“บิ๊กณัฐ” ขึ้นหม้อ ประวิตร มอบนั่งหัวหน้าคณะทำงานภูมิภาค 17 จังหวัด
“ประวิตร” มอบ พล.อ.ณัฐ นั่งหัวหน้าคณะทำงาน-กำกับ-ติดตามปฏิบัติราชการภูมิภาค 17 จังหวัด เคลื่อนนโยบาย “อยู่ดีกินดี”
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะทำงาน กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ได้จัดการประชุมคณะทำงานฯ เพื่อวางแผนและหารือการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายการทำงาน และนำไปสู่การปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม
โดยมีเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่และให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตตรวจราชการ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร รับผิดชอบ 4 เขตตรวจราชการ (1, 7, 13 และ 16) ครอบคลุม 17 จังหวัดทั่วประเทศ ให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืนต่อไป
พล.อ.ณัฐ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้มีความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ จึงกำชับคณะทำงาน ทุกเขตตรวจราชการให้มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ ในการตรวจ ติดตามการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาของประชาชน ให้ทั่วถึง และรวดเร็ว โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก ภายใต้การใช้งบประมาณอย่างประหยัด โปร่งใส คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร ได้แต่งตั้ง พล.อ.ณัฐ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะทำงานติดตาม และขับเคลื่อนนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน แทน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ
นอกจากนี้ พล.อ.ณัฐ ยังปรากฏตัวอยู่ในคณะทำงานของ พล.อ.ประวิตร ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการอีกหลายครั้งหลายจังหวัด จนถึงคาดหมายกันว่า พล.อ.ณัฐจะเข้าไปมีบทบาทสำคัญในพรรคพลังประชารัฐหลังจากนี้
สำหรับโปรไฟล์ของ พล.อ.ณัฐ ถือเป็น “ตท.20 คอนเนคชั่น” เนื่องจากจบจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 20 (ตท.20) รุ่นเดียวกับ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก
พล.อ.ณัฐ ยังได้รับความไว้วางให้ดำรงตำแหน่งสำคัญตั้งแต่ในยุค คสช. เพราะเป็น 1 ใน สมาชิก คสช. สมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) เป็นอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม-สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยตำแหน่ง นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการใน ศบค. และ ศบศ.