกวันนี้คนออกมาซื้อของไม่บ่อย แต่ยอดซื้อต่อครั้งสูงขึ้น เพราะคนคำนึงถึงต้นทุนในการเดินทางมากขึ้น โดยจะนิยมเข้าร้านสะดวกซื้อ ไปช็อปปิ้งมอลล์กันมากขึ้น ต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ต-ไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ไปน้อยลง เพราะคนต้องการเรื่องความสะดวก รวมทั้งต้องการประสบการณ์ใหม่ในการช็อปปิ้งมากขึ้น”

และอีกสิ่งที่น่าสนใจ คือภาพความเคลื่อนไหวในการทำโปรโมชั่นของช่องทางขายหรือรีเทลเลอร์ ที่โดยปกติแล้วมักจะกระหน่ำทำกิจกรรมในช่วงเวลาที่กำลังซื้อไม่สดใสเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ทว่า ในปีนี้ “นีลเส็น” พบว่า จำนวนการทำโปรโมชั่นของเหล่าค่ายค้าปลีกลดลงจากปีก่อนประมาณ 12%

นั่นเป็นเพราะกระตุ้นอย่างไรคนก็ไม่มีเงินซื้อ ทำโปรโมชั่นไปก็ไม่ค่อยได้ผล และโปรโมชั่นที่ทำอยู่ก็ไม่ได้รุนแรงกว่าที่ผ่านมา เพราะต้องคำนึงถึงต้นทุนในการจัดกิจกรรมหรือโปรโมชั่นในแต่ละครั้งด้วย

ดังนั้น นอกจากการบริโภคของคนในประเทศ กำลังซื้อจากต่างประเทศทั้งแรงซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งการขยายตลาดไปในประเทศอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่ผู้ผลิต-ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม

เพราะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ปัจจุบันอยู่ที่ 35 ล้านคน โดย 1 ใน 3 เป็นนักท่องเที่ยวจากจีนที่ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีกมาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรจีนทั้งหมดที่เดินทางออกมาท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งคนจีนให้ความเชื่อมั่นคุณภาพสินค้าไทยเป็นอย่างดี การใช้สื่อออนไลน์ในการทำการตลาดจะเป็นอีกช่องทางสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า
กลุ่มนี้

ขณะที่การขยายตลาดไปยังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ต้องศึกษาสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ สินค้าที่มีโอกาส ช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า รวมทั้งรูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่น ในเวียดนามที่เศรษฐกิจยังเติบโตดี ดีมานด์ยังขยายตัว มีผลิตภัณฑ์นมเป็นกลุ่มสินค้าที่เติบโตโดดเด่น โดยที่ช่องทางขายกว่า 90% เป็นร้านโชห่วย,

ในฟิลิปปินส์ที่สินค้าเติบโตทุกแคทิกอรี่ ช่องทางใหญ่ยังคงเป็นโมเดิร์นเทรด แต่ในช่องทางเทรดิชั่นนอลเทรดมีการเติบโตที่ดีกว่า, ในเมียนมา เกือบ 100% เป็นร้านโชห่วย เศรษฐกิจเติบโตสูง

หรือในอินโดนีเซียที่มีจำนวนประชากรกว่า 240 ล้านคน แต่ก็มีความท้าทายจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะ

“จะเลือกเข้าไปที่ไหน เจ้าของสินค้าก็ควรพิจารณาว่าตัวเองถนัดสินค้าอะไร ช่องทางไหน รวมทั้งควรประเมินการขยายตัวของเมืองขนาดกลางที่จะมีดีมานด์ในพื้นที่เพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย เพื่อวางแผนการทำการตลาดให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่”

หลังผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ก็ได้เวลาเตรียมพร้อมรับกับโอกาสและความท้าทายที่รออยู่ในปีหน้า