AIS ประกาศชัด! เสริมความแกร่งด้าน PLATFORMS และ SOLUTIONS ตอบโจทย์ยุคธุรกิจดิจิทัลสมบูรณ์แบบ
เทคโนโลยี 5G ไม่เพียงทำให้การแข่งขันบนสมรภูมิการติดต่อสื่อสารร้อนแรงขึ้น แต่อีกด้านถือเป็นมูฟเมนต์สำคัญในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเสริมขีดความสามารถการทำงานของภาคอุตสาหกรรมในหลายมิติ ทั้งภาคการผลิต โรงงานเครื่องจักร โซลูชัน หรือแม้แต่กระบวนการทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ ของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS (เอไอเอส) ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบเครือข่าย 5G ที่เร็วและแรงสุด ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมในการเชื่อมต่อการทำงานของภาคอุตสาหกรรม เสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลายทั้งในระดับนโยบายการขับเคลื่อนกับภาครัฐ และในระดับการพัฒนาโซลูชันด้านต่าง ๆ กับภาคเอกชน
และด้วยท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทาย เอไอเอสจึงจัดสัมมนาออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ “5G for Business is NOW” เพื่อสนับสนุนการก้าวสู่โลกธุรกิจยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมติดปีกภาคการผลิตและอุตสาหกรรมไทยให้สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะจาก AIS 5G ทั้งด้าน Platforms และ Solutions รวมทั้งการเสริมขีดความสามารถของธุรกิจในทุกมิติ
ผนึกกำลังพันธมิตร ขับเคลื่อน 5G Innovation Center

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส เปิดเผยว่า ด้วยการกำหนดเป้าหมายเรื่องการนำศักยภาพเครือข่าย 5G มาสร้างประโยชน์ให้ประเทศ เอไอเอสจึงเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถของเทคโนโลยีโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศในวันนี้ มีความสมบูรณ์และพร้อมให้บริการภาคอุตสาหกรรม รวมถึงยังช่วยส่งเสริมธุรกิจภาคอุตสาหกรรมให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
จากการเดินหน้าขับเคลื่อนพัฒนาโครงข่ายดังกล่าว เอไอเอสได้ยึดแนวทางการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์หลายหลากองค์กร เพื่อสร้างความสมบูรณ์ของระบบนิเวศดิจิทัล โดยเริ่มจากความพร้อมในระดับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศ ผ่านการร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) พัฒนา “5G Innovation Center” บนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายในพื้นที่ตั้งของ Thailand Digital Valley ซึ่งกำลังจะเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลแห่งใหม่ของภูมิภาค
“เอไอเอสได้นำเอาศักยภาพ 5G ที่ครอบคลุมแล้ว 100% ในพื้นที่ EEC มาเปิดโอกาสให้กลุ่มดิจิทัล เทค มาตอบรับต่อความต้องการจะทดสอบบริการเครือข่าย AIS 5G อันจะทำให้เกิดการลงทุนในธุรกิจดิจิทัล ควบคู่กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลเชิงพาณิชย์ ซึ่งเตรียมเปิดตัวในปี 2022”

ชู “5G Infrastructure” หนุนธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัลหน้าใหม่
นอกจากนี้ เอไอเอสยังผนึกกำลังร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผ่านแผนงานสนับสนุน 5G Infrastructure โดยเป็นสนามทดสอบ 5G (5G Testbeds) เพื่อเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิต รับการมาถึงของเทคโนโลยี 5G ที่ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยจะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของภาคอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) แห่งใหม่ในพื้นที่ EEC
ทั้งนี้ เอไอเอสยังทำงานร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมและสมาคมต่าง ๆ ที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ ต้องการกระตุ้นให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเห็นประโยชน์จากการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมสร้างและพัฒนาธุรกิจดิจิทัลของประเทศ อาทิ สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) สมาคมไทยไอโอที (TIoT)
เสริมความแกร่ง “Platforms และ Solutions”
เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาเศรษฐกิจยุคดิจิทัล เอไอเอสยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในด้าน Platforms และ Solutions ชั้นนำระดับโลกมากมาย รวมทั้งจับมือกับหน่วยงานระดับภูมิภาคหลายแห่ง เช่น สมาคมจีเอสเอ็ม (GSMA) ในการร่วมก่อตั้ง APAC 5G Industry Community, เครือข่าย 5GEC (5G Enterprise solution Consortium) เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อการทำงานและนำเสนอบริการที่สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ เอไอเอสได้ประกาศความพร้อมสำหรับการบริการต่าง ๆ ทั้งด้าน Platforms และ Solutions เพื่อรองรับผู้ใช้งานเครือข่าย 5G ด้วย 5 บริการพิเศษ ประกอบไปด้วย

