เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
Tech ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
Finance กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
Politics ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
Finance ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
Real Estate ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
Biz Movement ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
Finance ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
Real Estate NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
Politics ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
ดูทั้งหมด

บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ : จุดยืน ประวิตร พปชร.-แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล

23 พ.ย. 2564 | 11:35น.
บัตร 2 ใบ พรรคร่วมรัฐบาล

รวมความคิดเห็น “แกนนำพรรรคร่วมรัฐบาล” ต่อรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ  100 คน 

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 46/2564 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ให้รัฐมนตรีแต่งกายชุดผ้าไทยแขนยาว โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน

หลังจากราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564 ให้ไว้ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับสนองพระบรมราชโองการ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 รัฐธรรมนูญนี้เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564”

มาตรา 2 รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศระบุว่า โดยที่มาตรา 83 และมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วย สมาชิกจำนวน 500 คน มีสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 350 คน สมาชิกซึ่งมาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง จำนวน 150 คน เป็นจำนวนที่ไม่สอดคล้องต่อจำนวนประชากรในแต่ละเขตเลือกตั้ง

หากมีการกำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมี จำนวน 400 คน ก็จะทำให้การดูแลปัญหาของประชาชนมีความใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และการคำนวณคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรมต่อพรรคการเมืองและต้องเคารพหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชน

การให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตย่อมทำให้ประชาชนได้ใช้เจตจำนงในการเลือกตั้งที่สอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564

ประชาชาติธุรกิจรวบรวมความเห็นแย้งและสนับสนุนแนวทางการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และการนับคะแนนแบบใหม่ จากแกนนำพรรรคร่วมรัฐบาลว่า มีความคิดเห็นอย่างไรต่อการเผยแพร่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564  ให้มีการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ  100 คน 

ประวิตร พปชร. “ไม่รู้” แล้วแต่ประชาชน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พรรคพลังประชารัฐ มีการประเมินภายในหรือไม่ ว่าได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้” สองใบก็ต้องสองใบ ก็ต้องเลือกกันไป ก็แล้วแต่ประชาชน

เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าพรรคที่ได้เปรียบคือพรรคขนาดใหญ่ เช่น พรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร ว่าได้เปรียบหรือไม่ได้เปรียบ ต้องไปถามประชาชนว่าใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการวิเคราห์ว่าบัตรเลือกตั้งสองใบจะเข้าทางพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็แล้วแต่ประชาชน เมื่อถามว่าจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตครบทั้ง 400 เขต หรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้กล่าวว่า ก็ต้องเตรียม

เมื่อถามย้ำว่าพรรคพลังประชารัฐจะมีการเตรียมส่ง ส.ส.กทม.เร็ว ๆ นี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้”

เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐจะมีประชุมใหญ่ ส.ส.เมื่อใด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ยังไม่รู้”

จุรินทร์ ปชป. : ประชาธิปไตย-พรรคการเมือง เข้มแข็ง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ว่า สูตรการคำนวณนั้นมีหลักเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญภาพรวมอยู่แล้ว อธิบายเข้าใจง่าย ๆ คือถ้าพรรคไหนได้คะแนน 100% ก็ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ถ้าพรรคไหนได้ระบบบัตรใบที่ 2 ได้ 60 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ ส.ส. 60 คนหลักก็เป็นประมาณนี้ ถ้าคำนวณอย่างนี้ก็เข้าใจง่าย ๆ แต่ถ้าจะเอาตัวนั้นตัวนี้ไปหารก็จะซับซ้อน

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองมากขึ้น เนื่องจากหากเป็นระบบบัตรใบเดียวต้องเอาคนกับพรรคมามัดรวมกัน ประชาชนไม่สามารถแยกได้ ถ้าต้องการเลือกคน แต่ไม่ต้องการเลือกพรรค หรือเลือกพรรคแต่ไม่ต้องการเลือกคน ระบบบัตรใบเดียวตัวบุคคลจึงมีความสำคัญ แต่พรรคการเมืองก็เหมือนถูกด้อยค่าลงไป ซึ่งหลักประชาธิปไตยพรรคการเมืองควรเป็นสถาบัน หรือกลไกที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น เพราะถ้าพรรคการเมืองไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความสำคัญประชาธิปไตยก็ไปยาก

