คาด SET ขึ้นแนวต้าน 1,675-1,680 จุด น้ำมันดิบพุ่งเป็นบวกกลุ่มพลังงาน
บล.กรุงศรี คาดดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) วันนี้ปรับขึ้นแนวต้าน 1,675-1,680 จุด หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งเหนือ 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นบวกกลุ่มพลังงาน ขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรมีข่าวลบ หลังกระทรวงพาณิชย์ตึงราคาไก่เนื้อเป็นเวลา 6 เดือน
วันที่ 12 มกราคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ปรับตัวขึ้นแนวต้าน 1,675-1,680 จุด ตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นยืนเหนือ 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน ประกอบแรงหนุนเม็ดเงิน (Fund flow) ที่ไหลเข้าต่อเนื่องตามความคาดหวังเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีหลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทรงตัว อย่างไรก็ตามอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงก่อนประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ในวันนี้ ประกอบกับแนวต้านทางเทคนิคสลับกดดัน
ปัจจัยสำคัญวันนี้ ดาวโจนส์ฟื้นตัวเพิ่มขึ้น 183 จุด ปิดที่ระดับ 36,252 จุด ตอบรับถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดที่ระบุว่าแผนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของเฟดจะไม่กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐ และยังเชื่อว่าห่วงโซ่อุปทานที่กลับสู่ปกติจะช่วยให้แรงกดดันจากเงินเฟ้อทยอยลดลง
ด้านราคาน้ำมันดิบพุ่งแรงกว่า 2.99 ดอลลาร์ (+3.8%) ปิดที่ 81.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือนหลังกลุ่ม OPEC+ ผลิตน้ำมันดิบได้ต่ำกว่าโควตา เพิ่มปริมาณการผลิตได้เพียง 310,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนที่ผ่านมาซึ่งต่ำกว่าโควตาหรือเป้าหมายของกลุ่มที่ต้องการให้เพิ่มปริมาณการผลิตขึ้นเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน
ขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรมีข่าวลบ หลังกระทรวงพาณิชย์ตรึงราคาไก่เนื้อเป็นเวลา 6 เดือน โดยกำหนดราคาขายที่ 33.50 บาท/กก. ต่ำกว่าราคาตลาดที่ 37 บาท/กก. ปัจจัยนี้จะกระทบโดยตรงต่อรายได้ มาร์จิ้น และกำไรของ CPF เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการที่เน้นทำธุรกิจฟาร์มไก่เนื้อเป็นหลัก ขณะที่ราคาหมูที่พุ่งสูงยังไม่มีการควบคุมจึงทำให้ TFG ไม่ได้รับผลกระทบ และ CPF ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย
บล.กรุงศรี แนะหุ้นเด่นน่าจับตาวันนี้ ได้แก่
– PTTEP หรือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ด้านแนวโน้มงบฯไตรมาส 4/64 คาดมีกำไรสุทธิ 9.2 พันล้านบาท ทรงตัว QOQ แต่เพิ่มขึ้นแรงกว่า 263%YOY
– SPRC หรือ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 10.6 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้า หมายราคาที่ 12 บาท ต่อหุ้น คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ที่ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจาก 113 ล้านบาทในไตรมาส 3/64 และเพิ่มขึ้น 71%YOY จากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว และอัตราการกลั่นที่เพิ่มขึ้นเป็น 80% จาก 74% ในไตรมาส 3/64