เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนัฏ ส่งต่อ “อเมริกา” เจ้าภาพ Gastech 2027 ณ เมือง Houston รัฐ Texas
Economic เอกนัฏ ส่งต่อ “อเมริกา” เจ้าภาพ Gastech 2027 ณ เมือง Houston รัฐ Texas
‘โต เลิม’ จัดพิธีถวายการต้อนรับ ในหลวง พระราชินี เสด็จฯเวียดนาม
ข่าวในพระราชสำนัก ‘โต เลิม’ จัดพิธีถวายการต้อนรับ ในหลวง พระราชินี เสด็จฯเวียดนาม
”สโคป ทองหล่อ” ปิดการขายแล้ว เพนต์เฮาส์ยูนิตพิเศษ 600 ล้าน ให้เศรษฐีต่างชาติ
Real Estate ”สโคป ทองหล่อ” ปิดการขายแล้ว เพนต์เฮาส์ยูนิตพิเศษ 600 ล้าน ให้เศรษฐีต่างชาติ
ไพร์มสตรีทฯ หนุน จุฬาฯ “CU Financial Change Agent” ติวเข้มนิสิตเป็นผู้นำความรู้ทางการเงิน
Uncategorized ไพร์มสตรีทฯ หนุน จุฬาฯ “CU Financial Change Agent” ติวเข้มนิสิตเป็นผู้นำความรู้ทางการเงิน
ผ่าวิจัย “คลองวังโตนด” หักล้าง EIA เขื่อนทำลายสวรรค์ช้าง 70 เชือก จวกมาตรการผีหลอก-โยนภาระอุทยานฯ
Politics ผ่าวิจัย “คลองวังโตนด” หักล้าง EIA เขื่อนทำลายสวรรค์ช้าง 70 เชือก จวกมาตรการผีหลอก-โยนภาระอุทยานฯ
เปิดมติ กกต. 5 ต่อ 2 “สิทธิโชติ – ชาย นครชัย” เสียงข้างน้อย ส่งฟ้องภูมิใจไทย
Politics เปิดมติ กกต. 5 ต่อ 2 “สิทธิโชติ – ชาย นครชัย” เสียงข้างน้อย ส่งฟ้องภูมิใจไทย
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,200 บาท
อว.-ตลท. ตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท ปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจ ดัน 5 บริษัทเข้าตลาดหุ้น
Finance อว.-ตลท. ตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท ปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจ ดัน 5 บริษัทเข้าตลาดหุ้น
GROREIT จ่อชงผู้ถือหุ้น ‘ขายสินทรัพย์-เลิกกอง’ 28 ต.ค.นี้ รายใหม่ทุ่ม 5.3 พันล้าน สูงกว่า ROH 427 ล้าน
Finance GROREIT จ่อชงผู้ถือหุ้น ‘ขายสินทรัพย์-เลิกกอง’ 28 ต.ค.นี้ รายใหม่ทุ่ม 5.3 พันล้าน สูงกว่า ROH 427 ล้าน
มาสเตอร์การ์ด เปิดตัว Wallet Pay เชื่อม e-Wallet สู่การชำระเงินทั่วโลก
Tech มาสเตอร์การ์ด เปิดตัว Wallet Pay เชื่อม e-Wallet สู่การชำระเงินทั่วโลก
ดูทั้งหมด

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่ง หนุนดอลลาร์แข็งค่า

04 ม.ค. 2565 | 17:14น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 4 มกราคม 2565

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/1) ที่ระดับ 33.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (30/12) ที่ระดับ 33.34/36 บาท/ดอลลาร์ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือน มี.ค. โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.6% เมื่อคืนนี้

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีทะลุระดับ 2% โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้รับปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคลายวิตกเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่เฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายเดือนต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือน ต.ค. ทางด้านไอเอชเอส มาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 57.7 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในปี 2564 จากระดับ 58.3 ในเดือน พ.ย. โดยการร่วงลงของดัชนี PMI มีสาเหตุจากการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต รวมทั้งการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ทั้งนี้นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของในวันศุกร์นี้ ซึ่งหากตัวเลขดังกล่าวออกมาแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ก็อาจจะส่งผลให้แนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับค่าเงินบาทเช้าวันนี้แข็งค่าจากปิดตลาดของวันทำการสุดท้ายในปี 2564 โดยระหว่างช่วงวันหยุดยาว ตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ทั้งนี้เห็นว่าแม้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ตลาดโลกเริ่มมองข้ามปัจจัยเรื่องไวรัสโควิดสายพันธุ์โอไมครอนไปแล้ว เนื่องจากอัตราการป่วยหนัก หรือเข้า ร.พ. มีไม่มาก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงติดตามยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในไทยที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.26-33.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.29/31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/1) ที่ระดับ 1.1296/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (30/12) ที่ระดับ 1.1308/09 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรอ่อนค่าตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยนางสเตลลา คีเรียคิเดส กรรมาธิการด้านสาธารณสุขของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า พลเมืองของ EU ราว 1 ใน 5 ได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มบูสเตอร์แล้ว และอัตราการเข้ารับวัคซีนขณะนี้อยู่ที่เกือบ 20% พร้อมระบุว่า วัคซีนเข็มกระตุ้นมีความจำเป็นต่อการปกป้องผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น เบาหวาน

นอกจากนี้ นางคีเรียคิเดสกล่าวว่า จำเป็นต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างประเทศสมาชิก EU เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ และเตือนว่า สถานการณ์ในวันข้างหน้ายังคงไม่แน่นอน ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1283-1.1310 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1296/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/1) ที่ระดับ 115.32/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (30/12) ที่ระดับ 115.17/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินเยนอ่อนค่าตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีเมื่อเทียบกับเงินเยน รวมไปถึงนักลงทุนเทขายเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังตลาดเริ่มเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 115.29-115.86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 115.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญสัปดาห์นี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM (4/1), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ JOLT (4/1), ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP (5/1), รายงานการประชุมเฟด, ดัชนี PMI ภาคการบริการจาก ISM (6/1), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ธ.ค. (7/1), อัตราการว่างงานเดือน ธ.ค. (7/1)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.5/0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.0/+1.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาวะเงินตราต่างประเทศ