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นระบบบัตร 2 ใบ ตนก็คิดว่าจะทำให้พรรคการเมืองมีความสำคัญ การลงสมัครรับเลือกตั้งนอกจากประชาชนจะพิจารณาตัวบุคคลแล้ว ต้องพิจารณาพรรคการเมืองด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและพรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนมาโดยตลอดเมื่อมาถึงวันนี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับโครงสร้างเพื่อรองรับระบบการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า คงไม่ต้องปรับอะไรเพราะเราก็คุ้นเคยกับระบบนี้มาอยู่แล้ว แต่พอมาเป็นรัฐธรรมนูญ ปี’60 ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว อันนั้นเราต้องปรับ และต้องปรับทุกพรรคแต่ถ้าย้อนกลับไปใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เป็นสิ่งที่มันเป็นสิ่งที่เราเคยทำมาแล้ว และประชาชนก็เข้าใจดีว่าบัตรใบที่ 1 เลือกบุคคล บัตรที่ 2 เลือกพรรค มันมีความชัดเจนในตัวของมัน

เมื่อถามว่า ควรจะเป็นเบอร์เดียวกันหรือไม่ทั้งบุคคลและพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่า ควรจะเป็นเบอร์เดียวกันเพื่อความสะดวกของประชาชนพี่จะพิจารณาและตัดสินใจ ส่วนพรรคจะส่งครบทุกเขตหรือไม่นั้นกำลังดำเนินการอยู่ แล้วในเรื่องตัวบุคคลที่มีความคืบหน้าเยอะแล้วแต่โดยหลักควรจะส่งให้ครบทุกเขต

“ประชาธิปัตย์เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในร่างนี้ก็ด้วยเหตุผลต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็งและไม่ได้พิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์กับพรรคไหน หรือพรรคไหนได้เปรียบ เสียเปรียบ เราต้องการให้ระบบประชาธิปไตย และระบบรัฐสภาไทยเข้มแข็ง” นายจุรินทร์กล่าว

บัตร 2 ใบ “ชทพ.” มั่นใจ ส.ส. ไม่ลด

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงระบบการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะส่งผลต่อพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่ ว่า ไม่ว่าบัตรเลือกตั้ง 1 ใบหรือ 2 ใบจะมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกัน อย่างกรณีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

ข้อดีคือ พรรคการเมืองแต่ละพรรคไม่จำเป็นต้องส่งผู้สมัครครบ 400 เขต แต่หากเป็นบัตรใบเดียวจำเป็นต้องส่งทุกเขต เพราะหากไม่ส่งก็จะไม่ได้คะแนน ข้อดีข้อด้อยเหล่านี้ไม่ว่าจะพรรคใหญ่ พรรคเล็ก จะมีความได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างกันไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้มีความกังวลกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ไม่ว่าแบบใดก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกัน ในฐานะพรรคการเมืองที่รับฟังเสียงมาแล้ว เมื่อเปลี่ยนกติกาแล้วก็ต้องทำงานตามกรอบกติกา

เมื่อถามว่าที่นั่ง ส.ส.ของพรรคจะลดลงหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาคงไม่ลดลงหรอก และพรรคมีความคิดที่จะเพิ่มจำนวน ส.ส.แต่ท้ายที่สุดต้องดูว่าเมื่อผลออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า มองว่าควรใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศหรือเขตใหญ่เรียงเบอร์ นายวราวุธกล่าวว่า จากประสบการณ์ตอนรัฐธรรมนูญ 2540 บัตรเลือกตั้ง 2 ใบและเป็นเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ ประชาชนไม่เกิดความสับสน พรรคการเมืองเองก็ไม่สับสนด้วย รวมทั้งสะดวกต่อการหาเสียง แต่การใช้เบอร์ไม่ซ้ำกันเลยจะทำให้เกิดความสับสนโดยเฉพาะประชาชนในเขตติดต่อกันที่จะเกิดความสับสนพอสมควรในครั้งที่ผ่าน ๆ มา ดังนั้น การใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศจะแก้ไขปัญหาความสับสนได้