- Multi-access Edge Computing หรือ MEC บริการที่นำศักยภาพการประมวลผล และการจัดการกับข้อมูลมาอยู่ใกล้กับผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดปริมาณการรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์กับระบบคลาวด์ อีกทั้งยังช่วยลดความหน่วง เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที โดยเป็นการบริการร่วมกันกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก ทั้ง Huawei, HPE, Microsoft และ ZTE และสามารถให้บริการได้แล้วใน 2 โมเดล คือ Shared MEC และ Dedicated MEC ที่จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

- 5G Private Network บริการเครือข่าย 5G ส่วนตัว สำหรับการใช้งานเฉพาะของแต่ละธุรกิจ และสามารถทำ Network Slicing ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะของ 5G ที่สามารถสร้างโครงข่ายส่วนบุคคลหลายเครือข่ายไว้ในที่เดียว และยังสามารถเชื่อมต่อภายในองค์กรได้อย่างเป็นส่วนตัว แม้จะใช้เครือข่ายแบบไร้สาย นอกจากนี้ ยังรองรับเป้าหมายเฉพาะที่ระบบต้องบรรลุ (use cases) ที่หลากหลายในสถานที่เดียวกัน โดย 5G Private Network จะบริการใน 3 รูปแบบ ได้แก่
- Virtual private network เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เครือข่ายต่าง ๆ แชร์กัน โดยสามารถให้บริการทุกพื้นที่ที่มีเครือข่าย 5G ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถทำ Network Slicing เพื่อรองรับ use cases ที่หลากหลายในสถานที่เดียวกันได้
- Zoning virtual private network เป็นการให้บริการในพื้นที่โซนเฉพาะเจาะจง เช่น พื้นที่ EEC เพื่อให้การรับส่งข้อมูลมีความคล่องตัวและมีความหน่วงในการทำงานต่ำ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง
- Dedicated private network เป็นการให้บริการผ่านการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายสำหรับแต่ละหน่วยงานโดยเฉพาะ ซึ่งโดดเด่นทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัวสูง อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการได้คล่องตัว และทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบและข้อมูลที่เก็บอยู่ได้อย่างรวดเร็ว

- Smart Manufacturing Solutions บริการที่พร้อมส่งมอบความหลากหลายมากที่สุดในไทย อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการผลิต การทำงานระยะไกลสำหรับอุตสาหกรรม ซึ่งผ่านการทำงานร่วมกับ Mitsubishi, Omron, TKK ซึ่งล่าสุดได้ร่วมกับ Schneider ผู้นำด้านโซลูชันการผลิตอัจฉริยะ ที่จะมาเสริมการทำงานภายใต้แพลตฟอร์ม EcoStruxture ประกอบไปด้วย 3 แอปพลิเคชัน ได้แก่ 1. Machine Advisor ซึ่งสามารถตรวจสอบลักษณะการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ, 2. Augmented Operator Advisor (AR) เทคโนโลยีในการดูข้อมูลต่าง ๆ และ 3. Secure Connect Advisor ให้คำแนะนำผู้ที่ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
- 5G IoT solutions กับ TCS บริการโซลูชันด้าน IoT ที่ช่วยตอบโจทย์ในการเสริมประสิทธิภาพด้านการผลิต การปรับปรุงและการตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ทำงานและพนักงาน การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงควบคุมต้นทุนในการผลิตที่ครอบคลุมในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ
- 5G Security Platform กับ Palo Alto Network และ Cisco การบริการ AIS Managed Secure Access Service Edge (SASE), AIS SD-WAN และบริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์อื่น ๆ รวมถึง AIS CSOC ระบบควบคุมแบบรวมศูนย์บนคลาวด์เพื่อตรวจจับและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ที่สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันด้านความปลอดภัยจากพันธมิตรชั้นนำได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ 5G ยังสามารถผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ AR, VR, AI ทำให้เกิดการใช้งานจริงในธุรกิจมากมาย เช่น การประยุกต์ใช้ 5G เพื่อสร้างความยั่งยืนและความปลอดภัยในการเป็น Smart Green Mining ของ SCG และการสร้าง use cases ในเครือข่ายภาคี Thailand A.I. University Consortium intelligent connectivity ในภาคการศึกษา เป็นต้น
“ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับการดำเนินธุรกิจให้เติบโต คือคู่ขนานสำคัญที่เอไอเอสพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเราพร้อมเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองของประเทศในการฟื้นฟูและสร้างการเติบโตร่วมกัน จากโครงข่ายอัจฉริยะ AIS 5G ที่มีขุมพลังความสามารถในการหนุนโลกธุรกิจให้ขับเคลื่อนไปสู่การเติบโตท่ามกลางการแข่งขันจากโลกใหม่ในปัจจุบันได้อย่างดีที่สุด” หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส ย้ำ
สำหรับผู้สนใจ สามารถติดตามและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก AIS Business ได้ที่เว็บไซต์ https://business.ais.co.th/5g/
หรือรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคลิป