เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
Economic “เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
Economic คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Economic สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
Tech Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
Economic ‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
Economic ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
Tech ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
Politics เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
Finance ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
ดูทั้งหมด

กุหลาบงาม ย่อมมีหนามแหลมคม

29 พ.ย. 2560 | 15:50น.

คนขายของ

ธุรกิจที่มีแววรุ่งโรจน์ย่อมเป็นที่สนใจของนักธุรกิจและนักลงทุน ยิ่งมีเรื่องราวและเหตุผลที่น่าสนใจประกอบด้วย ยิ่งทำให้เกิดเป็นกระแสในวงสังคม ทำให้มีคนสนใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “อุตสาหกรรมดาวรุ่ง” เป็นจำนวนมาก

เมื่อความรุ่งโรจน์ของอุตสาหกรรมดาวรุ่งถูกกล่าวถึงจนเป็นกระแสอาจทำให้นักธุรกิจหรือนักลงทุนบางคนบางกลุ่มที่ไม่ได้เข้าใจในธุรกิจอย่างถ่องแท้ ต้องการเข้ามามีส่วนร่วม “ขุดทอง” ครั้งนี้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่
ล้วนเล็งผลเลิศด้านเดียว และมองข้ามความเสี่ยงที่ซ่อนตัวอยู่ ดั่งเช่นนักเขียนชาวอเมริกัน Jessica Livington ได้เคยกล่าวไว้ว่า “นักลงทุนส่วนใหญ่ มักมีพฤติกรรมตามแห่ พวกเขาต้องการที่จะลงทุนเพราะ
เห็นคนอื่น ๆ กำลังลงทุนอยู่”

ในบทความนี้เราจะมาดูกรณีศึกษาของอุตสาหกรรมดาวรุ่งทั้งในอดีตและปัจจุบันเพื่อที่จะได้เห็นว่าในอุตสาหกรรมที่ คนส่วนใหญ่มองว่าจะกลายเป็นดาวรุ่ง ก็มีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระมัดระวังไม่น้อยเหมือนกัน

การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์นับตั้งแต่ Karl Benz เริ่มต้นการผลิตในช่วงปี 1888 ในประเทศเยอรมนี 5 ปีหลังจากนั้น บริษัทรถยนต์แห่งแรกของสหรัฐอเมริกาชื่อ Duryear Dragon ก็ได้ก่อกำเนิดขึ้น แต่เมื่อดูจากข้อมูลการผลิตรถยนต์ของอเมริกาในปี 1899-1901 เรากลับไม่พบว่า Duryear ติดใน TOP 5 ของผู้ผลิต อันดับหนึ่งกลายมาเป็นของแบรนด์ Columbia ด้วยยอดผลิต 1,500 คัน กินส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% ต่อจากนั้นอีก 10 ปี ตลาดรถยนต์ในอเมริกาโตขึ้นจากยอดขายปีละราว 2,000 คัน กลายมาเป็น 160,000 คันในปี 1911 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า แบรนด์ที่เป็นระดับ TOP 5 ของตลาดเมื่อสิบปีก่อนหน้านั้น ไม่มีใครเหลืออยู่เลย

ตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกายังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปี 1929 ยอดการผลิตรถยนต์สูงถึงราว 4 ล้านคัน มากกว่าช่วงปี 1911 ถึง 25 เท่าตัว ข้อมูลจากหนังสือ Hi-Tech: Auto Makers’ History Revisited ระบุว่าในช่วงปี 1922-1925 จำนวนผู้ผลิตรถยนต์ในอเมริกาลดลงจาก 175 ราย เหลือเพียง 70 ราย วิกิพีเดียได้ประเมินว่าในช่วงปี 1894-1930 จำนวนผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐเคยขึ้นไปสูงสุดถึง 1,800 ราย กลับมาดูในปัจจุบัน พบว่าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกันเหลือเพียง 3 บริษัทคือ GM FORD และ TESLA เท่านั้น