ศักดิ์สยาม “ภูมิใจไทย” ร้องไม่เอา !

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความพร้อมในการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยหัวเราะและกล่าวว่า “ไม่เอา”

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามหยอกกลับว่า ไม่เอาคือไม่เอาบัตร 2 ใบจะเอาใบเดียวใช่ไหม นายศักดิ์สยามกล่าวว่า “ใบไหนก็ได้”

ต่อมา นายศักดิ์สยามให้สัมภาษณ์กับสื่ออมวลชนอีกครั้ง ถึงการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบจะทำให้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคขนาดกลางเสียเปรียบหรือไม่ ระบุว่า “อยู่ที่ประชาชน”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากทำพื้นที่แข็งแกร่ง ประชาชนก็ยังเลือกภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นทุกพรรคถ้าทำงานให้ประชาชน แล้วประชาชนเห็น เขาก็ตัดสินใจได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งเป้าจำนวน ส.ส.กับการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร นายศักดิ์สยามกล่าวว่า “อีกนาน”

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคการเมืองเริ่มขยับกันหลายพรรค นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ยัง ๆ นี่เพิ่งมาครึ่งทาง ทำงานดีกว่า และเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันตั้งหลายครั้ง เวลานี้เรายังมีปัญหาเรื่องโควิด มีเรื่องเปิดประเทศ ยังไม่คิดถึงเลือกตั้ง ทำงานให้ประชาชนดีกว่า

พรรคฝ่ายค้านเดินหน้าชง 2 ร่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน วานนี้ (22 พ.ย.) มีการประชุมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อกำหนดท่าทีการทำงานร่วมกันภายหลังพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวภายหลังการประชุม ว่าหลังจากที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้ว ฝ่ายค้านจะได้เร่งทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับ คือร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาโดยเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยกร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับเสร็จแล้ว หากพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นจะร่วมลงชื่อกับร่างของพรรคเพื่อไทยมีความยินดี ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติที่จะยื่นญัตติหลังเทศกาลปีใหม่เป็นต้นไป

หากยื่นในช่วงเวลานี้อาจไม่เหมาะสม เพราะจำเป็นต้องยื่นร่าง พ.ร.ป.ทั้งสองฉบับ ได้รับการพิจารณาโดยเร่งด่วนก่อน คาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 4 เดือน

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า ในส่วนของพรรคก้าวไกล ได้ร่าง พ.ร.ป.ไว้แล้ว ทั้งระบบเลือกตั้งและพรรคการเมือง จะนำเข้าสู่พิจารณาที่ประชุม ส.ส.ของพรรคในวันที่ 23 พฤศจิกายน แต่คงบอกไม่ได้ว่าต่างจากพรรคอื่นอย่างไร เพราะยังไม่เห็นร่างของพรรคเพื่อไทย

แต่แนวทางที่พรรคได้เคยหารือกันไว้จะมีการเสนอแก้ไขนอกจากระบบการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ระบบการเลือกตั้ง หรือวิธีการนับเพียงอย่างเดียว ในส่วนระบบเลือกตั้งจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งมีความเสรี โปร่งใส เป็นธรรมมากขึ้น

ส่วน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองจะเสนอแก้ไขในหลักการ เพื่อส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนที่เข้มแข็งขึ้น โดยหลักอยากให้พรรคการเมืองตั้งง่ายขึ้น ดำเนินการง่าย แต่ถูกยุบยาก