จากข้อมูลข้างต้นเราจะเห็นว่า ในช่วงที่อุตสาหกรรมมีการเติบโตอย่างมหาศาล จะก่อให้เกิดแรงดึงดูดผู้เล่นรายใหม่มากมายเข้ามาร่วมแข่งขันด้วย ผู้เริ่มก่อนไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้ชนะเสมอไป แม้แต่ผู้มีนวัตกรรมการผลิตที่โดดเด่นอย่าง FORD ที่สร้างส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 54% ในปี 1925 เพราะความสำเร็จของรถยนต์รุ่น Model T แต่ในอีก 30 ปีต่อมา FORD กลับเหลือส่วนแบ่งตลาดเพียง 25% เพราะผลิตภัณฑ์ของ GM เป็นที่นิยมของตลาดมากกว่า นอกจากนั้นในช่วงตลาดโตก้าวกระโดด ผู้ผลิตมักมองตลาดในแง่ดีมากเกินไป ในช่วงทศวรรษ 1920 ผู้ผลิตรถยนต์ประเมินว่า ตลาดรถยนต์ในสหรัฐจะโตจากราว 3 ล้านคันในปี 1925 ไปเป็น 6 ล้านคันในไม่ช้า แต่ในความเป็นจริงตัวเลขผลิต 6 ล้านคันต่อปีเกิดขึ้นในปี 1955 หรืออีก 30 ปีต่อมา

กลับมาในยุคปัจจุบัน ตอนนี้กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นที่ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก ทั้งภาครัฐในหลายประเทศ และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ล้วนให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเปลี่ยนโลกทั้งสิ้น ความนิยมของ EV ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ที่หลายคนคิดว่าอาจจะมาแทนปั๊มน้ำมันในอนาคต นั่นก็คือ “สถานีชาร์จ
ประจุไฟฟ้า” Navigant Research ได้รวบรวมรายชื่อผู้เล่นหลักของโลกในอุตสาหกรรมนี้ พบว่ามีอยู่ 12 บริษัท มีผู้เล่นรายใหญ่ 3 ราย หนึ่งในนั้นคือ The New Motion ซึ่งบริษัทน้ำมันเชลล์ได้ซื้อกิจการไปเมื่อ เร็ว ๆ นี้ The New Motion ก่อตั้งมาราว 7 ปี มีเครือข่ายที่กว้างขวางในยุโรป มีจุดชาร์จไฟฟ้ามากกว่า 30,000 จุด ใน 22 ประเทศ ในส่วนตัวเลขทางการเงินของบริษัท พบว่าบริษัทมีรายได้เพียง 15 ล้านเหรียญ และยังขาดทุนถึงเกือบ 5 ล้านเหรียญในปี 2016

ผมเชื่อว่า ด้วยความนิยมที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมากของ EV จะทำให้มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในตลาดสถานี ชาร์จประจุไฟฟ้าอย่างแน่นอน ใครจะเป็นผู้ชนะยังคงยากที่จะตัดสิน เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมนี้จะเปลี่ยนไปอีกไหม ? ผมก็ยังไม่แน่ใจ เมื่อก่อนแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถืออยู่ได้ราว 6 ชั่วโมง เดี๋ยวนี้อยู่ได้เป็นวัน เราคงได้เห็นอะไรที่เปลี่ยนไปอีกมาก เท่าที่ผมสังเกต Warren Buffett มักไม่ค่อยซื้อหุ้นของกิจการที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น เขาจะรอจนอุตสาหกรรมนั้น ๆ มีเสถียรภาพพอสมควรค่อยเข้าไปลงทุน อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้เขาลงทุนในธุรกิจสายการบินของสหรัฐ เพราะการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ ลดลง
อย่างมาก เหลือสายการบินหลัก ๆ แค่ 3 บริษัท อุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วในอัตราเร่งแบบ S-Curve อาจจะมียอดขายโตขึ้นได้มหาศาล แต่บริษัทจะทำกำไรได้แค่ไหน ? จะยืนสู้จนครองตลาดได้หรือไม่ ? คงต้องรอให้เวลาเป็นคนตอบคำถามที่สำคัญเหล่านี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นักลงทุน